ไร้คอร์รัปชันอย่างไรเมื่อไม่กล้ายื่นบัญชีทรัพย์สิน

"คุณหญิงสุดารัตน์" ดูโรงเรียนต้นแบบ จ.ลำปาง ชู โรงเรียนกำหนดหลักสูตรของตัวเอง ซัด "ผู้มีอำนาจ" แค่ยื่นบัญชีทรัพย์สินยังไม่กล้า

 

               คุณหญิง สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย มองว่า ความพยายามในการสืบทอดอำนาจเห็นได้อย่างชัดเจนจากการใช้อำนาจเงิน อำนาจรัฐ เช่น การใช้มาตรา 44 ให้อำนาจ กกต. แบ่งเขตเลือกตั้ง

 

 

 

               พรรคเพื่อไทยทราบดีว่าจะต้องเผชิญกับการใช้อำนาจรัฐ ใช้อำนาจเงินอย่างไร ดังนั้น "ผู้มีอำนาจรัฐ จะทำอะไรเอาที่สบายใจ เอาให้เต็มที่" พรรคเพื่อไทยมีหน้าที่พิสูจน์ตัวเองกับประชาชน มองการเลือกตั้งครั้งนี้มีความแตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะเป็นการเลือกตั้งด้วยบัตรใบเดียว และการนับคะแนนด้วยระบบจัดสรรปันส่วนผสม อาจจะไม่ได้บุคคลที่ตรงตามเจตนารมณ์ของประชาชน แม้จะชนะการเลือกตั้งก็ตาม

               ดังนั้น เมื่อกลไกเกิดความบิดเบือน ประชาชนจึงต้องใช้สติปัญญาในการกาบัตรอย่างมียุทธศาสตร์ ต้องคิดว่าจะเลือกใครและให้ใครเข้ามาทำงาน ซึ่งเชื่อว่าท้ายที่สุดจะเหลือคนแค่ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มคนที่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ และคนที่ไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ

               ประชาชนต้องใช้พละกำลังออกไปกาบัตรให้มากที่สุด โดยกาบัตรอย่างมียุทธศาสตร์ ซึ่งหากไม่สนับสนุนผู้มีอำนาจชุดปัจจุบัน หรือผู้มีอำนาจชุดปัจจุบันทำงานอยู่และไม่มีความสุข ขอให้พิจารณาและตัดสินใจในกาอย่างมียุทธศาสตร์

               คุณหญิง สุดารัตน์ ตั้งคำถามกลับฝ่ายผู้มีอำนาจ กรณีที่รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายขอให้กรรมการองค์กรอิสระ กรรมการสภามหาวิทยาลัย รวมถึงกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ สบายใจเรื่องการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการยื่นบัญชีทรัพย์สิน โดยระบุว่า เจตนาที่ต้องการทำให้การเมืองเกิดความโปร่งใส ป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันได้นั้น ที่ร่างกฎหมายไว้ตรงไหนที่ตอบโจทย์ และปฏิรูปให้ประเทศโปร่งใสได้มากขึ้น

 

 

 

               เพราะแม้จะมีกฎหมายแล้วยังต้องแก้ไขให้หลายๆ ตำแหน่งไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน แม้แต่คนที่มาเป็นกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งต้องดูแลงบประมาณต่อเนื่องถึง 20 ปี ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน แต่ให้นักการเมืองเท่านั้นที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน

               "เป็นอะไรที่ต้องตั้งคำถามกลับว่าการดำเนินการแบบนี้จะให้เกิดความมั่นใจในอนาคตของประเทศได้อย่างไร โดยเฉพาะอนาคตที่บอกว่าประเทศจะไร้การคอร์รัปชัน เริ่มต้นแค่ด่านแรกที่จะให้แสดงความจริงใจในการแสดงบัญชีทรัพย์สิน ผู้มีอำนาจทั้งหลายก็ไม่กล้าที่จะแสดงแล้ว เป็นคำถามที่ฝากถามถึงผู้มีอำนาจเท่านั้นเอง"

               ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงการทำงานของพรรคเพื่อไทยต่อจากนี้ว่า จะมีการทำงานใน 2 ระดับ ทั้งระดับในพื้นที่ ต้องดูแลทุกข์สุขอย่างต่อเนื่อง ส่วนระดับนโยบาย พรรคเพื่อไทย มีหลักการชัดเจนว่า "ทุกข์ของประชาชนคือทุกข์ของเรา" พยายามแก้ไขปัญหาทุกปัญหาของประชาชน และไม่ว่าการหาเสียงในครั้งใดก็จะนำนโยบายที่ได้หาเสียงมาผลักดันให้เกิดขึ้นจริง เพื่อประโยชน์ของประชาชน พรรคเพื่อไทยตั้งแต่สมัยไทยรักไทย เกิดมรสุมมาต่อเนื่อง แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงคือยึดประชาชน ซึ่งเชื่อว่าประชาชนยังรอคอยเพื่อให้พรรคเพื่อไทยกลับมาแก้ไขปัญหา

 

 

 

               เมื่อเวลา 13.00 น. (1 ธ.ค.) ที่ โรงเรียนบ้านสามขา อ.แม่ทะ จ.ลำปาง  คุณหญิง สุดารัตน์ เดินทางมาเยี่ยมชม และพบปะนักเรียน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโรงเรียนต้นแบบ ที่ได้นำทรัพย์สินของชุมชนอย่างเห็ดชนิดต่างๆ ที่มีอยู่ในพื้นที่มาต่อยอดและพัฒนาให้เป็นผลิตภัณฑ์ของชุมชน โดยโรงเรียนได้ส่งเสริม พัฒนาองค์ความรู้ และเปิดเป็นหลักสูตรพิเศษเข้าไว้ในการศึกษา

               หลังเข้าเยี่ยมชมโรงเรียน คุณหญิง สุดารัตน์ เปิดเผยว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกที่รวดเร็ว ถ้าเด็กและเยาวชนสามารถปรับตัวได้ทัน จะกลายเป็นโอกาสที่สำคัญ ดังนั้น การพัฒนาการศึกษาอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ จะต้องพัฒนาคนให้เป็นวาระแห่งชาติ กระทรวงศึกษาต้องกระจายอำนาจ กระจายโอกาสลงมาสู่พื้นที่ โดยเฉพาะการเรียนการสอนจะต้องสอดคล้องกับการทำมาหากินและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ เช่น การพัฒนาและแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าวหรือเห็ด ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างชุมชนและโรงเรียน ดังนั้น การกระจายโอกาสและให้อำนาจกับโรงเรียนสามารถกำหนดหลักสูตรของตนเองได้ ก็จะตอบสนองความต้องการของคนในพื้นที่ และสร้างรายได้จากการต่อยอดผลิตภัณฑ์

               กระทรวงศึกษาจะต้องให้โรงเรียนออกแบบหลักสูตรของตนเอง สร้างให้เด็กเป็นพลเมืองของโลกยุคใหม่ อาศัยเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำมาหากิน โดยเฉพาะการค้าขายผ่านโลกออนไลน์ โรงเรียนจะต้องให้ทักษะที่สามารถนำไปต่อยอดอาชีพได้ ทั้งหมดเป็นเหตุผลที่โรงเรียนแต่ละพื้นที่จะต้องมีหลักสูตรที่แตกต่างกัน เช่น หลักสูตรที่จังหวัดลำปาง และหลักสูตรที่จังหวัดภูเก็ต ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน ที่จังหวัดภูเก็ตอาจจะเน้นเรื่องการบริการภาคท่องเที่ยวเป็นหลัก ภาคการเกษตรเป็นรอง

 

 

 

ไร้คอร์รัปชันอย่างไรเมื่อไม่กล้ายื่นบัญชีทรัพย์สิน

 

 

 

ไร้คอร์รัปชันอย่างไรเมื่อไม่กล้ายื่นบัญชีทรัพย์สิน

 

 

 

               ขณะที่จังหวัดลำปางอาจจะเน้นเรื่องเซรามิคเป็นหลัก และผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตร เพื่อต่อยอดทรัพย์สินที่มีอยู่ในชุมชน มาเป็นอาชีพและเป็นรายได้อย่างยั่งยืน ดังนั้น การพัฒนาคนจึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับพรรคเพื่อไทย และจะต้องขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าวเป็นวาระแห่งชาติ จะต้องสอนเด็กไทยให้เป็นพลเมืองของโลก หรือ Global citizen เพื่อไปคว้าโอกาสจากทรัพย์สินของโลกยุคใหม่ ซึ่งเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทสำคัญ

 

 

 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่