"วรรณภา"แจกเสื้อสหพันธรัฐไทได้ประกัน 2 แสน

การเมือง  :  12 ก.ย. 2561

"ศาลอาญา"ให้ฝากขังครั้งแรก"สาวสมุทรปราการ"ผู้ต้องหาคดีอั้งยี่-ปลุกปั่น รับเสื้อต่อต้านคสช.-เปลี่ยนการปกครองแจกต่อญาติกำเงินสด 2 แสนประกันตัว

 

         12 กันยายน 2561 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนกองปราบปราม ได้ควบคุมตัว "นางวรรณภา คำพิพจน์" อายุ 30 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ ที่แจกเสื้อ "สหพันธรัฐไท"

 

         ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 2067/2561 ลงวันที่ 11 ก.ย.61 ข้อกล่าวหาเป็นอั้งยี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา 209 มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 12-23 ก.ย.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบพยานอีก 4-5 ปาก และรอผลตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร ประกอบกับเป็นความผิดอาญาร้ายแรง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี

 

         โดยศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขัง

 

         ต่อมา ญาติของนางวรรณภา ผู้ต้องหา ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างการฝากขังนี้

 

          ซึ่งช่วงเย็นที่ผ่านมา ศาลพิจารณาแล้ว ก็มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว "นางวรรณภา" ผู้ต้องหา ระหว่างการฝากขังนี้ โดยตีราคาประกัน 200,000 บาท โดยไม่มีการกำหนดเงื่อนไขใดๆ

 

          สำหรับคำร้องฝากขังดังกล่าว ได้ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อประมาณปี 2557 เจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้รับคำสั่งจาก คสช. ให้ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้านรัฐบาล-คสช. และการก่อความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ซึ่งพบว่ามีบุคคลหลายกลุ่มที่มีพฤติการณ์ในการต่อต้านรัฐบาล-คสช.ซึ่งได้มีการร้องทุกข์ดำเนินคดีเรื่อยมา

 

          ต่อมา วันที่ 20 ส.ค.61 ฝ่ายข่าวคณะรักษาความสงบแห่งชาติ สืบทราบว่า นายกฤษณะ อาษาสู้ กับพวกรวม 3 คน (ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้แล้ว) มีพฤติการณ์ต่อต้านรัฐบาล-คสช. โดยรวมกลุ่มในชื่อ "สหพันธรัฐไท" ทำการเคลื่อนไหวทางการเมืองโดยมีการวางแผน แบ่งหน้าที่กันทำ และพยายามโน้มน้าวประชาชนให้เห็นด้วยในการเปลี่ยนระบอบการปกครองของประเทศไทย จากระบอบประชาธิปไตยฯ ให้เปลี่ยนไปปกครองในระบอบสหพันธรัฐ

 

          โดยมีการเคลื่อนไหวในเชิงสัญลักษณ์ เช่น การทำเสื้อ สติ๊กเกอร์ แจกจ่ายให้สมาชิกในกลุ่ม และเผยแพร่ใบปลิวไปตามสถานที่ต่างๆในลักษณะเผยแพร่แนวคิดของกลุ่มสหพันธรัฐ โดยนำไปปิดแจกจ่ายสถานที่ต่างๆ และยังมีการวางแผนที่จะทำกิจกรรมต่างๆ ที่สนับสนุนแนวคิดของกลุ่ม ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล กระทั่งอาศัยอำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ลงวันที่ 1 เม.ย.58 เชิญตัว นายกฤษณะ กับพวกรวม 3 คน มาซักถามที่ มทบ.11 ซึ่งผลการซักถามนายกฤษณะกับพวกยอมรับว่าได้รวมกลุ่มในชื่อ "สหพันธรัฐไท" 

 

          ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านการทำงานของรัฐบาล-คสช. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองฯ จึงได้รายงานพฤติการณ์และการกระทำของกลุ่มผู้ต้องหาให้รัฐบาล-คสช.ทราบ โดย คสช.พิจารณาแล้วมอบอำนาจให้ร้องทุกข์กล่าวโทษ ซึ่งนายกฤษณะกับพวกก็ถูกจับกุมตัวตามหมายจับศาลอาญา กระทั่งฝ่ายข่าวฯ สืบสวนขยายผลทราบว่า มีบุคคลอีก 4 คน เป็นแกนนำจัดตั้งองค์กรสหพันธรัฐ ตามที่นายกฤษณะและพวกเคยให้การไว้ในบันทึกซักถาม

 

           โดยมีการจัดทำเสื้อดำติดธงสัญลักษณ์สหพันธ และมี "นางวรรณภา" ผู้ต้องหานี้ เป็นบุคคลที่รับเสื้อดังกล่าวจากมารดาของผู้ต้องหาเองที่เป็นแนวร่วมกลุ่มสหพันธรัฐไทซึ่งหลบหนีจากประเทศไทยไปเคลื่อนไหวอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน มาแจกจ่ายให้กับสมาชิกเพื่อขยายแนวร่วม โดยผู้ต้องหา ได้ดินทางเข้าไปทาง จ.หนองคาย ได้รับเสื้อมาแล้ว 3 ครั้ง จำนวน 60 ตัว แล้วนำมาส่งที่ไปรษณีย์หนองคาย เพื่อส่งให้กับแนวร่วมตามที่อยู่ต่างๆ และที่เหลือนำมาเก็บไว้ที่ห้องตัวเองเพื่อรอส่งให้สมาชิกตามคำสั่งของมารดา ซึ่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบจึงพบเสื้อดังกล่าว และจากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือผู้ต้องหา ยังพบว่ามีการถ่ายภาพใบปลิวข้อความปลุกระดมตามสถานที่ต่างๆ หลายแห่ง

 

           โดยเมื่อวันที่ 11 ก.ย. เวลา 16.30 น. ตำรวจ กก.1บก.ป.ได้ร่วมกันจับกุม "นางวรรณภา" ผู้ต้องหา ซึ่งพนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อหา ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใด ที่ไม่ใช่การกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่ใช่เพื่อแสดงความเห็นโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักรหรือให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116  และเป็นอั้งยี่ ม.209 เหตุเกิดที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ ต.สำโรงใต้ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา