"เพื่อไทย" โควต้าแน่น แกนนำเตรียมลงเขต

การเมือง  :  4 ต.ค. 2561

"เพื่อไทย" โควต้าแน่น แกนนำ เตรียมลงเขต คนผิดหวัง ย้ายพรรค ชี้ "พรรคเพื่อธรรม" รองรับถูกยุบ โยกลงสมัคร 

 

           4 ต.ค.61-รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า หลังจากรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งประกาศออกมา ซึ่งหนึ่งในเงื่อนไขที่แตกต่างไปจากเดิม ในการคำนวนส.ส.ในระบบจัดสรรปันส่วนผสม แม้จะมีการนำทุกคะแนนเสียงมาคำนวน แบบไม่ทิ้งน้ำ แต่ขณะเดียวกัน หากพรรคใดได้จำนวนส.ส.เขต ตามเกณฑ์ที่มีการกำหนดไว้แล้ว ทำให้โอกาสที่จะได้ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ เข้ามานั้น ยิ่งน้อยลงไป ทำให้ขณะนี้บรรดาอดีตรัฐมนตรี อดีตส.ส.เกรดเอ ต่างแย่งชิงขอลงสมัครรับเลือกตั้งในระบบเขตเลือกตั้ง โดยในกทม. ย่านฝั่งพระนคร ปรากฎชื่อทั้ง นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง นายสุธรรม แสงประทุม ต่างแย่งชิงขอลงสมัครรับเลือกตั้ง ส่วนย่านฝั่งธน นายวัฒนา เมืองสุข ก็ขออาสาลงสมัครแข่งขันท้าชนกับผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์     

 

          ขณะที่แกนนำของพรรคเพื่อไทย เปิดโอกาส มีนโยบายสนับสนุนคนรุ่นใหม่ ให้ลงแข่งขัน แย่งคะแนนเสียงจากพรรคประชาธิปัตย์ พรรคอนาคตใหม่ จึงปรากฎชื่อทั้งนายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส หนึ่งในคนรุ่นใหม่ ที่อยู่ในข่ายได้รับการพิจารณาลงส.ส.เขตบางกะปิ เช่นกัน    

          ทั้งนี้ในส่วนของพื้นที่เหนือ อีสาน นอกจากนักการเมืองที่มีฐานเสียงเหนียวแน่นที่จะได้ลงค่อนข้างแน่นอนแล้ว แต่ก็มีบางคนจะวางมือทางการเมือง สนับสนุนทายาทลงเลือกตั้ง เช่น นายนิสิต สินธุไพร อดีตส.ส.ร้อยเอ็ด ผลักดันบุตรสาวลงสมัครรับเลือกตั้ง ทำให้แม้แต่นายวิเชียรชนินทร์ สินธุไพร น้องชายนายนิสิต นายคารม พลพรกลาง ทนายความเสื้อแดง ไม่มีพื้นที่ จึงย้ายไปร่วมงานกับพรรคอนาคตใหม่ เช่นเดียวกับในจ.หนองคาย ที่มีการวางตัวคนรุ่นใหม่ลงสมัครแข่งขันทั้ง 3 เขต ทำให้ว่าที่ร.ต.พงศ์พันธ์ สุนทรชัย อดีตส.ส.ไม่มีพื้นที่ ตัดสินใจไปร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย 

           รายงานข่าวเผยอีกว่า สำหรับพรรคเพื่อธรรมที่มีนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นหัวหน้า มีการตั้งขึ้นมาทั้งเตรียมพร้อมหากพรรคเพื่อไทยจะถูกยุบ หากยังไม่เข้าช่วงเวลา 90 วันก่อนเลือกตั้ง จะให้สมาชิกพรรคทั้งหมดย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อธรรม แต่หากสถานการณ์การเมืองปกติ จะมีการส่งผู้สมัครส.ส.ที่พลาดหวัง ไม่ได้ลงสมัครจากพรรคเดิม ลงแข่งขัน เป็นทั้งการแก้ปัญหาพื้นที่เต็ม และยังเป็นการดึงคนที่มีแนวร่วมอุดมการณ์เดียวกัน ไม่ให้ไปร่วมงานกับพรรคการเมืองอื่นๆ