"บิ๊กป้อม"ปัดดูด3บิ๊กเนมร่วมพลังประชารัฐ-3พรรคชูธงแก้รธน.

การเมือง  :  15 มิ.ย. 2561

"วิษณุ" นำถกหาทางออกเลือกตั้ง "บิ๊กป้อม"ปัดตอบ "อนุชา-สมศักดิ์-สุริยะ" ร่วมพรรคพลังประชารัฐ ด้านวงเสวนาเดือด "พท.-ปชป.-อนค"ประสานเสียงแก้รธน. 

 

     เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 14 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการนัดประชุมร่วมกับที่ผู้ปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้ง เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดจากคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 53/2560 ว่าเบื้องต้นยังจะมีการประชุมดังกล่าวตามกำหนดในวันนี้ โดยมีคณะเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่เป็นผู้เกี่ยวข้องกับการทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ รวมถึงคณะกรรมการกฤษฎีกา และคสช. เพื่อหารือถึงปัญหาด้านการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้ง ทั้งนี้จะนำผลการประชุมดังกล่าวไปรายงานให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.รับทราบก่อน เพราะถ้ามาเปิดเผยต่อสื่อมวลชนก่อนคงไม่ดีเท่าไหร่นัก

“วิษณุ” นำถกหาทางออกเลือกตั้ง

    จากนั้นเมื่อเวลา 15.00 น. นายวิษณุ นำประชุมร่วมกับผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกอบด้วย นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกกต. พร้อมด้วย กกต. 3 ท่าน คือ นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ นายบุญส่ง น้อยโสภณ และนายประวิช รัตนเพียร รวมถึง พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาฯ กกต. ขณะที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ส่งนายธนาวัฒน์ สังข์ทอง และนายอภิชาต สุขัคคานนท์ เข้าร่วมหารือ และมีตัวแทนจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นายวิทยา ผิวผ่อง ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เพื่อหารือเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง

"บิ๊กป้อม"ปัดดูด3บิ๊กเนมร่วมพลังประชารัฐ-3พรรคชูธงแก้รธน.

กกต.มั่นใจได้ข้อสรุปทุกปมปัญหา

    พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวก่อนเข้าร่วมประชุมว่า วันนี้ในส่วนของ กกต.จะเสนอที่ประชุมถึงแนวทางที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งและปัญหาอุปสรรคที่พรรคการเมืองเคยเสนอมาก่อนหน้านี้ รวมถึงการทำให้พรรคการเมืองประชุมเพื่อหาสมาชิกใหม่ได้ และเรื่องที่เป็นอุปสรรคอื่นๆ ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ แต่เชื่อว่าวันนี้จะได้ข้อสรุป ส่วนการยกเลิกไพรมารีโหวตและใช้การประชุมพรรคเพื่อหาตัวแทนลงสมัครรับเลือกตั้งนั้น เป็นสิ่งที่ได้ยินมาแต่จะต้องรอคสช.พิจารณา เพราะเป็นผู้ออกกฎหมาย

    เมื่อถามว่าการทำไพรมารีโหวตเป็นปัญหาของพรรคการเมืองใหม่ที่อาจดำเนินการในส่วนนี้ไม่ทันหรือไม่นั้น พ.ต.อ.จรุงวิทย์บอกว่า ตอนนี้พรรคมีส่วนที่ทำได้และทำไม่ได้ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับสมาชิก หากมีสมาชิกเพียงพอก็สามารถทำได้ แต่หากสมาชิกไม่พอก็ไม่จำเป็นต้องส่งทุกเขต

เชื่อม.44 แก้ปัญหาดีที่สุด

    เมื่อถามว่าตอนนี้มีพรรคการเมืองที่ผ่านเกณฑ์แค่ 3 พรรค ที่สามารถส่งสมาชิกได้ทั่วประเทศ จะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะขยายเวลา เลขาฯ กกต.กล่าวว่า ยังมีเวลาอีก และขณะนี้ต้องดูคำสั่งที่ 53/2560 ที่เป็นปัญหาและอุปสรรค ทั้งหมดขึ้นอยู่กับนายวิษณุ ว่าจะนำประเด็นนี้ไปทำอย่างไร ต่อข้อถามว่าส่วนจะขอให้ยกเลิกคำสั่งคสช.ที่ห้ามชุมนุมทางการเมืองด้วยหรือไม่นั้น อยู่ในคำสั่งคสช.ที่ 53/2560 มาตรา 141 (4)

