ดารา-นักแสดง อยากเห็นการเมืองผลัดใบ

การเมือง  :  10 พ.ย. 2561

วงเสวนาอยากเห็นเมืองไทยดีกว่านี้ ประสานเสียงไม่อยากให้ลุงกลับมา เว้นแต่มาตามกม.-ถูกครรลอง-ได้รับเลือกจากเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ หวังนักการเมืองคนรุ่นใหม่มีโอกาส

 

          โรงภาพยนตร์ไอแมค สยามพารากอน -10 พ.ย.51 เอ็กซ์คลูซีฟทอล์ก อยากเห็นเมืองไทยดีกว่านี้ จัดโดยนายดนัย เอกมหาสวัสดิ์ และน.ส.อมรรัตน์ มหิทธิรุกข์โดยภายในงานวันนี้มีนักการเมืองกลุ่มคนรุ่นใหม่จาก 10 พรรคการเมือง เข้าร่วมกิจกรรม อาทิ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคไทยรักษาชาติ พรรคประชาชนปฏิรูป รวมถึงนายชวรัตน์ ชาญวีรกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี บิดาของนายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย องค์กรต่อต้านคอรัปชั่น มูลนิธิเมาไม่ขับ และมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เข้าร่วมสังเกตการณ์

 

          ในประเด็นคำถามว่าอยากเห็นเมืองไทยดีกว่านี้อย่างไร นางกาญจนา หงษ์ทอง นักเขียนและพิธีกร กล่าวว่า การทำให้ผู้คนมีความสุข ไม่ใช่วัดกันด้วยจีดีพี สหรัฐอเมริกาหรืออังกฤษตัวเลขจีดีพีสูงแต่มีคนไร้บ้านจำนวนมาก ขณะที่ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย ประชาชนมีคุณภาพชีวิต เก็บภาษีแพงก็จริง แต่ประชาชนเรียนฟรี รักษาฟรี ระบบสาธาณูปโภคดี ผู้คนไม่เน้นวัตถุนิยม พรรคการเมืองไม่ต้องออกนโยบายรถคันแรก ไม่ต้องคืนความสุขให้ ความสุขต้องเริ่มจากการเปลี่ยนทัศนคติของคนไทยเอง

 

          นายอรรฆรัตน์ นิติพน หรือก้อง เจ้าของรายการอายุน้อย 100 ล้าน กล่าวว่า ตนมองเห็นความต่างของสังคมคนในเมืองรวย กินข้าวมื้อละ 8 พันบาท ขณะที่คนยากจนในต่างจังหวัดต้องดำเอาเศษหอยในท้องนามากิน มีเงินอุดหนุนจากรัฐเดือนละ 400 บาท ชี้ให้เห็นว่าการเข้าถึงทุน ความรู้ และความสามารถต่างกัน ทั้งนี้สังคมจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับสื่อ วันนี้เยาวชนไม่มีไอดอลเป็นดารา แต่ไม่มีใครรู้จักนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร สังคมยกย่องเมียน้อยที่ได้ผัวรวย อยากเห็นสื่อที่มีคอนเทนต์ดีๆ โซเซียบมีเดียกระตุ้นความอยาก ไม่ว่าจะเป็นอาหารมื้อหรู โทรศัพท์มือถือ แต่รายได้จำกัดอยู่ที่ 300 บาท

 

          นายกรุณพล เทียนสุวรรณ หรือเพชร อาชีพนักแสดง กล่าวว่า ตนอยากเห็นคนไทยมีจิตสำนึกต่อหน้าที่ เคารพกฎระเบียบ เชื่อว่าทุกคนล้วนเคยทำผิดกฎหมาย จ่ายเงินให้ตำรวจ ทำผิดเพื่อให้มีฐานะดีขึ้น เพราะเรานับถือความสำเร็จโดยไม่คิดถึงเส้นทางว่าจะได้มาอย่างไร ทั้งนี้ยอมรับว่าหลังการรัฐประหาร ตนดีใจเล็กๆว่าจะได้เลิกทะเลาะกัน ทหารคงเข้ามาแก้ปัญหาบ้านเมืองโดยไม่คำนึงถึงฐานเสียง แต่สุดท้ายก็ยังหวังฐานเสียง เชื่อว่าครึ่งหนึ่งพรรคการเมืองจะได้จัดตั้งรัฐบาล แต่สุดท้ายคงทำอะไรลำบากเพราะต้องทำตามยุทธศาสตร์ 20 ปีของคุณลุง

 

