" องอาจ" ปัดศึกภายในชิงเก้าอี้แม่ทัพ ปชป.

การเมือง  :  15 ก.ย. 2561

"องอาจ" เผยจันทร์นี้ประชุม คกก.บริหารพรรค แก้ไขข้องบังคับเลือกหัวหน้าใหม่ ปัดศึกภายในชิงเก้าอี้แม่ทัพ ชี้แค่เรื่องปกติตามประชาธิปไตย

     15 ก.ย.61-นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี คำสั่ง คสช. เพื่อคลายล็อกทางการเมืองได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วว่า ทันทีที่มีการคลายล็อก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้แจ้งให้กรรมการบริหารพรรคมาประชุมในวันจันทร์นี้ (17 ก.ย.) เพราะก่อนที่จะประชุมใหญ่ของพรรคเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคใหม่ หรือดำเนินกิจการอะไรก็ตาม จะต้องให้ทางคณะกรรมการบริหารมาพิจารณาก่อน ว่าจะต้องแก้ข้อบังคับพรรคข้อไหนอย่างไรบ้าง ซึ่งประเด็นสำคัญในการแก้ไขครั้งนี้ คือการแก้ไขข้อบังคับเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ และแก้ไขข้อบังคับพรรคที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรค เพราะนายอภิสิทธิ์ได้เสนอวิธีการเลือกหัวหน้าแบบใหม่ ให้เลือกโดยตรงจากสมาชิกพรรค มีสิทธิออกเสียงเลือกหัวหน้าพรรค ซึ่งเราก็ต้องเอารายชื่อที่สมาชิกเลือก มาผ่านการพิจารณาจากที่ประชุมใหญ่อีกที เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายพรรคการเมือง  

           " องอาจ" ปัดศึกภายในชิงเก้าอี้แม่ทัพ ปชป.

เมื่อถามถึงกิจกรรมที่สามารถทำได้ในช่วงคลายล็อก แต่ละข้อนั้น ถือว่าทำให้พรรคเดินหน้าต่อได้หรือไม่ นายองอาจกล่าวว่า  ขณะนี้สิ่งที่คลายล็อกออกมา ทางพรรคก็พร้อมที่จะดำเนินการตามนั้นอยู่แล้ว ทั้งเรื่องการจัดประชุมใหญ่ หรือเรื่องการหาสมาชิก ทั้งนี้การคลายล็อกดังกล่าวยังเกี่ยวข้องกับหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็คือต้องเร่งดำเนินการกำหรดเขตเลือกตั้ง เมื่อได้ผลแล้ว พรรคกรเมืองจะได้พิจารณาสรรหาผู้สมัครลงเลือกตั้ง

    เมื่อถามถึงกรณีการทำไพรมารีโหวตนั้น นายองอาจกล่าวว่า เรื่องนี้ปกติพรรคประชาธิปัตย์ทำอยู่แล้ว และทำมากกว่าที่กฎหมายพรรคการเมือได้กำหนดเอาไว้ เพราะผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ สาขาพรรคที่เป็นองค์ประกอบของสมาชิกพรรค มีสิทธิเสนอชื่อ โดยทุก ๆ ครั้งที่จะมีการเลือกตั้ง ทางสาขาพรรคก็จะเรียกประชุมสมาชิก และเสนอชื่อบุคคลที่มีความเหมาะสมให้ทางพรรคพิจาณา ซึ่งเราทำแบบนี้มาหลายสิบปีแล้ว ไม่ว่ากฎหมายจะบอกให้ทำหรือไม่อย่างไร เราก็ทำตามข้อบังคับพรรคไป

    เมื่อถามถึงกระแสข่าวการเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจกล่าวว่า ตนไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องศึกภายในพรรค แต่เป็นเรื่องปกติของแต่ละพรรคการเมืองที่มีความเป็นประชาธิปไตย ต้องดำเนินการลักษณะนี้ ซึ่งทางพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้แสดงให้เห็นมาตลอด ว่าเป็นการเมืองของประชาชน ไม่ใช่มีใครคนหนึ่งเป็นเจ้าของ ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ยืนหยัดได้ถึงวันนี้ ดังกนั้นการเสนอตัวเพื่อเป็นหัวหน้าพรรคแข่งขันกัน ก็เป็นเรื่องปกติในกระบวนการประชาธิปไตย ไม่ได้เป็นศึกภายในพรรคแต่อย่างใด 

    เมื่อถามอีกว่า หากมีการเปลี่ยนหัวหน้าพรรคจริง จะช่วยทำให้พรรคประชาธิปัตย์ชนะการเลือกตั้ง หรือจะกระทบต่อฐานเสียงใน กทม. หรือไม่ นายองอาจกล่าวว่า ตนคิดว่าจะไปคาดการณ์ล่วงหน้าขนาดนั้น เพราะการเลือกตั้งไม่ได้มีเงื่อนไขเฉพาะเรื่องของหัวหน้าพรรค แต่มีหลาย ๆ อย่างที่เป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจลงคะแนนเสียงของประชาชน

////