    ส่วนจะยังมีเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่จะเสนอแนวทางทางกฎหมายว่ามีช่องทางไหนบ้างที่สามารถเปิดทางให้กกต.แบ่งเขตเลือกตั้งได้ก่อน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มีผลบังคับใช้ เลขาฯ กกต. กล่าวว่า มองว่าการใช้มาตรา 44 เป็นทางที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหา ส่วนทำไมถึงดีที่สุดนั้น เพราะเป็นช่องทางกฎหมายที่ไม่มีทางที่จะขัดกฎหมายอื่น ทำให้วันนี้ต้องเชิญกรธ.มาหารือด้วย ทั้งนี้ยังย้ำด้วยว่าวันนี้มาเสนอปัญหา ก่อนนำไปสู่การเลือกตั้ง ส่วนข้อกฎหมายจะแก้อย่างไร อยู่ที่คสช.

ชี้เลิกไพรมารีโหวตต้องถกทุกฝ่าย

    ด้านนายธนาวัฒน์ กล่าวว่า นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ไม่ได้สั่งการอะไรมาเป็นพิเศษ และวันนี้ก็ไม่ได้เตรียมการอะไรมาเป็นพิเศษ เพราะเป็นการใช้กฎหมายตามปกติที่มีอยู่ โดยจะต้องดูว่า กกต.จะมีประเด็นอะไรเพิ่มหรือไม่ เมื่อถามว่าถ้ายกเลิกไพรมารีโหวต กรธ.จะรับได้หรือไม่ นายธนาวัฒน์กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องคุยกันทั้ง กกต. พรรคการเมือง รัฐบาล และฝ่ายที่เกี่ยวข้อง กรธ.ทำหน้าที่ของตัวเองเท่านั้น

 

"บิ๊กป้อม"ปัดดูด3บิ๊กเนมร่วมพลังประชารัฐ-3พรรคชูธงแก้รธน.

“ประวิตร”อาจถกพรรครอบ 2

    เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 14 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการเป็นประธานในการเชิญพรรคการเมืองและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อหารือในการจัดการเลือกตั้งในช่วงสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ และจะหารือรอบสองอีกหรือไม่ว่า กฎหมายยังไม่จบจะต้องหารือในรอบแรกก่อนว่าจะดำเนินการกันอย่างไร จากนั้นรอกฎหมายให้มีผลบังคับใช้ก่อนที่จะนัดหารืออีกรอบ ซึ่งจะทราบความชัดเจนว่าจะปลดล็อกเรื่องใดบ้าง

ปัดนักการเมืองดังร่วมพรรค

    เมื่อถามว่าที่มีนักการเมืองออกมาเข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐของรัฐบาลและคสช. โดยเฉพาะนายอนุชา นาคาศัย อดีตส.ส.ชัยนาท พรรคไทยรักไทย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มมัชฌิมา และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตแกนนำกลุ่มวังน้ำยม นั้นจะมีความชัดเจนในการเข้าร่วมกับรัฐบาลหรือไม่นั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ได้อยู่พรรคพลังประชารัฐ และถามผู้สื่อข่าวกลับว่าใครคือ คสช. ซึ่งผู้สื่อข่าวได้ตอบว่าท่านเป็นรองหัวหน้าคสช. พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ ส่วนที่บอกว่าจะมีข่าวดีเร็วๆ นี้หรือไม่นั้น ให้ไปถามคนที่พูด และก็ไม่ได้เป็นพี่ใหญ่เพียงอายุมากกว่าเท่านั้นเอง

    ส่วนที่ถามว่าในส่วนของพลังดูดที่หลายพรรคออกมาบอกว่าทาบทามอดีตนักการเมือง อดีตส.ส. มีความชัดเจนแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ที่ไหน ใครเป็นคนทาบทาม” ไม่รู้ ส่วนที่ถามว่านายอนุชา นายสมศักดิ์ และนายสุริยะ มีความชัดเจนในการเข้าร่วมรัฐบาลคสช. แล้วหรือไม่นั้น ชัดเจนยังไง

ยันไม่เคยซื้ออาวุธอังกฤษปี 57

    นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ยังกล่าวถึงกรณีที่สำนักข่าวต่างประเทศบางแห่งรายงานว่า องค์กรต่อต้านการค้าอาวุธ (CAAT) ระบุว่าไทยจัดซื้ออาวุธขนาดเล็กและยุทธภัณฑ์จากอังกฤษเพิ่มขึ้นว่า “ไม่มี”