          น.ส.พรรณี วีรานุกูล หรืออัยย์ อดีตนักร้อง กล่าวว่า คุณภาพชีวิตที่ดีของคนต่างประเทศ ไม่ได้หมายความว่าคนของเขาจะมีจิตใจดี สำหรับคนไทยมีพื้นฐานจิตใจดี เอื้อเฟื้อ ยิ้มง่ายแต่ปัจจุบันสิ่งดีๆเหล่านั้นลดลงไปมาก ความสวยงามทางธรรมชาติแหล่งท่องเที่ยวของไทยก็คุณภาพลดลงมาก ถ้าถามว่าอยากเห็นเมืองไทยดีกว่านี้อย่างไร ตนมองว่าวันนี้ไม่ต้องทำอะไรมาก แค่นำสิ่งที่ดีอยู่แล้วกลับมาแล้วพัฒนาให้ดีขึ้น เราไม่ปิดกั้นความเจริญแต่ไม่ใช่เจริญแบบระเบิดพรึ่บแล้วหายไป สำหรับประเด็นด้านการศึกษาเรื่ององค์ความรู้ยังไม่น่ากังวลเท่ากับมุมมองความคิด จริยธรรม คุณธรรม ซึ่งน่าเป็นห่วงมาก


          นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้งบริษัทตลาดดอทคอม กล่าวว่า ความเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงที่สุดคือผู้นำที่มีคุณภาพ ยกตัวอย่างประเทศจีนที่ทุกอย่างเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงประกาศนโยบายปลอดทุจริตคอรัปชั่น ทำให้บ้านเมืองเปลี่ยนแปลง ตนจึงอยากเห็นผู้นำคนรุ่นใหม่เพราะโลกพัฒนาไปมาก ต้องการผู้นำที่มีความคิดแปลกใหม่ อาวุโสดีในบางเรื่อง แต่บางอย่างไม่ถูกยุคสมัย ขอให้นักการเมืองรุ่นใหม่กล้าที่จะกระโดดขึ้นมาโดยไม่ต้องเกรงใจรุ่นพี่ เพื่อแก้ปัญหาการทำงานในภาครัฐ ซึ่งหน่วยงานภาครัฐมักทำงานซ้ำซ้อน โครงการไทยแลนด์ 4.0 ทุกหน่วยทำเหมือนกัน ไม่มีเจ้าภาพหลัก สั่งงานข้ามกระทรวงไม่ได้ อยากแนะนำให้รัฐบาลรับฟังเอกชนที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มองค์กร ให้เอกชนเดินนำโดยรัฐทำหน้าที่ดูแลช่วยเหลือ ไม่ใ่ช่ให้รัฐเดินนำ สำหรับประเด็นการศึกษายุคปัจจุบันเปลี่ยนไปจากเดิม องค์ความรู้ไม่ได้อยู่ในห้องเรียนแบบเดิมๆ อีก 30 ปีข้างหน้า เชื่อว่าเราจะดาวน์โหลดองค์ความรู้เข้าสู่ร่างกายได้


          "การเปลี่ยนแปลงทำให้ประเทศดีที่สุด ไม่ต้องชี้นิ้วสั่งการ หรือชี้นิ้วด่ากัน แต่ต้องเริ่มต้นจากตัวเอง ทุกคนต้องกลับมามองตัวเองเริ่มทำให้เกิดขึ้นจริงๆ ไม่ใช่เขียนด่ากันในเฟชบุ๊ก การเมืองสูตรเก่าหรือผู้นำรุ่นเก่าบริหารต่อไปไม่ได้แล้ว อย่างน้อยต้องมีคนรุ่นใหม่เข้าร่วมงานอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่ไม้ประดับ ที่สำคัญต้องไม่คอรัปชั่น" นายภาวุธ กล่าว


          นายภูมิใจ ตั้งสง่า หรือดีเจภูมิ กล่าวว่า เรามองซุปเปอร์คาร์ กระเป๋าหรู การท่องเที่ยวแพงๆ คือความสำเร็จ ซึ่งสิ่งเหล่านั้นคือผลพลอยได้ของความสำเร็จ ความสำเร็จที่แท้จริงคือความยากลำบาก ถ้าอยากเข้าใจเงินต้องไปศึกษาของเศรษฐีที่สร้างตัวจากความยากจน ไม่ใช่ไปมองที่ลูกเศรษฐี การมองที่วัตถุทำให้เยาวชนหญิงขายตัวออนไลน์ ผู้ชายค้ายาเสพติด 100 ปี แต่วันนี้ห้องเรียนไทยยังเหมือนเดิม ครูก็เหมือนเดิมและมีเงินเดือนต่ำ ประเทศจะดีขึ้นได้ ต้องมีการศึกษาและสื่อที่ดีเพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับเด็กและเยาวชน

