4 รมต. ลาออกไม่ปรับ ครม.

"ประยุทธ์" เคาะ 7 ธ.ค. ถก "พรรคการเมือง" ชี้ ปลดล็อกต้องร่างระเบียบให้ชัด อุบ โดดลงสนามการเมือง ขอคุยฝ่าย ก.ม. ลั่น ไม่จำเป็น ต้องเข้าพรรคเพื่อเป็น "นายกฯ" คนใน

 

               เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 61 เวลา 11.30 น. ที่ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทำเนียบรัฐบาล  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการนัดหารือกับพรรคการเมือง เพื่อปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรม ว่า

 

 

 

               ตอนนี้กำหนดไว้แล้ว วันที่ 7 ธ.ค. นี้ ที่ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต ส่วนการพูดคุยจะชัดเจนแค่ไหนก็ต้องคุยกันก่อนว่าจะเอาอย่างไร การปลดล็อกต้องมีการร่างกฎระเบียบให้ชัดเจน แต่จะทำให้เร็วที่สุด ซึ่งรัฐบาลไม่ได้มีข้อขัดแย้งอะไร เข้าใจดี และบอกแล้วเมื่อกฎหมายต่างๆ ออกมาพร้อม เราก็จะมีการปลดล็อกบ้างอะไรบ้าง ตรงไหน ทั้งนี้ เพื่อให้บ้านเมืองปลอดภัย

               ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้ นายกฯ เคยบอกว่าสนใจงานการเมือง ตอนนี้ตัดสินใจหรือยังว่าจะเข้าทำงานการเมืองในช่องทางใด พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยัง ตอนนี้ยังฟังไม่ครบเลย เมื่อถามว่า จะสมัครสังกัดพรรคการเมืองใดหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่ขอตอบอะไรทั้งสิ้น ขอดูกฎหมายก่อนว่าเป็นอย่างไร ซึ่งเขียนไว้แล้ว ถ้า นายกฯ จะลงไปอยู่การเมืองจะต้องไปอยู่ตรงไหน ทำอะไรได้บ้าง ต้องไปดูตรงโน้น จะมาถามอะไรเรา ขณะเดียวกันเราก็ต้องปรึกษาฝ่ายกฎหมายว่าทำอะไรได้แค่ไหน

               เมื่อถามถึงความชัดเจนในวันเลือกตั้ง นายกฯ กล่าวทันทีว่า ยังยืนยันเป็นเดือน ก.พ. ตนไปเลื่อนตรงไหนสักอันหรือยัง เมื่อถามว่า มีพรรคการเมืองร้องมาที่ คสช. หรือไม่ ให้ขยับวันเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เห็นแต่ทางหน้าหนังสือพิมพ์ ในส่วนของ คสช. ยังไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น ก็เป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะไปว่ามา ตนไม่มีส่วนในการตัดสินตรงนี้ เมื่อถามว่า นายกฯ ไม่ตัดสินใจเข้าพรรคการเมืองเพื่อที่จะเป็นคนในหรือ นายกฯ กล่าวว่า ไม่จำเป็น เมื่อถามต่อไปว่า เมื่อไหร่ นายกฯ จะเปิดเผยความในใจ พล.อ.ประยุทธ์ ส่ายหัวปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว

 

 

 

               เมื่อถามว่า รัฐมนตรีที่ไปทำงานพรรคพลังประชารัฐ ตอนนี้มีการตัดสินใจอย่างไรหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในทางกฎหมายบอกว่าไม่เป็นไร แต่เดี๋ยวทั้ง 4 รัฐมนตรีเขาจะดูเองว่าจะออกเมื่อไหร่ ยังไงก็แล้วแต่เขา เมื่อถามว่า หาก 4 รัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่ง นายกฯ จะปรับคณะรัฐมนตรีหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่ปรับ ไม่มีปรับ ไม่ปรับแล้ว จะปรับทำไม ตามกฎหมายถ้าไม่ปรับก็มีคนแทนได้

               พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะมีการตรวจสอบกรณีที่รัฐบาลเพิ่มวงเงินงบประมาณในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ว่า ก็สามารถตรวจสอบได้ เพราะการที่รัฐบาลจะออกมาตรการต่างๆ เรามีกฎหมายทุกฉบับรองรับ ซึ่งฝ่ายกฎหมายได้พิจารณาอย่างรอบคอบ สามารถดูได้ทั้งจาก พ.ร.บ.การเงินการคลัง พ.ร.บ.การใช้จ่ายงบประมาณ ว่าทำได้หรือไม่ และสิ่งที่ทำมาแล้วก็ไม่ใช่เงินทั้งหมด บางโครงการก็ใช้งบประมาณผูกพันเป็นระยะ เราต้องมองเป็น 2 ด้าน ที่ผ่านมามักมองเพียงด้านเดียว คือ การช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน แต่วันนี้เราต้องมองในกรอบมาตรการอื่นๆ ประกอบด้วย เช่น เรื่องการเกษตร ก็ต้องมีการใช้งบประมาณในส่วนของมาตรการในเรื่องของการสร้างความเข้มแข็ง การรวมกลุ่ม การลดพื้นที่ปลูก หรือแม้แต่การสนับสนุนการเปลี่ยน

 

 

 

               “ฉะนั้นอย่ามาบอกว่ารัฐบาลนี้ทำเพื่อหาคะแนนเสียง มันไม่ใช่ ทำในส่วนนี้มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เรื่องของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 2 - 3 ผมคิดว่าคงไม่มีรัฐบาลไหนสามารถที่จะดูแลคนได้ถึง 10 กว่าล้านคน มันมีหรือไม่ ก็มีแต่แก้ปัญหาทีละกลุ่มไป ขอร้องว่าอย่ามองรัฐบาลนี้ทำเพื่อการหาเสียง เดี๋ยวก็จะกลายเป็นเรื่องของความขัดแย้งต่อไปอีก มีทั้งคนที่ได้และคนที่ไม่ได้ ผมบอกแล้วว่า การที่เราจะทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น ไม่ได้เป็นเรื่องการแบ่งแยกชนชั้น เป็นเรื่องการดูแลรายได้ของประชาชน การทำข้อมูลบิ๊กดาต้าทั้งหมดที่ออกมาก็มีอยู่แล้ว ทั้งในส่วนของความจำเป็นขั้นพื้นฐาน รายได้ของแต่ละจังหวัดแตกต่างกันอย่างไร เป็นข้อมูลเดิมที่มีอยู่แล้ว รัฐบาลเพียงแต่เข้ามาดูข้อมูลของแต่ละพื้นที่ และรายได้ของประชาชนแต่ละกลุ่มก็ต้องมาดูว่าเราจะสนับสนุนตรงไหนได้บ้าง” นายกฯ กล่าว

               พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในส่วนของผู้สูงอายุนั้นทุกคนก็มีพ่อแม่ผู้ปกครอง แล้วจะไม่ดูแลบุคคลเหล่านี้หรือ ปัญหาที่เราต้องดูแลผู้มีรายได้น้อยที่เป็นผู้สูงอายุเพิ่มเติม เพราะถือว่าเป็นภาระของผู้มีรายได้น้อยที่ยังลำบากอยู่ รัฐบาลจำเป็นต้องดูแลตรงนี้ ปัจจุบันเราต้องรองรับผู้สูงวัยให้อยู่ได้ในสังคม สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่าจะให้เงินเพียงอย่างเดียว จะต้องเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุสามารถทำงานได้ในทุกมิติ ซึ่งขณะนี้กระทรวงแรงงานดำเนินการอยู่ ส่วนราชการสามารถนำผู้สูงอายุเหล่านี้มาทำงานได้ ถือเป็นสิ่งที่รัฐบาลปัจจุบันกำลังทำอยู่ในทุกๆ ระบบ และทั้งหมดต้องดูงบประมาณประกอบด้วย ไม่ใช่ป้อนเพียงอย่างเดียว

