
รับบริจาคต้องขออนุญาต คสช. ก่อน
"เลขาฯ กกต." แจง ไม่ห้ามพรรครับบริจาคเงิน - ระดมทุน แค่ต้องขออนุญาต คสช. ก่อน คาดใช้ 4,000 ล้าน จัดเลือกตั้ง ส.ส.
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 11 ต.ค. 61 พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณีการห้ามพรรคการเมืองรับเงินบริจาค ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นไปตามประกาศ คสช. ที่ 57/2557 เรื่องให้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญบางฉบับมีผลใช้บังคับต่อไป ซึ่งมีการห้ามมิให้พรรคการเมืองที่มีอยู่แล้วดำเนินการประชุม หรือดำเนินกิจการใดๆ ในทางการเมือง
แม้จะมีการคลายล็อกตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 53/2560 เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง แต่ประกาศ คสช. ที่ 57/2557 ก็ยังมีผลบังคับใช้อยู่ ดังนั้นการดำเนินการอย่างอื่นที่นอกเหนือจากการคลายล็อกทั้ง 6 ข้อ จะต้องมีการขออนุญาตจาก คสช. อย่างกรณีการประชุมของกรรมการบริหารพรรคเพื่อเลิกกิจการพรรค ที่ไม่ได้อยู่ในการคลายล็อกทั้ง 6 ข้อ แต่ก็มีพรรคขออนุญาตเพื่อดำเนินการเลิกกิจการของพรรค ซึ่งกรณีการรับเงินบริจาคหรือระดมทุนก็ต้องขออนุญาตในลักษณะเดียวกัน
“เรื่องการรับบริจาคไม่ได้ห้าม เพียงแค่ต้องขออนุญาต อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ กกต. จะมีการออกหนังสือเวียนแจ้งให้พรรคการเมืองต่างๆ ทราบอีกครั้งว่า หากพรรคจะดำเนินกิจการทางการเมืองนอกเหนือจากการคลายล็อกทั้ง 6 ข้อตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 53/2560 จะต้องขออนุญาต คสช. ก่อน” พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคอนาคตใหม่มองว่า กกต. เป็นเครื่องมือของ คสช. ในการยุบพรรค เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า เราเป็นเครื่องมือของกฎหมาย หากกฎหมายให้ทำอย่างไรก็ทำอย่างนั้น ตนในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองไม่อยากให้พรรคการเมืองทำอะไรที่ผิดกฎหมาย อยากให้เหลืออยู่ทุกพรรคจนถึงการเลือกตั้ง ส่วนกรณีพรรคอนาคตใหม่ท้าให้ กกต. ออกหนังสือคำสั่งห้ามรับบริจาคหรือระดมทุนอย่างเป็นทางการนั้น คงไม่มีการออกคำสั่งลักษณะดังกล่าว เพราะ กกต. จะมีหนังสือเวียนชี้แจงพรรคการเมืองอยู่แล้ว หากพรรคอนาคตสอบถามมา กกต. ก็จะมีหนังสือตอบ
พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวว่า หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ ร่าง พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือก ส.ว. เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ซึ่งคาดว่าจะมี พ.ร.ฎ.เลือก ส.ว. ในช่วงต้นเดือน พ.ย. นี้ ในส่วนของ กกต. จะดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ ในการสรรหา ส.ว. เริ่มจากการเปิดให้ลงทะเบียนองค์กรที่จะเสนอชื่อในวันที่ 15 - 24 ต.ค.นี้ จากนั้นจะเป็นการเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 26 - 30 พ.ย. และการเลือกในระดับอำเภอในช่วงวันที่ 16 ธ.ค. คัดเลือกในระดับจังหวัดในช่วงวันที่ 22 ธ.ค. และคัดเลือกระดับประเทศในวันที่ 27 ธ.ค.
พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวอีกว่า ในเรื่องการเลือก ส.ว. กรรมการ กกต. เน้นย้ำว่า อยากให้สำนักงาน กกต. ดำเนินการให้เสร็จเรียบร้อยโดยเร็ว เพื่อจะได้จัดเตรียมในเรื่องการเลือกตั้ง ส.ส. ที่จะมีขึ้นในช่วงใกล้ๆ กัน และเชื่อว่าในการเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการสรรหา ส.ว. ในนามองค์กร คาดว่าจะมีการเสนอชื่อเข้ามาเป็นจำนวนมาก เพราะดูจากความคึกคักขององค์กรที่มาลงทะเบียน อย่างไรก็ตาม ไม่ห่วงเรื่องการฮั้วสมัคร เพราะขั้นตอนการเลือกมีหลายระดับ และในแต่ละระดับผู้สมัครจะรู้คะแนนและสามารถร้องเรียนได้ หากพบความผิดปกติ ซึ่งถ้าพิสูจน์แล้วว่ามีการฮั้วเกิดขึ้นจะมีความผิด โทษแรง และมีสิทธิ์โดนใบแดงเช่นเดียวกับการสมัคร ส.ส.
พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ กกต. ได้รับอนุมัติงบฯ ในการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. มากว่า 4,000 ล้าน แต่ด้วยกระบวนการจัดการเลือกตั้งเป็นรูปแบบใหม่ มีค่าใช้จ่ายมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าตอบแทนให้ผู้แจ้งเบาะแส สินบนรางวัลนำจับ การกำหนดให้ กกต. เป็นผู้จัดหาสถานที่สำหรับปิดป้ายหาเสียงของผู้สมัคร ทำให้งบฯ ที่ได้รับยังไม่เพียงพอ จึงได้มีการขออนุมัติเพิ่ม และจะเสนอไปให้ ครม. พิจารณาในเร็วๆ นี้ เพราะจำเป็นต้องนำเงินมาดำเนินการ เบื้องต้น กกต. พยายามที่จะปรับลดลงบฯ มา โดยก่อนหน้านี้มีขออนุมัติที่กว่า 5,000 ล้าน และบีบลงมาเหลือ 4,000 ล้าน ในส่วนของงบฯ ที่ได้รับจัดสรรสำหรับการเลือก ส.ว. เพียงพอแล้ว จึงไม่มีการขอเพิ่ม