 

           สำหรับคำถามว่า อยากเห็น "ลุงตู่" อยู่ต่อหรือไม่ นายกรุณพล กล่าวว่า ให้อยู่ทำซากอะไร แต่ถ้าสามารถกลับมาได้ตามครรลองของระบบ ไม่ผิดกฎหมาย ก็กลับมาได้ และยอมรับได้ แต่ส่วนตัวไม่อยากให้กลับมาแล้ว เช่นเดียวกับนางกาญจนา ซึ่งระบุว่า ถ้าจะกลับมาต้องเป็นไปตามกติกา ถ้าได้รับเลือกก็กลับมาได้ จะเป็นใครก็ได้ขอให้มาตามระบบ ขณะที่นายอรรฆรัตน์ กล่าวว่า ถ้ากลับมาในฐานะของเสียงส่วนใหญ่ ก็ต้องเคารพ

 

          ด้านนายภาวุธ กล่าวว่า ผู้นำที่ดีอาจเสียเพราะคนรอบข้าง ตนเคยมีศรัทธาแต่พอเจอเรื่องนาฬิกาเข้าไปก็เสียศรัทธา แม้เห็นอยู่ว่าลุงตู่พยายามทำ พยายามรับฟังประชาชน แต่ถือความเป็นพี่เป็นน้องมากเกินไป ถ้ากลับมาต้องมีคนเข้าไปช่วยงานให้เยอะ และถ้าจะกลับมาต้องชนะการเลือกตั้ง มีจุดยืนมองประเทศก่อน ไม่ใช่เคารพพี่ เอาพี่มาวางไว้หน้าประชาชน

 

          ด้านน.ส.พรรณี กล่าวว่า ประชาชนทุกคนโหยหาการเลือกตั้ง ต้องการให้อยู่ในกฎกติกา อยากให้ใครอยู่ อยากให้ใครได้ต้องไปเลือกตั้ง คาดหวังได้แต่อย่าให้ใจทั้งหมดกับการเมือง เพราะการเมืองไม่แน่นอน และฝากไว้กับผู้สมัครทุกพรรคทุกนโยบาย ให้เมตตาประชาชนด้วยหัวใจมองเห็นประโยชน์ของประเทศและประชาชนก่อน

 

          สำหรับคำถามว่า อยากเห็นรัฐบาลใหม่ทำนโยบายใดเป็นลำดับแรก นางกาญจนา กล่าวว่า ขอให้รักษาคำพูด ทำตามที่ขายฝัน รับผิดชอบคำพูด ด้านนายอรรฆรัตน์ กล่าวว่า อยากเห็นเศรษฐกิจดีขึ้น การพัฒนาอย่างยั่งยืน และการดูแลสิ่งแวดล้อม ขณะที่นายกรุณพล อยากเห็นรัฐบาลใหม่ลดอัตตาความบาดหมางในอดีต การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นจะไม่มีพรรคใหญ่ชนะการเลือกตั้งเด็ดขาด ต้องเป็นรัฐบาลผสมจึงอยากเห็นการทำงานที่สร้างสรร ประเทศย่ำอยู่กับที่มานาน เราเคยเป็นศูนย์กลางอาเซียน วันนี้เป็นเห็บสยาม นักการเมืองอาสามาทำงานให้ประเทศดีขึ้น ไม่ใช่อาสามากอบโกย


          นายภูมิใจ กล่าวว่า อยากเห็นนโยบายการศึกษาเพื่อวางระบบให้อนาคตของชาติ เสพสื่อดีมีคุณภาพ ซึ่งรัฐบาลต้องเข้ามาสนับสนุน ภาษี 2,000 ล้านบาท สนับสนุนทีวี เป็นแค่จุดเริ่มต้นที่ยังต้องพัฒนา ส่วนนายภาวุธ กล่าวว่า ตำแหน่งรัฐมนตรีถูกวางด้วยระบบโควต้า ไม่เก่งแต่มีบารมี หรืออยู่มานานก็ขึ้นมาบริหาร ทำให้พังตั้งแต่เริ่มต้น ตนจึงอยากให้รัฐบาลใหม่ใช้คนที่รู้เรื่องจริงๆเข้ามาทำงาน.