3 พรรคมองตรงกัน"รัฐประหาร"คือตัวปัญหา

การเมือง  :  14 มิ.ย. 2561

3 พรรคมองตรงกัน"รัฐประหาร"คือตัวปัญหา-กับดักพัฒนาปชต.ชี้ทางออกคือเลือกตั้งสุจริตไร้การแทรกแซงพ่วงปรับรธน."อภิสิทธิ์" ลั่นพร้อมเป็นฝ่ายค้านร่วมพท.-อนาคตใหม่

        14 มิถุนายน 2561 คณะรัฐศาสตร์​ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จัดงานเสวนา อนาคตประชาธิปไตย : ข้ามพ้น กับดัก ความหวัง? เนื่องในงานวันสถาปนาคณะรัฐศาสตร์​ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์​ ครบรอบ 69 ปี   

  

           โดยมีนักการเมืองเข้าร่วมแสดงความเห็น ซึ่งสะท้อนเป็นความเห็นเดียวกันต่อกับดักของประชาธิปไตย คือ การรัฐประหาร การยึดอำนาจเพื่อรักษาอำนาจและสถานะของคนเพียงกลุ่มเดียว ขณะที่การก้าวพ้นคือการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม ไร้การแทรกแซงจากผู้มีอำนาจ รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นกติกาที่เป็นธรรมและเหมาะสมกับการพัฒนาประเทศตามโลกยุคใหม่


          นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กับดักของประชาธิปไตยที่เป็นปัญหาคือการไม่พยายามนำข้อเสนอหรือเงื่อนไขที่จะนำไปสู่ความปรองดองที่แท้จริง ประเด็นที่เกิดขึ้นไม่ใช่ปัญหาของนักการเมือง แต่คือปัญหาของการพัฒนาตามที่ประชาชน และ คนไทยต้องเผชิญ  ขณะที่กับดักต่อการพัฒนาประเทศ คือ แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีและแผนปฏิรูปประเทศ ที่มีสาระสับสน

 

           แต่เนื้อหากำหนดให้รัฐบาลและหน่วยงานของรัฐต้องปฏิบัติตาม หากไม่ปฏิบัติต้องถูกตรวจสอบ และอาจถึงขั้นรับโทษทางอาญา ซึ่งตนเชื่อว่าสิ่งที่ คสช.กำหนดดังกล่าวจะสร้างปัญหาถึงประชาชนรุ่นหลาน เพราะประเทศไม่สามารถปรับตัวให้ทันกับการพัฒนาของโลกยุคใหม่ได้ ส่วนทางออกของปัญหาคือการแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อให้ประชาธิปไตยเป็นจุดหมายสำคัญไม่ใช่แค่สร้างระบบเท่านั้น


           นายจาตุรนต์ กล่าวถึงมติของแกนนำพรรคเพื่อไทยก่อนที่จะขึ้นเวทีสัมมนา ว่า 1.ให้ คสช. ประกาศวันเลือกตั้งที่ชัดเจน 2.ก่อนการเลือกตั้ง 3 เดือนให้ นายกฯ และ ครม. ลาออกทั้งคณะ จากนั้นให้ ปลัดกระทรวงปฏิบัติหน้าที่แทนรัฐมนตรี  ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 168 กำหนด และให้นำมาตรา 169  ว่าด้วยข้อห้ามที่รัฐบาลรักษาการปฏิบัติเรื่องใดบ้างระหว่างรักษาการ  

 

           ขณะเดียวกัน คสช.​ต้องงดเว้นการใช้คำสั่งหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44  และ 3. ให้พรรคการเมืองที่สนับสนุนประชาธิปไตย เช่น พรรคเพื่อไทย ประกาศไม่สนับสนุนคนนอกเป็นนายกฯ​เพื่อขัดขวางการสืบทอดอำนาจของ คสช. และไม่ลงมติให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ​ทั้งจากที่พรรคสนับสนุนหรือเสนอชื่อต่อที่ประชุมรัฐสภา

  

            "พรรคเพื่อไทยยังมีจุดยืนจะปฏิบัติตามแผนปฏิรูปและแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยกำหนดนโยบายพรรคที่สอดคล้องกับแผนดังกล่าว รวมถึงจะปฏิบัติตามกติกาของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 อย่างเคร่งครัด ขณะเดียวกันขอประกาศจะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ พร้อมรณรงค์แก้ไขยุทธศาสตร์ชาติและแแผนปฏิรูปประเทศ เพื่อให้เกิดแผนพัฒนาประเทศที่เหมาะสมกับการก้าวหน้าของโลกยุคใหม่" นายจาตุรนต์ กล่าว

  
            ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์​ กล่าวโดยเชื่อว่ากับดักของการคืนไปสู่ระบบประชาธิปไตย คือ 1.คำสั่ง คสช.​ หลายฉบับทำให้โรดแม็พที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ไม่สามารถขับเคลื่อนได้, 2. ปัญหาที่ คสช.​ยังมีอำนาจตามมาตรา 44 ทำให้เป็นข้อกังวลที่จะใช้อำนาจแทรกแซงต่อการเลือกตั้ง และ การปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. , 3.สิทธิ์ของสมาชิกวุฒิสภาที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ต่อการลงคะแนนเลือกหัวหน้ารัฐบาล ซึ่งมีอิทธิพลต่อผู้เล่น ที่อาจใช้อำนาจแสดงสิทธิ์สวนทางกับประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้ง และ 4. รัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย มีหลายบทบัญญัติที่เป็นอุปสรรคพัฒนาประชาธิปไตยและไม่ให้อำนาจกับตัวแทนของประชาชนได้ใช้อำนาจ