   เมื่อถามย้ำว่าเป็นการจัดซื้อในช่วงปี 2557 พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มี ไม่จริง ข้อมูลที่ออกมาไม่ใช่เรื่องจริง ส่วนที่ถามว่ายืนยันหรือไม่ว่าตั้งแต่คสช.เข้ามาบริหารในปี 2557 ยังไม่มีการซื้ออาวุธเล็กจากประเทศอังกฤษตามที่มีข่าวใช่หรือไม่นั้น ยืนยันว่าไม่มี

‘บิ๊กป้อม’นั่งหัวโต๊ะสัญญาณบวก

    วันเดียวกัน นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า ที่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความั่นคง เป็นประธานการประชุมครั้งแรกกับพรรคการเมือง กกต.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือเรื่องการเดินหน้าสู่การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น โดยจะกำหนดขึ้นในปลายเดือนมิถุนายนนี้ พรรคชาติพัฒนาคิดว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีและถือเป็นการเคานท์ดาวน์สู่การเลือกตั้งที่จะเป็นสัญญาณบวกของประเทศในด้านสังคม เศรษฐกิจและความเชื่อมั่นต่อนานาประเทศ ซึ่งหวังว่าทุกฝ่ายจะให้ความร่วมมือ

    อย่างไรก็ตามในส่วนของเนื้อหาในการประชุมเท่าที่ทราบตามที่สื่อได้เผยแพร่นั้น คือประเด็นการปลดล็อกทางการเมืองในบางส่วน เช่นการให้พรรคการเมืองสามารถหาสมาชิกพรรคได้ก่อน ซึ่งคิดว่าการหารือร่วมกันครั้งนี้จะเป็นการหารือที่เป็นประโยชน์ต่อการเลือกตั้งสำหรับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองใหม่ พรรคการเมืองเก่า ประชาชนหรือแม้แต่หน่วยงานที่เข้ามามีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง ซึ่งพรรคชาติพัฒนายินดีให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่จะเป็นประโยชน์ต่อการเลือกตั้ง

"บิ๊กป้อม"ปัดดูด3บิ๊กเนมร่วมพลังประชารัฐ-3พรรคชูธงแก้รธน.

อัดเอากองทุนหมู่บ้านไปหาเสียง

    ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่เอกสารคำปฏิญาณตนของสมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองที่เนื้อหาของคำกล่าว เกี่ยวข้องกับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ ว่าเอกสารคำปฏิญาณตนที่เผยแพร่ออกมา ไม่แน่ใจว่าเป็นเอกสารจริงหรือไม่ ถ้าจริงไม่แน่ใจว่าผู้จัดทำมีเจตนาแอบแฝงอย่างไร ความจริงคนรู้กันทั้งประเทศ กองทุนหมู่บ้านถูกสร้างขึ้นในยุคของรัฐบาลพรรคไทยรักไทย เพื่อให้โอกาสประชาชนบริหารจัดการและพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนด้วยทรัพยากร ภูมิปัญญา การมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อสร้างโอกาส สร้างรายได้ ซึ่งอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เสริมสร้างความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจ สร้างศักยภาพการบริหารจัดการเงินกองทุน ควบคุม ตรวจสอบ ติดตามประเมินผลความคืบหน้าด้วยตนเอง ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก จนหลายประเทศนำไปเป็นต้นแบบในการพัฒนาประเทศ ดูได้จากหนี้เสียหรือเอ็นพีแอลน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับการปล่อยกู้ในสถาบันการเงินทั่วไป สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนมีศักยภาพในการบริหารจัดการกองทุนและควบคุมด้วยตนเอง

    “แม้จะถูกโจมตีว่าเป็นนโยบายประชานิยม แต่หลายปีที่ผ่านมาก็ไม่มีรัฐบาลไหนกล้ายกเลิก ไม่อยากให้นำกองทุนหมู่บ้านไปฉกฉวยหาประโยชน์ในการหาเสียงล่วงหน้า การพูดว่าเราจะประสานพลังประชารัฐซึ่งบังเอิญตรงกับชื่อพรรคการเมืองและมีบุคคลที่สื่อมวลชนคาดหมายว่าเป็นแกนนำในการจัดตั้งพรรคนี้ไปอยู่ในคำกล่าวปฏิญาณตนของสมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองน่าจะไม่เหมาะสมหรือไม่ รัฐบาลคสช.ต้องแยกแยะให้ออก จะไปบอกว่าบังเอิญเป็นคำที่ตรงกันคงฟังได้ยากหรือไม่ ดังนั้นถ้าจะหาเสียงอะไรควรหาเสียงจากผลงานที่ตนเป็นคนคิดขึ้นมาเอง อย่าไปฉกฉวยเกาะกระแสหาประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ ในการหาเสียงล่วงหน้าด้วยการแอบอ้างนโยบายของคนอื่นเขาเอามาเป็นของตัวเอง จะมีศักดิ์ศรีกว่าหรือไม่” นายอนุสรณ์ กล่าว

