"เลขากลุ่มสามมิตร "ท้าชน "พรรคเพื่อไทย"

การเมือง  :  12 ส.ค. 2561

"เลขากลุ่มสามมิตร แจงพบ"หมอเปรม"เพื่อให้ช่วยประสานปชช.300 คน ไม่หวั่นกกต.สอบเอาผิด ลั่นท้าชน"เพื่อไทย"แข่งทำความดี เผบเล็งชง"บิ๊กตู่"ปรับเงินเดือนกำนัน ผบญ.

 

         นครราชสีมา- วันนี้  12 สิงหาคม 2561 เวลา 15.00 น. ที่ศูนย์ประสานงานกลุ่มสามมิตรประจำจ.นครราชสีมา ต.โคกสูง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา นายภิรมย์ พลวิเศษ เลขากลุ่มสามมิตร

 

         กล่าวถึงการเดินทางไปพบกับนายแพทย์เปรมศักดิ์  เพียยุระ  อดีตนายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ ที่ถูกศาลตัดสินจำคุกโดยไม่รอลงอาญาในคดีแก้ผ้านักข่าวของกลุ่มสามมิตร เมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมาว่าจะเป็นอุปสรรคในการร่วมกันทำงานรวมถึงการส่งลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.หรือไม่นั้นว่า เมื่อวานที่ไปหาหมอเปรมไม่ใช่เป้าหมาย เรื่องหมอเปรมจะได้ลงผู้แทนหรือจะได้เป็นผู้แทนหรือไม่ แต่ไปหาเพื่อให้ประสานพี่น้องในเขตเลือกตั้ง มาแลกเปลี่ยนปัญหาพี่น้องประชาชน

 

         "เพราะฉะนั้นหมอเปรมจะสอบได้ สอบตกหรือจะพ้นคดีหรือไม่นั้นกลุ่มสามมิตร ไม่รู้เป็นเรื่องส่วนตัว แต่วันนี้เราเห็นว่าหมอเปรมฯเป็นผู้ที่มีศักยภาพในเขตอำเภอบ้านไผ่  อ.โนนศิลา และในหลายๆพื้นที่ ซึ่งเมื่อวานมีประชาชนมากันไม่ 300 กว่าคน ไม่ได้มีการจ้างมาสักคน สามารถสอบถามได้ แต่ประชาชนเดินทางมาเพื่อที่จะมาพูดถึงปัญหาต่างๆให้กลุ่มสามมิตรฟังและอยากฟังความคิดของสามมิตรว่าจะทำอะไรให้ได้บ้าง นั่นคือประเด็นหลักของการเดินทางไปพบกับนายแพทย์เปรมศักดิ์ฯ" เลขากลุ่มสามมิตร กล่าว

 

       นายภิรมย์ กล่าวถึงกรณีที่ประ ธาน กกต.จะตรวจสอบการทำกิจกรรมของกลุ่มสามมิตรว่าผิดกฎหมายอย่างไรหรือไม่นั้น พวกเรายืนยันมาตลอดว่ากลุ่มสามมิตรไม่ใช่พรรคการเมือง การตั้งชื่อว่ากลุ่มสามมิตรก็เพื่อแสวงหาความต้องการปัญหาหรือแนวคิดที่จะทำประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นถ้าเกิด กกต.ยุบกลุ่มสามมิตรก็คงไม่มีกฏหมายใดที่มายุบความคิดของประชาชนได้ แต่ถ้ายุบจริงวันนี้พรุ่งนี้ตนเองก็จะตั้งกลุ่มมหามิตรขึ้นมาใหม่ไ ด้ไม่ได้ซีเรียสหรือมีปัญหาแต่อย่างใด

 

         สรุปแล้วกลุ่มสามมิตรยังจะเดินหน้าแลกเปลี่ยนแนวคิดกับประชาชนทุกกลุ่มทุกอาชีพต่อไปโดยไม่ย่อท้อ นายภิรมย์กล่าวและว่า การที่ คสช.ออกคำสั่งมาไม่ให้มีการชุมนุมเกิน 5 คน ก็เพราะเกรงว่าคนจะมารวมกันเกิน 5 คน แล้วมาพูดคุยกันเรื่องการเมืองแล้วเกิดการทะเลาะกันและเกิดความแตกแยกในสังคมตามมา ซึ่งไม่มีกฎหมายใดในโลกที่จะมาลงโทษกลุ่มคนที่มารวมกัน 200-300 คน แล้วพูดคุยในเรื่องที่สร้างสรรค์ สร้างความรักความสามัคคีและเกิดประโยชน์ในวันข้างหน้า

 

 

 

        "ซึ่งถ้าผมนำกลุ่มเสื้อเหลือง เสื้อแดง มาพูดคุยกันแล้วทำเขารักกันไม่ทะเลาะกันนำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์เพื่อประชาชนก็ให้มาจับผมได้เลย ผมจะยอมติดคุกจะได้ผอมๆเหมือนคนที่เคยติดคุกสัก 3 เดือน  ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าเจ้าหน้าที่จะมาจับผมเพราะพูดคุยกันแล้วประชาชนได้ประโยชน์  สรุปแล้วสามมิตรเดินหน้าต่อและวันนี้หัวหน้ากลุ่มก็มีคำสั่งมาแล้วว่าภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง ก็ไปมาแล้ว สัปดาห์หน้าจะลงไป 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นภาระหน้าที่ของนายอนุชา นาคาศัย แกนนำกลุ่มสามมิตรอีกคน ส่วนตนเองจะขอรับผิดชอบทางภาคอีสานอีกสักระยะ

 

         ต่อข้อถามมาถึงวันนี้กลุ่มสามมิตรมีสมาชิกกี่คนแล้ว นายภิรมย์ฯตอบว่า  ณ วันนี้กลุ่มสามมิตรไม่ใช่มีแค่ 200 คน แต่มีหลายล้านคนแล้วนั่นก็คือพี่น้องประชาชนที่ชอบแนวทางของกลุ่มสามมิตร อาทิ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนกลุ่มอาชีพต่างๆอีกมากมายที่ได้ฟังหรือเห็นการทำงานของกลุ่มสามมิตรซึ่งต้องการทำประโยชน์ให้กับประชาชนอย่างแท้จริง

 

        ต่อข้อถามกรณีอดีตนายกทักษิณฯระบุว่าสามมิตรเคลื่อนไหวบนผลประโยชน์และใช้เงินเป็นตัวล่อดูดอดีต ส.ส.เข้าร่วมนั้น นายภิรมย์กล่าวว่า ตนขอฝากถึงเจ้านายใหญ่ว่าอย่าตื่นเต้นกับคำว่าสามมิตรถ้าท่านมั่นใจว่าพรรคของท่านยังถูกใจพี่น้องประชาชนจะมี อดีต ส.ส.ย้ายออกจากพรรคเพื่อไทย 200-300 คน ก็อย่าซีเรียสถ้าคิดว่าพรรคเพื่อไทยดีจะเอาใครลงก็ได้ เป็น ส.ส.อยู่แล้ว กลุ่มสามมิตรไม่เคยใช้เงินไปดูดใคร เราจะดูดเอาเฉพาะแนวคิดที่ดีมาช่วยกันสร้างสรรค์ทำประโยชน์ให้กับประชาชนและประเทศชาติเท่านั้น

 

        "มาถึงวันนี้กลุ่มสามมิตรขอประกาศสงครามกับพรรคเพื่อไทยว่าให้มาแข่งความดีกันด้วยนโยบายว่าใครจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนมากกว่ากัน"เลขากลุ่มสามมิตร กล่าวในที่สุด