
เปิดรับการคัดเลือก ก.ต. ผู้ทรงคุณวุฒิบุคคลภายนอก
เลขาฯ ศาล เผย เปิดรับสมัครบุคคลภายนอก ให้ผู้พิพากษาทั่วประเทศเลือกเป็น ก.ต. ศาลครั้งแรก 2 คน ตาม ก.ม. ใหม่ แทน ส.ว. เลือก เริ่ม 14 ธ.ค. - 2 ม.ค. ปีหน้า
7 ธ.ค. 61 นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) เปิดเผยถึงการดำเนินการเลือก ก.ต. ผู้ทรงคุณวุฒิในส่วนของบุคคลภายนอก จำนวน 2 คน ตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 36 วรรคหนึ่ง (3) ที่แก้ไขใหม่ ว่า นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา ได้มีคำสั่งให้ตนซึ่งเป็นเลขานุการ ก.ต. ดำเนินการเลือก ก.ต. ผู้ทรงคุณวุฒิ ตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 36 วรรคหนึ่ง (3) ที่แก้ไขใหม่
ซึ่งเดิมในกฎหมายดังกล่าวให้วุฒิสภาเป็นผู้มีอำนาจเลือกสัดส่วนดังกล่าว แต่ตามรัฐธรรมนูญฯ ปี 2560 ได้บัญญัติในหมวดของศาลยุติธรรม ได้กำหนดไว้ในมาตรา 196 เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลผู้พิพากษาศาลยุติธรรม ต้องมีความเป็นอิสระ และดําเนินการโดย ก.ต. ซึ่งประกอบด้วยประธานศาลฎีกา เป็นประธาน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นข้าราชการตุลาการในแต่ละชั้นศาล กับผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งไม่เป็นหรือเคยเป็น ข้าราชการตุลาการที่ได้รับเลือกจากข้าราชการตุลาการไม่เกิน 2 คน ซึ่งเป็นการบัญญัติให้อำนาจผู้พิพากษาดำเนินเลือกผู้ทรงคุณวุฒิบุคคลภายนอกที่ไม่เป็นตุลาการ แทน ส.ว. เป็นการป้องกันการเมืองแทรกแซง ดังนั้น จึงมีการแก้ไข พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมฯ มาตรา 36 วรรคหนึ่ง (3) ให้ผู้พิพากษาทั่วประเทศ เป็นผู้ลงคะแนนคัดเลือกจากผู้สมัครที่จะต้องเป็นบุคคลภายนอก
จากอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติ สำนักงานศาลยุติธรรม จึงได้เปิดรับสมัครบุคคลภายนอกที่มีคุณสมบัติและไม่มีคุณสมบัติต้องห้าม เข้าสมัครเป็น ก.ต. ผู้ทรงคุณวุฒิสัดส่วนบุคคลภายนอก จำนวน 2 คน ซึ่งเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 14 ธ.ค. 61 - 2 ม.ค. 62 ขณะที่คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครก็ยังเป็นไปตามที่กฎหมายเคยกำหนดไว้ คือ บุคคลที่จะสมัครเข้าเลือกนั้นจะต้องมีสัญชาติไทยโดยการเกิด , มีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปีบริบูรณ์ และสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า
ขณะที่ลักษณะต้องห้าม ก็มีดังนี้ ไม่เป็นข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม , ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี , ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว , ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งให้พักราชการหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตาม พ.ร.บ. นี้ หรือตามกฎหมายอื่น , ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ , ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ , ไม่เป็น ส.ส. - ส.ว. - ข้าราชการการเมือง - สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น , ไม่เป็นกรรมการพรรคการเมือง สมาชิกพรรคการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งอื่นของพรรคการเมือง , ไม่เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ - ตุลาการศาลปกครอง - กกต. - กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน - ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา - ป.ป.ช. - กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) - หรือกรรมการในคณะกรรมการตุลาการศาลปกครองหรือศาลอื่น , ไม่เป็นทนายความ ข้าราชการตำรวจ หรือข้าราชการอัยการ , ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ หรือคนวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ , ไม่เป็นกรรมการ ที่ปรึกษา พนักงาน ลูกจ้าง หรือดำรงตำแหน่งใดในรัฐวิสาหกิจ , ไม่ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพอื่นใดอันเป็นการกระทบกระเทือนถึงการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง ก.ต. ผู้ทรงคุณวุฒิ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ประสงค์จะสมัครรับการคัดเลือก ก.ต. ผู้ทรงคุณวุฒิบุคคลภายนอก ครั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ส่วนเลขานุการคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม หมายเลขโทรศัพท์ 02-142-4346 หรือติดตามรายละเอียดได้ที่ http://www.ojc.coj.go.th/doc/data/ojc/ojc_1544163352.pdf
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับ ก.ต. นั้น เป็นองค์กรทำหน้าที่ในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตุลาการ มีหน้าที่ในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายผู้พิพากษา และให้คุณให้โทษผู้พิพากษาที่กระทำความผิดวินัย รวมถึงคุ้มครองความเป็นอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีโดยองค์ประกอบ ก.ต. มีทั้งหมด 15 คน ประกอบด้วย ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน ก.ต. โดยตำแหน่ง , ก.ต. ชั้นศาลฎีกา 6 คน , ชั้นศาลอุทธรณ์ 4 คน , ศาลชั้นต้น 2 คน , ก.ต. ผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากบุคคลภายนอกอีก 2 คน ซึ่ง ก.ต. มีวาระ 2 ปี โดยสามารถรับเลือกเป็น ก.ต. ติดต่อกันได้ไม่เกิน 2 วาระ