เสวนา “อนาคตประชาธิปไตยไทย"

    ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีงานเสวนาในหัวข้อ “อนาคตประชาธิปไตยไทย : ข้ามพ้น กับดัก ความหวัง?” โดยผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและแกนนำเพื่อไทย (พท.) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) และนายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป (ปชช.) โดยบรรยากาศในการเสวนาเป็นไปอย่างคึกคัก มีนักศึกษาและประชาชนเข้าร่วมการเสวนาจำนวนมาก และที่มีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบรวมถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสังเกตการณ์ตลอดการเสวนา

"บิ๊กป้อม"ปัดดูด3บิ๊กเนมร่วมพลังประชารัฐ-3พรรคชูธงแก้รธน.

พท.เสนอร่วมแก้รัฐธรรมนูญ

     นายจาตุรนต์ กล่าวว่า สิ่งที่ยังเป็นปัญหาและกับดักในอนาคตคือการไม่มีความพยายามที่จะหาทาออกและหาทางแก้ปัญหาร่วมกันอย่างเท่าเทียม ซึ่งไม่ใช่กับดักของนักการเมืองแล้ว แต่อนาคตในวันข้างหน้าจะเป็นกับดักของประเทศไทยและประชาธิปไตย อีกหน่อยสังคมไทยจะกลายเป็นสังคมที่ขาดผู้มีอำนาจที่ใช้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดไม่ได้ คือขาดคสช.ไม่ได้ อีกหน่อยอาจจะมีการทำผิดแล้วไม่ถูกลงโทษตามกฎหมาย ฯลฯ กับดักต่อมาคือกับดักที่จะทำให้เกิดเงื่อนไขนำไปสู่ความขัดแย้ง และเป็นข้ออ้างที่ทำให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีกในอนาคต

    นายจาตุรนต์ กล่าวอีกว่า ได้หารือกับพรรคแบบไม่ได้ประชุมมาแล้วว่าทางที่จะหลุดจากกับดักไม่ให้รุนแรงคือ 1.กำหนดวันเลือกตั้งโดยเร็ว ระบุวันมาเลย 2.คสช.งดใช้อำนาจตามมาตรา 44 เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการเลือกตั้ง 3.ก่อนการเลือกตั้ง 3 เดือน ให้นายกฯ และครม.ทั้งคณะลาออก ให้ปลัดกระทรวงต่างๆ มาทำหน้าที่ตามมาตรา 168 แล้วใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 169 มาห้ามไม่ให้ครม.ทำอะไรบ้าง เช่น การใช้งบประมาณ ฯลฯ 4.ให้ยกเลิกคำสั่งคสช.ที่ไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม 5.เพื่อป้องกันไม่ให้คสช.สืบทอดอำนาจ พรรคพท.ยืนยันไม่สนับสนุนคนนอกเป็นนายกฯ และจุดมุ่งหมายคือการคัดค้าน ขัดขวางคสช.ที่จะสืบทอดอำนาจ 6.พรรคการเมืองต้องมีความมุ่งมั่น และตั้งใจที่จะแก้รัฐธรรมนูญ โดยจะต้องไม่ลืมเรื่องนี้เมื่อเข้าไปเป็นรัฐบาลพรรคการเมืองจะต้องประกาศเป็นนโยบายไว้เลย ซึ่งตั้งเป้าไว้ว่าจะแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ถ้าประชาชนทั้งประเทศเข้าใจและสนับสนุนอย่างจริงจังการแก้รัฐธรรมนูญจึงจะเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้เราจะเสนอให้แก้ยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศ โดยจะชี้ให้เห็นว่าทั้ง 2 อย่างนี้เป็นปัญหาต่อการก้าวไปข้างหน้าของประเทศอย่างไร

"บิ๊กป้อม"ปัดดูด3บิ๊กเนมร่วมพลังประชารัฐ-3พรรคชูธงแก้รธน.