 

 

 

               ที่ผ่านมารัฐบาลอื่นก็ทำเช่นนี้ เพียงแต่ดูแลแค่บางกลุ่มบางฝ่ายเท่านั้น รัฐบาลนี้ต้องทำทั้งมาตรการเร่งด่วน และการบรรเทาความเดือดร้อนชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ในช่วงปีใหม่นี้จะมีมาตรการเข้ามาดูแลกลุ่มคนต่างๆ อีก โดยมอบหมายให้กระทรวงการคลังดูแลอยู่ ทั้งนี้ ผู้มีรายได้น้อยต้องคำนึงถึงกลุ่มอื่นๆ ด้วย เพราะผู้เสียภาษีมีจำนวนมาก ต้องมาดูว่ากลุ่มคนเหล่านี้ใครเดือดร้อนบ้าง ข้าราชการชั้นผู้น้อยก็เช่นกัน คนที่มีรายได้ระดับปานกลางค่อนไปทางต่ำก็ต้องดูแลด้วย ซึ่งมาตรการต่างๆ จะทยอยออกมาตามลำดับ ตามเม็ดเงินงบประมาณที่มีอยู่ วันนี้ขอบคุณทุกคนที่เข้าใจ ดูหน้าตาสื่อมวลชนแล้วเข้าใจกันมากขึ้น

               ต่อมาเวลา 11.30 น. ที่ ทำเนียบรัฐบาล  พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงชาติ (สมช.) ครั้งที่ 3/2561 ว่า ที่ประชุมรับทราบการฝึกการบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติประจำปี 2561 (C-MEX 18) ที่เป็นการฝึกร่วมกันของเหล่าทัพและหน่วยงานต่างๆ ซึ่งมีคนสำเร็จไปตามเจตนารมณ์ นอกจากนี้ที่ประชุมได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ข้อมูลความมั่นคงของรัฐและความลับของทางราชการ พ.ศ. .... และร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการก่อการร้าย พ.ศ. .... ซึ่งมีข้อสังเกตต่างๆ เพิ่มขึ้นมากมาย ทั้งนี้ เราจะต้องทำอย่างไรก็ตามให้เกิดการตรวจสอบการถ่วงดุลในการใช้อำนาจทางกฎหมาย เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งในเรื่องการคุ้มครอง และเรื่องสิทธิมนุษยชนต่างๆ รวมถึงกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องที่ต้องเป็นไปตามนั้น โดยมีขั้นตอนที่ชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเกิดขึ้นอย่างเช่นอดีตที่ผ่าน

 

 

 

               พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยประเด็นปัญหาความมั่นคง ซึ่งวันนี้โลกกำลังจะเปลี่ยนไปสู่สังคมเทคโนโลยีและดิจิทัล ซึ่งเราจะต้องเตรียมหลายอย่างไปพร้อมกัน เพื่อให้มีความเข้มแข็งเพียงพอและได้รับความไว้วางใจจากประชาชน รวมถึงสิ่งที่จะต้องพิจารณาควบคู่กัน คือ ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. .... ที่กำลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้ ซึ่งทุกกฎหมายจะต้องสอดคล้องและไม่สร้างภาระให้กับประชาชน ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติหน้าที่

               นายกฯ กล่าวว่า ตนได้เน้นย้ำในเรื่องกระบวนการการแก้ปัญหาบรรเทาภัยพิบัติและให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวกับความมั่นคงได้ใช้โอกาสในการฝึกประจำปี เอาเรื่องเหล่านี้ไปทำความเข้าใจ ทั้งนี้ ประชาชนต้องเข้าใจว่าเราจะทำให้บ้านเมืองสุขสงบได้อย่างไร