ปชป.เรียกร้องรัฐบาลเร่งคลอด พ.ร.บ. ส่งเสริมให้ภาคปชช.

การเมือง  :  15 ก.ย. 2561

"ชาญชัย" แนะ รัฐบาลถอนอุทธรณ์ หลังศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่ให้ขึ้นค่าทางด่วน

 

          15 ก.ย.61-ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์  กล่าวถึงกรณีศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาในคดีแดงที่ 1951-1952/2558 สั่งเพิกถอนมติคณะรัฐมนตรี (ครม.)เกี่ยวกับการขึ้นราคาบริการใช้ทางด่วนเส้นดอนเมืองโทลเวย์ จากเดิมที่คิดค่าใช้บริการผ่านทางในอัตรา 35 - 65 บาท และเก็บเพิ่มตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค.2557 ถึงวันที่ 21 ธ.ค. 2562 เป็น 70-100 บาท โดยเก็บเพิ่มในอัตราก้าวหน้า ซึ่งตามสัญญาระบุว่า ไม่ต้องแจ้งขออนุญาตจากกรมทางหลวง หรือจากรัฐบาล  แต่บริษัททางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) สามารถขึ้นราคาได้ตามที่มติ ครม.และกรมทางหลวง ที่ยอมอนุมัติไว้ตลอดอายุสัมปทาน  ซึ่งศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาไว้เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2558 ว่าให้เพิกถอนมติ ครม. 2 ครั้ง เพราะเป็นการสร้างภาระให้แก่ประชาชนเกินสมควรและเป็นการแก้ไขสัญญาเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัทเอกชน 

 

 

          นายชาญชัย กล่าวอีกว่า ปรากฎว่ารัฐบาลนี้ได้อุทธรณ์ศาลปกครองสูงสุดเพื่อให้เก็บค่าผ่านทางตามมติ ครม.เดิม โดยมิได้คำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชน  ทั้งที่วิธีการแก้ไขนั้น รัฐบาลเพียงแค่ถอนคำร้องอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดเพื่อให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลางที่ได้ตัดสินไปแล้วเพื่อลดภาระและความเดือดร้อนของประชาชน   

           "ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2561  ครม. ได้พิจารณาเกี่ยวกับมูลเหตุที่ทำให้ไทยต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายจำนวน6,000 ล้านบาท ตามคำตัดสินของคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ เขตปกครองพิเศษฮ่องกงให้แก่บริษัท วอลเตอร์ บาว จำกัด (Walter Bau) เยอรมนี ซึ่งเคยถือหุ้นบริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) ผู้รับสัมปทานโทลล์เวย์ โดยลงมติว่า ให้ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐกำชับให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่หรือข้าราชการประจำ ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำสัญญาระหว่างรัฐและเอกชนให้เข้มงวดและติดตามการดำเนินการเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติเช่นนี้อีก  ผมสงสัยว่าเหตุใดรัฐบาลจึงไม่หาผู้ทำผิดว่ามีข้าราชการ หรือนักการเมืองคนใดในยุครัฐบาลใดที่ทำให้เกิดความเสียหายของประเทศชาติจากการทุจริตคอร์รัปชัน  หรือมีเบื้องหน้าเบื้องหลังที่ปล่อยให้คนชั่วลอยนวลจนถึงปัจจุบัน" นายชาญชัย กล่าว

 

"ชาญชัย" เรียกร้อง รบ. เร่งคลอด พ.ร.บ. ส่งเสริมให้ภาค ปชช.  ชี้เป้าปราบปรามทุจริต

               นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวถึงกรณีที่รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ได้บัญญัติไว้ในมาตรา 63 ที่กำหนดให้เป็นมาตรการการป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบ ได้กำหนดว่ารัฐต้องส่งเสริมและจัดให้มีมาตรการและกลไกที่มีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันและขจัดการทุจริตโดยส่งเสริมให้ภาคประชาชนรวมตัวกันเพื่อให้มีส่วนร่วมในการรณรงค์ต่อต้าน หรือชี้เบาะแส โดยจะได้รับความคุ้มครองจากรัฐตามที่กฎหมายบัญญัตินั้นว่า จนถึงขณะนี้การตราพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เรื่องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 63 ยังไม่ได้เกิดขึ้น หรือถูกนำมาใช้อย่างเป็นรูปธรรม ตามที่กฎหมายบัญญัติเพื่อให้ภาคประชาชน ปกป้องเงินภาษีหรืองบประมาณแผ่นดินและการตรวจสอบการใช้อำนาจในทางมิชอบ ทั้งวางกรอบการทำงานและกฎเกณฑ์ในการรวมตัวของภาคประชาชนและกฎกติกาการทำงานขององค์กร หรือกลุ่มต่างๆ ที่หลากหลาย ในเรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ

           นายชาญชัย กล่าวต่อไปว่าด้วยเหตุนี้ ตนจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการให้ออกพ.ร.บ.ดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 63 โดยเร็วเพื่อแสดงว่ารัฐบาลนี้เข้ามาเพื่อปฏิรูปในเรื่องการป้องกันและกลับปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบจริง

          "ในโลกนี้ประเทศที่สามารถแก้ไขปัญหาการทุจริต หรือป้องกันและปราบปรามการทุจริต คอร์รัปชั่นได้สำเร็จ เพราะได้รับความร่วมมือจากภาคประชาชนทุกกลุ่มรวมตัวกันในการตรวจสอบป้องกันและปราบปรามโดยการชี้เบาะแสและมีอำนาจในการฟ้องร้องต่อศาลโดยตรง" นายชาญชัย กล่าว