มาร์คเอาด้วยแก้รัฐธรรมนูญ

    ด้านนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สิ่งที่เราน่าจะคิดตรงกันคืออยากให้ประเทศไทยคืนสู่ระบอบประชาธิปไตย 4 ปีที่ผ่านมาผู้มีอำนาจวางกับดักโดยการใช้วิธีจำกัดสิทธิเสรีภาพ เพื่อป้องกันความขัดแย้ง นี่คือสิ่งที่ถอดรหัสมาจากสิ่งที่นายจาตุรนต์พูด และเห็นด้วย ซึ่งแม้ปัจจุบันจะมีรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกที่จะใช้สำหรับการเลือกตั้งแล้ว แต่คำสั่งต่างๆ ของคสช.กลับทำให้ไม่สามารถเดินไปตามกฎหมายต่างๆ ได้ นอกจากนี้ผู้มีอำนาจที่เคยประกาศตัวว่าจะเป็นกรรมการกลับลงมาเป็นผู้เล่นเสียเอง อีกอย่างคือ ส.ว. 250 คนที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งจะมีอำนาจเลือกผู้นำรัฐบาล สามารถใช้อำนาจสวนทางกับความต้องการของประชาชนที่แสดงออกผ่านการเลือกตั้ง อีกกับดักคือ กติกาสูงสุดของประเทศในปัจจุบันยังไม่มีความเป็นประชาธิปไตย มีบทบัญญัติอีกปลายบทที่ไม่สามารถนำไปสู่การพัฒนาประชาธิปไตย ทั้งนี้นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งทั่วโลกถูกตั้งคำถามจากประชาชนเรื่องการมีส่วนร่วมในการมีส่วนร่วมและเป็นเจ้าของประเทศโดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ ดังนั้นนักการเมืองพรรคการเมืองจะต้องเร่งกอบกู้ศรัทธาจากประชาชน

"บิ๊กป้อม"ปัดดูด3บิ๊กเนมร่วมพลังประชารัฐ-3พรรคชูธงแก้รธน.

     “หากบอกว่าระบอบการเลือกตั้งเป็นการเลือกตั้ง 4 วินาที แต่มันก็ยังนานกว่าการที่ไม่ใช่ระบอบการเลือกตั้ง และเราต้องรักษาสถาบันที่คอยตรวจสอบถ่วงดุล คนที่อาสาเข้ามาเลือกตั้งครั้งนี้หากมีข้อเสนอที่ดีกว่ายุทธศาสตร์ชาติเสนอไปเถิดและต้องทำให้ได้ เพราะคุณได้รับอำนาจมาจากประชาชนแล้ว คุณต้องทำให้ได้ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ใช่รัฐธรรมนูญฉบับถาวรหรอก วันหนึ่งต้องมีการแก้ไข แต่หากเรากระโดดไปที่เรื่องนี้เลยผมกลัวว่าเราจะเข้าไปติดกับดักเดิม คุณต้องบอกให้ได้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาชีวิตที่ดีกว่าของประชาชนได้อย่างไร แล้วระดมพลังของคนในสังคมแล้วไปแก้ไข แต่ถ้าเราตั้งไว้ว่าจะต่อกร แตกหักกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ตั้งแต่ต้นเกรงว่าเราจะก้าวเข้าไปติดกับดักเดิม อย่างไรก็ตาม ส.ส.ที่อยากแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ในสภาอย่างไรก็เกิน 376 เสียง ตรงนี้ไม่ใช่ปัญหา แต่กติกาที่เขียนไว้ในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตรงนี้ตากหากที่เป็นปัญหา การจะต้องทำประชามติอีก 2-3 ครั้ง จะทำให้ประชาชนไม่มากับเรา เพราะยังไม่มีหลักประกันให้ประชาชนว่า การแก้รัฐธรรมนูญนั้นไม่ใช่การแก้เพื่อตนเอง” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

“ธนาธร” วอนรวมพลังแก้รธน.

    นายธนาธร กล่าวว่า หลังปี 2475 มีเพียง 24 ปี 310 วัน เท่านั้นที่นายกฯ ไทยมาจากการเลือกตั้ง ดังนั้นกับดักไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในรอบนี้ ชีวิตผ่านการทำรัฐประหารมาแล้ว 5 ครั้ง สำเร็จ 3 ล้มเหลว 2 แต่ไม่มีผู้นำการรัฐประหารคนใดถูกนำตัวมาลงโทษ เหตุที่ลงมาทำงานการเมืองเพราะความสิ้นหวังและมองไม่เห็นทางออก รวมทั้งโกรธที่ทำไมสังคมไทยก้าวไปข้างหน้าไม่ได้ ในฐานะนักธุรกิจที่สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองไทยเป็นข้ออ่อนมาก แค่ไปเสนองานยังโดนดูถูกว่าประเทศคุณแค่นิติรัฐยังไม่มีเลย วิธีที่ขอเสนอเพื่อก้าวพ้นกับดักคือ ทุกคนเห็นร่วมกันว่าไม่มีฉันทามติในการที่เราจะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร ต้องสร้างฉันทามติให้ได้ก่อนโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน

    “ผมมองว่าส.ส.และส.ว.หากอยากสังคมออกจากความขัดแย้ง แล้วเล่นตามรัฐธรรมนูญซึ่งเขียนโดยทหารนี้ พรรคการเมืองที่เป็นฝ่ายประชาธิปไตยทั้งหมดเสียงรวมกันต้องได้ 376 เสียง เพื่อเป็นรัฐบาล จากนั้นขอมติจากประชาชนในการแก้รัฐธรรมนูญ จากนั้นตั้งสสร.ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกครั้ง แล้วทำประชามติรับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญอีกครั้ง จะชนะและนำสังคมกลับมาเป็นประชาธิปไตยได้โดยไม่เกิดความวุ่นวาย ถ้าอยากได้ จะชนะได้ต้องรวมกัน เพราะเราต้องชนะในคูหาถึง 3 ครั้ง เพื่อทำลายประชามติที่โกงเรา 1 ครั้ง เราต้องอย่ายอมจำนนต่อความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นในสังคมไทย และจากนี้ไปจะเดินหน้าทำความเข้าใจกับประชาชน ให้ประชาชนรู้ว่าอนาคตที่ดีกว่าคืออนาคตที่ปราศจากรัฐธรรมนูญ 60 เพราะรัฐธรรมนูญ 60 ทำให้เราพัฒนาไปข้างหน้าไม่ได้ ดังนั้นจากนี้ต้องรณรงค์อย่างจริงจัง เราทุกคนที่ต้องการสร้างประชาธิปไตยให้แข็งแรงเราต้องทำงานร่วมกันตรงนี้ให้ได้” นายธนาธร กล่าว

"บิ๊กป้อม"ปัดดูด3บิ๊กเนมร่วมพลังประชารัฐ-3พรรคชูธงแก้รธน.

ยันไม่ร่วมวงถกพรรคการเมือง

     นายธนาธร กล่าวถึงการนัดประชุมเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งที่มีพล.อ.ประวิตร นั่งหัวโต๊ะ สิ้นเดือนมิถุนายนนี้ ว่าคงไม่ไป การจัดการเลือกตั้งเป็นเรื่องของเจตจำนง 90 วันก็สามารถทำได้ ไม่ต้องรอถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 เป็นเรื่องของความตั้งใจมากกว่า ความคืบหน้าการตั้งพรรคอนาคตใหม่ เจ้าหน้าที่รัฐ หรือกกต.เองเขาก็อยากทำในสิ่งที่ถูกต้อง สิ่งที่น่าห่วงกังวลมากกว่าคือการคุกคามสมาชิกพรรคที่เข้ามาร่วมประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งตอนนี้ก็ซาไปมากแล้ว ส่วนตนขอยืนยันว่าไม่ใช่ภัยความมั่นคงต่อประเทศ แต่เป็นภัยความมั่นคงสำหรับคนที่ไม่ต้องการประชาธิไตย

     ส่วนขั้นตอนการจดจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ ยอมรับว่าอยู่ระหว่างการทำเอกสารเพื่อส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ต้องใช้เวลาเพราะขั้นตอนทางกฎหมายมีรายละเอียดเยอะ อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าภายในวันที่ 1 กันยายน พรรคอนาคตใหม่จะได้รับการรับรองและสามารถดำเนินการในนามพรรคได้ ส่วนการประชุมวงเล็กระหว่าง กฤษฎีกา กกต.และกรธ. เย็นวันนี้นั้น ขอรอฟังผลการพิจารณาก่อน แต่หากผลการประชุมนำไปสู่การปลอดล็อกทางการเมืองถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะจะทำให้สังคมกลับมาเป็นปกติสามารถพุดคุยเรื่องการเมืองได้อีกครั้ง

“ไพบูลย์” วอนเดินตามกติกา

     ด้านนายไพบูลย์ กล่าวอีกว่า ประชาธิปไตยของแต่ละคนมองกันคนละอย่าง แต่การมองคนละอย่างไม่ใช่สิ่งที่เลว หรือไม่ดี แต่เป็นสิ่งที่สวยงามตามระบอบประชาธิปไตย เห็นหลายฝ่ายทุกข์กันตั้งแต่ต้นในการเข้าสู่การเลือกตั้ง ซึ่งไม่เห็นด้วย ท่านต้องมองโลกในแง่ดีหน่อย คิดเชิงบวก อย่าไปเพิ่มความขัดแย้งให้มาก ทุกอย่างมันมีทางไปของมัน ทั้งนี้ไม่อยากพูดเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ใครจะแก้ก็แก้ไป แต่ยังมีความหวังที่จะเห็นการเลือกตั้งที่หลากหลาย มีพรรคต่างๆ เข้าไป ส่วนจะก้าวข้ามกับดักอย่างไรนั้น เห็นแต่อนาคตที่ดี อย่าไปคิดให้มันมาก ต้องมองทุกอย่างด้วยความหวัง ในมุมส่วนตัวท่านจะเห็นด้วยหรือไม่ก็แล้วแต่ แต่ก็มีความหวัง เห็นว่าจะเข้าสู่โหมดนิติรัฐ

"เราจะเป็นสังคมที่ใช้กฎหมาย วันข้างหน้ากฎหมายก็ถอยไม่ได้ กฎระเบียบต่างๆ ก็ออกมาหมดแล้ว อีก 5 ปีข้างหน้า เขาวางให้ส.ว.มาคุม สังคมไทยเราจะเดินไปได้ แม้จะไม่ถูกใจใครแต่จะเดินไปได้ และผมคิดว่าทุกอย่างต้องเดินหน้าไปตามรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้เราต้องเริ่มประชาธิปไตยที่แท้จริงจากในพรรคการเมืองด้วยกฎระเบียบที่ออกมานั้นจะทำให้พรรคการเมืองทุกพรรคเกิดการปฏิรูป และได้พรรคการเมืองที่ดีขึ้น ขอให้ท่านทนไป 5 ปี และเมื่อท่านทนได้แล้วท่านจะชอบ

"บิ๊กป้อม"ปัดดูด3บิ๊กเนมร่วมพลังประชารัฐ-3พรรคชูธงแก้รธน.

จับตาถกงบกองทัพ 20 ก.ค.

    วันเดียวกัน พล.อ.ชาตอุดม ติตถะสิริ โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 แถลงข่าวความคืบหน้าการพิจารณาว่า กมธ.ได้พิจารณาตามลำดับกระทรวง ที่ผ่านมาได้ปรับลดงบกระทรวงการคลังในส่วนของเงินเพื่อชดใช้เงินทดรองราชการจาก 5,500 ล้านบาท คงเหลือ 2,500 ล้านบาท ส่วนงบกระทรวงกลาโหมจะมีการพิจารณาในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ โดยยืนยันว่าหลักการพิจารณาของ กมธ.ที่ผ่านมาไม่เคยมีการตั้งเป้าตัดงบประมาณเพราะ 3-4 ปีที่ผ่านมาพิจารณาปรับลดงบประมาณได้ 1.5-2 หมื่นล้านบาท แม้งบประมาณปี 2562 ขาดดุล แต่รัฐบาลไม่ได้ตั้งเพิ่มจากเดิมมาก จึงเห็นว่าค่อนข้างมีความเหมาะสม คาดว่ากมธ.จะพิจารณาแล้วเสร็จและพร้อมเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ สนช.วาระ 2 และ 3 ในวันที่ 30 สิงหาคมนี้

    พล.อ.ชาตอุดม กล่าวด้วยว่า กมธ.จะมีการแต่งตั้งคณะอนุ กมธ.จำนวน 2 ชุด ชุดแรกเป็นการพิจารณางบประมาณเกี่ยวกับการใช้จ่ายการดำเนินการ การอบรมต่างประเทศ และชุดที่สองทำหน้าที่พิจารณางบประมาณเกี่ยวกับการลงทุน การจัดซื้อครุภัณฑ์ ที่ดิน การก่อสร้าง โดยคาดว่าจะเริ่มมีการประชุมครั้งแรกในสัปดาห์หน้า

