"ร้อง"ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคำสั่งคสช.

การเมือง  :  12 ก.ค. 2561

"ศาลแขวงดุสิต"สั่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคำสั่งคสช.ห้ามชุมนุมขัดรัฐธรรมูญหรือไม่นัดตรวจหลักฐานชุมนุมคนอยากเลือกตั้ง RDN50- ARMY57 เช้า 18 ก.ย.

 

12 กรกฏาคม 2561 ศาลแขวงดุสิต สั่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย คำสั่งคสช.ห้ามชุมนุม ขัดรัฐธรรมูญหรือไม่ นัดตรวจหลักฐานชุมนุมคนอยากเลือกตั้ง RDN50- ARMY57 เช้า 18 ก.ย.

 

ที่ศาลแขวงดุสิต ถ.นครไชยศรี ศาลนัดฟังคำสั่ง การขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจัยคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ในคดีหมายเลขดำ อ.808/2561 ที่พนักงานอัยการคดีศาลแขวง 3 (ดุสิต) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ อายุ 44 ปี หรือเป็นที่รู้จักกันในนามของ "ฟอร์ด เส้นทางสีแดง" , นายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์ แกนนำเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.),

 

นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล อายุ 22 ปี นิสิตปีที่ 1 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , นายปิยรัฐ หรือโตโต้ จงเทพ อายุ 27 ปี นายกสมาคมเพื่อเพื่อน (FFA) องค์กรที่ทำงานช่วยเหลือผู้ต้องขังทางการเมือง  และผู้ชุมนุมคนอยากเลือกตั้งกลุ่ม RDN50 (ราชดำเนิน) รวม 41 คน เป็นจำเลยที่ 1- 41 ในความผิดฐานร่วมกันชุมนุมมั่วสุมทางการเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2558 จากการชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้ คสช.ยุติการสืบทอดอำนาจและจัดการเลือกตั้งภายในปี 2561 ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนินกลาง เมื่อวันที่ 10 ก.พ.61

 

โดย "นายกฤษฎางค์ นุตจรัส" ทนายความ เปิดเผยว่า คดีนี้จำเลยได้ ยื่นคำร้องขอให้ศาลแขวงดุสิตส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ และวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งศาลมีคำสั่งรับคำร้องพร้อมส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญต่อไปเพื่อวินิจฉัยว่า คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 นั้น ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ศาลจึงนัดพร้อมและตรวจพยานหลักฐานคดีนี้ต่อไป ในเช้าวันที่ 18 ก.ย.นี้

 

อย่างไรก็ดี นอกจากคดีดังกล่าวแล้ว ในวันนี้ "ศาลแขวงดุสิต" ยังได้นัดสอบคำให้การจำเลย พร้อมตรวจพยานหลักฐานคดีหมายเลขดำ อ.1229/2561 ที่พนักงานอัยการศาลแขวง 3 (ดุสิต) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล กับกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ชุด ARMY57 รวม 44 ราย เป็นจำเลยในความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปโดยไม่ได้รับอนุญาต , พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 และพ.ร.บ.การจราจรทางบก พ.ศ.2522

 

กรณีเมื่อวันที่ 10 มี.ค.61 ได้จัดปราศรัย "รวมพลังถอนราก คสช." ที่สนามฟุตบอลม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และวันที่ 24 มี.ค.ได้รวมตัวกันที่สนามฟุตบอล ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ปราศรัยบนรถ 6 ล้อติดเครื่องขยายเสียงโจมตีที่เลื่อนการเลือกตั้ง รวมทั้งการทํางานของรัฐบาล และ คสช.ว่ามีการทุจริต ใช้อํานาจโดยไม่เป็นธรรม แล้วยังได้เคลื่อนขบวนเดินเท้าไปยังกองบัญชาการกองทัพบก 

 

"นายกฤษฎางค์ นุตจรัส" ทนายความ กล่าวว่า ในส่วนของนายเนติวิทย์ วันนี้ไม่ได้เดินทางมาศาลเนื่องจากเดินทางไปต่างประเทศและยังติดภารกิจ จึงเลื่อนการสอบคำให้การเฉพาะของนายเนติวิทย์ไปก่อน ส่วนที่เหลือก็สอบคำให้การแล้วทั้งหมดให้การปฏิเสธ ขณะที่คดีนี้ฝ่ายจำเลยก็ยื่นคำร้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่แต่ศาลยังไม่มีคำสั่งในเรื่องนี้

 

โดยคดีชุมนุมทั้งหมดดังกล่าว ศาลก็ได้อนุญาตให้พิจารณาคดีลับหลังจำเลยได้ตามที่จำเลยยื่นคำร้องไว้ด้วย ส่วนการประกันตัวนั้นทั้ง 2 สำนวนศาลก็ให้ปล่อยตัวจำเลยทั้งหมดไปโดยไม่ต้องยื่นหลักทรัพย์เป็นหลักประกันเนื่องจากศาลเห็นว่าคดีโทษไม่ร้ายแรง ซึ่งศาลนัดตรวจหลักฐานในเช้าวันที่ 18 ก.ย.นี้

 

"นายกฤษฎางค์" ทนายความ กล่าวอีกว่า ส่วนคดีของผู้ชุมนุมกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง MBK39 รวม 24 คน ที่บริเวณทางเดินสกายวอล์ค เชื่อมรถไฟฟ้าบีทีเอส หน้าห้างมาบุญครอง แยกปทุมวัน เมื่อวันที่ 27 ม.ค.61 ที่พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน มีความเห็นควรสั่งฟ้อง 24 ผู้ต้องหา ข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ข้อ 12 ที่ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน และชุมนุมในรัศมี 150 เมตร จากเขตพระราชฐาน ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 นั้น ยังต้องรอให้อัยการสูงสุดชี้ขาดอีกครั้ง หลังจากพนักงานอัยการศาลแขวงปทุมวันเจ้าของสำนวนได้มีความเห็นไม่ฟ้องเพราะคดีไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