จี้กกต.สอบนายกฯเปิดเฟซบุ๊กเข้าข่ายเจ้าของสื่อ

การเมือง  :  14 ม.ค. 2562

"เรืองไกร"ยื่นกกต.สอบ"บิ๊กตู่"ขาดคุณสมบัติรัฐมนตรี กรณีเปิดเฟชบุ๊ก อินสตราแกรมส่วนตัว เข้าข่ายเป็นเจ้าของสื่อ จี้กกต.เร่งสรุปผลสอบให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

 

                      14 มกราคม 2562  นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ยื่นคำร้องต่อกกต.ผ่านนายสมเกียรติ คงดี ผอ.สำนักกิจการคณะกรรมการการเลือกตั้ง  ขอให้ตรวจสอบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  

 

 

                      กรณีที่เปิดเฟชบุ๊ก อินสตราแกรม ทวิตเตอร์ และเว็บไซต ส่วนตัวสื่อสารกับสาธารณะว่าเข้าข่ายเป็นเจ้าของสื่อมวลชนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98(3) ทำให้ขาดคุณสมบัติการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีตามมาตรา 160(6) ประกอบมาตรา 170(4) หรือไม่ 


                      นายเรืองไกร กล่าวว่า หลังจากนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ เข้ามาทำหน้าที่โฆษกรัฐบาล นายกรัฐมนตรี ก็มีความคิดที่จะเปิดเฟชบุ๊ก อินสตราแกรม ทวิตเตอร์ และเว็บไซต์ส่วนตัว โดยมียอดผู้ติดตามจำนวนมาก ซึ่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 กำหนดลักษณะต้องผู้ที่จะเป็นรัฐมนตรีว่า ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) คือต้องไม่เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ

 

จี้กกต.สอบนายกฯเปิดเฟซบุ๊กเข้าข่ายเจ้าของสื่อ

 

                      ขณะที่ร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชนมาตรา 3 และร่างพ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพส่งเสริมส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ที่สภาวิชาชีพสื่อมวลชนเป็นผู้เสนอรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบได้กำหนดความหมายของ " สื่อมวลชน" ครอบคลุมถึงสื่อดิจิทัล สื่อออนไลน์ ดังนั้นนายกรัฐมนตรีจะต้องทราบว่า ที่ท่านเปิดเฟชบุ๊ก เว็บไซต์ มันเข้าความหมายของสื่อมวลชนตามกฎหมาย 2 ฉบับดังกล่าวและต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี


                      นายเรืองไกร กล่าวด้วยว่า รัฐธรรมนูญไม่เพียงห้ามเฉพาะรัฐมนตรีเป็นเจ้าของสื่อเท่านั้น แต่ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ หรือแม้แต่ผู้ที่จะลงสมัครเป็นส.ส.บัญญัติห้ามไว้ ขนาดตนจะลงสมัครส.ส.ในเร็วๆ นี้อ่านกฎหมายเข้าใจยังต้องปิดเฟชบุ๊กส่วนตัวไป การที่นายกฯ เปิดเฟชบุ๊ก อินสตราแกรม ทวิตเตอร์ เว็บไซต์ ทำให้ตัวท่านขาดคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีเฉพาะตัว เพราะมันอยู่ในความหมายสื่อมวลชนที่ท่านก็ทราบดีมาตลอด


                      "เมื่อเจอกรณีนี้ก็ได้ย้อนกลับไปเทียบกับคดีนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายรัฐมนตรี ที่กฎหมายเขียนห้ามไม่ให้เป็นลูกจ้างบุคคลใด ๆ กรณีนี้กฎหมายก็เขียนว่าไม่ให้เป็นเจ้าของสื่อมวลชนใด ๆ มันค่อนข้างเชื่อได้ว่าวันนี้นายกฯเข้าข่ายผิดแล้ว และมีน้ำหนักยิ่งกว่า 4 รัฐมนตรี ส่วนนายกฯ จะพิจารณาตัวเองอย่างไรเป็นสิทธิของท่าน แต่ผมต้องการเตือนท่านว่า ถ้าท่านไปรับเป็นผู้เสนอชื่อของพรรคการเมืองใด ท่านก็จะติดคุณสมบัติข้อนี้ด้วย ดังนั้นจึงอยากให้กกต.เร่งพิจารณาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว หรือถ้าส่งศาลรัฐธรรมนูญแล้วศาลวินิจฉัยว่าขาดคุณสมบัติก็ไม่ใช่มีผลเฉพาะความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวเท่านั้น แต่ยังจะทำให้ครม.ทั้งคณะต้องพ้นไปด้วย"นายเรืองไกรกล่าว