กำนัน-ผญบ.วอนเลิก 3 มาตรา

     เมื่อ 10.00 น. ที่รัฐสภา สมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย นำโดยนายยงยศ แก้วเขียว นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย เดินทางมายื่นหนังสือต่อประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ผ่านนายพงศ์กิตติ์ อรุณภักดีสกุล ที่ปรึกษาด้านการเมืองการปกครองและการบริหารจัดการ วุฒิสภา เพื่อขอให้ยกเลิกพ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ.2496 มาตรา 4 มาตรา 12 วรรค 2 และมาตรา 48 เตวีสติ เพราะเห็นว่าทั้ง 3 มาตราดังกล่าวไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศ มีแต่ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อบ้านเมือง เนื่องจากขณะนี้หลายพื้นที่ถูกยกเลิกตำแหน่งกำนันผู้ใหญ่บ้าน เช่น ตรัง นนทบุรี และลำปาง เป็นต้น ที่ไม่มีการเลือกกำนันผู้ใหญ่บ้านท้องถิ่น และยกฐานะให้เป็นเทศบาลเมืองหรือเทศบาลนครแล้ว ซึ่งมาตราดังกล่าวทำให้ตำแหน่งกำนันผู้ใหญ่บ้านหมดไปจากประเทศไทย ประกอบกับขณะนี้ทราบมาว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตีความว่าห้ามนำพ.ร.บ.ปกครองท้องที่มาบังคับใช้ในเขตเทศบาลด้วย ซึ่งเท่ากับไม่สามารถเลือกกำนันผู้ใหญ่บ้านได้ ทำให้กลายเป็นว่าพ.ร.บ.เทศบาลมีเนื้อหาขัดกับ พ.ร.บ.ปกครองท้องที่ ทำให้ท้องถิ่นที่อยู่ในเขตเทศบาลไม่สามารถเลือกกำนันผู้ใหญ่บ้านได้

"บิ๊กป้อม"ปัดดูด3บิ๊กเนมร่วมพลังประชารัฐ-3พรรคชูธงแก้รธน.

ค้านผ่านยุทธศาสตร์ชาติ

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบริเวณหน้ารัฐสภา ถนนอู่ทองใน แนวร่วมคนอยากเลือกตั้ง นำโดย น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา เดินทางมายื่นคัดค้านการพิจารณาร่างยุทธศาสตร์ชาติต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่จะมีการพิจารณาในวันพรุ่งนี้ (15 มิ.ย.) พร้อมทั้งอ่านแถลงการณ์ “หยุดยุทธศาสตร์ชาติ คสช.” โดยขอให้สนช.พึงตระหนักว่าไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่มาจากการแต่งตั้งของคสช.ไม่ยึดโยงประชาชน แต่กลับมาพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างยุทธศาสตร์ชาติที่มีผลผูกพันรัฐบาลพลเรือนที่จะมาจากการเลือกตั้งในอนาคตให้ต้องปฏิบัติตาม ‬การผ่านร่างยุทธศาสตร์ 20 ปี ซึ่งเป็นเครื่องมือสืบทอดอำนาจเผด็จการ ‪ถือว่าไม่ชอบธรรม ‬การจัดทำยุทธศาสตร์ใดๆ ของชาติ ควรเกิดขึ้นจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งและอยู่ภายใต้บรรยากาศเปิดกว้างในด้านสิทธิเสรีภาพเพื่อการมีส่วนร่วมจากประชาชนทุกภาคส่วน การจัดทำยุทธศาสตร์จากคนไม่กี่คนที่ถูกครอบงำจากอำนาจเผด็จการ จึงไม่อาจยอมรับได้

‪น.ส.ณัฏฐา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ขอให้จัดการเลือกตั้งโดยเร็ว ‬อย่าได้ใช้เล่ห์กลเลื่อนการเลือกตั้งให้เนิ่นนานออกไป ซึ่งจะเป็นการทำลายความเชื่อมั่นจากประชาคมโลก ‪ และหยุดใช้คำสั่ง คสช.ทุกกรณี รวมถึงปล่อยตัวนักโทษการเมืองเพื่อสร้างบรรยากาศที่พร้อมสำหรับการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตามการคัดค้านร่างยุทธศาสตร์ชาติของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งเพื่อแสดงให้เห็นว่าเราได้คัดค้านอย่างเต็มที่แล้ว และสังคมต้องไม่หยุดที่จะสื่อสารความไม่ชอบของยุทธศาสตร์นี้เพื่อที่สุดท้ายจะได้อ่อนกำลังและถูกแก้ไขหรือยกเลิกต่อไปเมื่อมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง‬

(ข่าวหน้า1นสพ.คมชัดลึก)