  

            ผมมองว่ากับดักทั้ง 4 ก้าวข้ามได้ โดยการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรม ที่ผ่านมาคนโจมตีว่า ระบบประชาธิปไตยผ่านเลือกตั้ง ใช้เวลาแค่ 4 วินาที แต่ผมมองว่ายังดีกว่าการไม่มี ขณะที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ผมเชื่อว่าต้องแก้ไขแน่นอน แต่ไม่ใช่สิ่งแรกที่จะทำหลังเลือกตั้ง เพราะจะถูกมองว่านักการเมืองแก้กติกาเพื่อเพิ่มอำนาจตัวเองและอาจถูกลดศรัทธาได้

 

            ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือ การปฏิบัติภายใต้กติกาที่เขากำหนด เพื่อทำให้ประชาชนเห็นว่ามีปัญหาต่อการทำงาน จากนั้นค่อยแก้ไขภายใต้การยอมรับของประชาชน ที่ต้องมีคำอธิบายและชี้แจงให้ชัดเจนต่อบทบัญญัติที่จะแก้ไข ไม่ใช่แก้ไขเพื่อตัวเอง ทั้งนี้อาจเป็นเป้าหมายร่วมกันได้ หากไม่ได้เสียงข้างมาก เราก็เป็นฝ่ายค้านร่วมกัน" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 
            ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า กับดักประชาธิปไตยเกิดขึ้นมาต่อเนื่องในรอบ 86 ปีนับตั้งแต่ของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยมีการบริหารโดยนายกฯที่มาจากการเลือกตั้งเพียง 24 ปี 310 วัน หรือคิดเป็น 29 เปอร์เซ็นต์ของ86 ปี และมีผู้แทนที่มาจากการเลือกตั้ง เพียง 5 ปี 222 วัน เท่านั้น

 

           ดังนั้นการยึดอำนาจ รัฐประหาร ของกลุ่มคนส่วนน้อยที่รักษาอำนาจและฐานะทางเศรษฐกิจของตนเอง คือ อุปสรรคและกับดักการพัฒนาประเทศที่เท่าทันโลก ดังนั้นตนมองว่าระบบที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยไม่สามารถพัฒนาประเทศตามโลกใหม่ได้ ส่วนทางออกเดียวของสังคม คือ การฟื้นความเชื่อมั่นต่อระบบรัฐสภา   

 

           "สิ่งที่ทำให้ก้าวพ้นกับดักประชาธิปไตย แบบไม่มีความวุ่นวาย คือ  การออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เลือกส.ส. ของพรรคที่เชิดชูประชาธิปไตย ให้ได้ ส.ส. เป็นเสียงข้างมาก 376 เสียงในรัฐสภา เพื่อเอาชนะเสียงส.ว. ในรัฐสภา และเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านสภาร่างรัฐธรรมนูญ และนำไปออกเสียงประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อต่อสู้กับเผด็จการและประชามติขี้โกง" นายธนาธร กล่าว


            นายไพบูลย์ นิติตะวัน ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป กล่าวว่าปัญหาของประชาธิปไตย คือ การเมืองในรัฐสภาที่ลุแก่อำนาจ ทำให้กลายเป็นชนวนนำไปสู่เหตุการณ์รัฐประหารปี  2557  โดยตนยอมรับว่าตนมีส่วนร่วมทำให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เพราะไปร่วมชุมนุม และเป็นผู้ยื่นฟ้องน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ แต่สำหรับอนาคตของประชาธิปไตยตนมีความหวังว่าจะก้าวข้าม โดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560  แต่ต้องใช้การปฏิรูปพรรคการเมือง ​


            ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงกลางเวทีเสวนาระหว่างการพูดถึงข้อเสนอต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีวิวาทะเล็กน้อย จากกรณีที่นายธนาธร ระบุว่าเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องแก้ไขกติกาที่เป็นปัญหา เพราะไม่สามารถทนกับระบบที่สร้างปัญหา หากไม่เร่งทำตั้งแต่คราวแรกอาจต้องทนกับปัญหาไปถึง 13 ปี  โดยเงื่อนไขหนึ่งคือได้เสียงข้างมาก 375 เสียงชูธงแก้ไข

    

             ทำให้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนสนับสนุนความเห็นแนวทางของนายธนาธร ต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเชื่อว่า เสียงส.ส.ข้างมาก 375 เสียงจะมาจากพรรคที่ชูประเด็นแก้รัฐธรรมนูญ และอีก 125 เสียงมากจากพรรคที่ไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตามการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องง่ายอาจไม่ได้เสียงสนับสนุนจากประชาชน เนื่องจากปัจจัยของภาวะทางเศรษฐกิจ และความไม่ไว้ใจต่อเนื้อหาที่จะแก้ไข ซึ่งถูกมองว่าเป็นการแก้ไขเพื่อเพิ่มอำนาจตนเอง ดังนั้นสิ่งสำคัญคือช่วงเวลา และอย่าคิดใช้เสียง ส.ส. คราวแรกทำงานเฉพาะแก้รัฐธรรมนูญเท่านั้น

    

            ซึ่ง นายธนาธร กล่าวตอบโต้เล็กน้อยว่า พรรคอนาคตใหม่ มีนโยบายหลายเรื่องไม่เฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญเท่านั้น ส่วนเรื่องระยะเวลาที่เหมาะสม 3 - 5 เดือน นั้นเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณา.