"ปฏิรูปการเมือง"หลังเลือกตั้งจะแสดงอิทธิฤทธิ์

การเมือง  :  18 พ.ค. 2561

"วิษณุ"แจง"รถไฟฟ้าเร็วสูง"เข้าหลักเกณฑ์"ปฏิรูป"มีจุดหมายสู่ความพิเศษกว่าทำให้เจริญรับมี"ม.44"ถึงทำได้ ส่วน"ปฏิรูปการเมือง"หลังเลือกตั้งจะแสดงอิทธิฤทธิ์


 

            18 พฤษภาคม 2561 "วิษณุ"แจง"รถไฟฟ้าเร็วสูง"เข้าหลักเกณฑ์"ปฏิรูป"มีจุดหมายสู่ความพิเศษกว่าทำให้เจริญรับมี"ม.44"ถึงทำได้ ส่วน"ปฏิรูปการเมือง"หลังเลือกตั้งจะแสดงอิทธิฤทธิ์

                 

 

 

          ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุการทำรถไฟความเร็วสูงไม่ใช่การปฏิรูป แต่เป็นการบริหารระบบราชการปกติ ว่า หากมองเป็นการคมนาคมธรรมดาสามารถมองได้ แต่เราตั้งหลักว่าการปฏิรูปต้องเป็นเรื่องที่คิดล่วงหน้า ไม่ใช่งานปกติ และมีจุดมุ่งหมายไปสู่จุดที่พิเศษกว่าธรรมดา  

 

          กรณีรถไฟความเร็วสูงเข้าหลักนี้ ต่อให้เป็นรถไฟธรรมดาถ้าคิดแบบธรรมดาคือราชการปกติ แต่ถ้าคิดว่าทำเพื่อไปเชื่อมกับอะไรแล้วทำให้เกิดความเจริญถือเป็นการปฏิรูป หากรัฐบาลต่อไปคิดจะทำอะไรเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงถือเป็นแนวทางปฏิรูป อย่างประเด็นปฏิรูป 140 กว่าประเด็นบางเรื่องดูธรรมดา แต่เหตุใดจึงไม่ทำมาก่อน แสดงว่ามันติดขัด ถ้าสามารถทำอะไรได้ในสิ่งที่เคยติดให้มันไม่ติดขัดได้ถือเป็นความยิ่งใหญ่

 

          ส่วนที่วิจารณ์ว่ารัฐบาลนี้สามารถทำได้เพราะมีมาตรา 44 นั้น ถูกแล้ว ไม่ว่าอะไร เพราะปัจจัยต่าง ๆ ทั้งมาตรา 44 คสช.พลังประชารัฐ ที่ล้วนทำให้สามารถขับเคลื่อนได้เร็ว ขณะที่ในรอบประชาธิปไตยปกติเองก็มีปัจจัยที่ทำให้ขับเคลื่อนได้เร็วแบบอื่นที่รัฐบาลปัจจุบันไม่มี

                

          เมื่อถามถึงการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องปฏิรูปการเมืองที่หลายฝ่ายมองว่าถอยหลัง นายวิษณุ กล่าวว่า การปฏิรูปการเมืองหากรัฐบาลเป็นคนลงมือทำ ถือเป็นเรื่องยาก ส่วนใหญ่จึงไปเป็นกติกาในรัฐธรรมนูญ หลังเลือกตั้งมันจะค่อยแสดงออกมา เพียงแต่ตอนนี้มันยังไม่ได้ใช้ อีกหน่อยถ้าใช้เราจะเห็นว่าสิ่งที่เมื่อก่อนทำไม่ได้เดี๋ยวนี้มันทำได้

 

           ย้ำ"กม.เทียบยศทหาร-พลเรือน" ใช้ตำแหน่ง ไม่ใช่ยศ

 

           นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ ร่าง พ.ร.บ.การเทียบตำแหน่งของข้าราชการทหารกับข้าราชการพลเรือน ที่มีสาระสำคัญกำหนดให้ข้าราชการทหารระดับ พล.ต.มีสถานะเทียบเคียงกับตำแหน่งอธิบดี เพื่อให้มีคุณสมบัติดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระได้ตามรัฐธรรมนูญ จะทำให้องค์กรอิสระมีแต่ทหาร

 

          โดยกล่าวว่า ถ้าเช่นนี้อย่าไปเลือกทหาร เรื่องนี้มันอยู่ที่คณะกรรมการสรรหา ปัญหาคือ จะทำอย่างไรให้เขามีสิทธิ์เท่านั้นเอง หากเราจะให้ความเป็นธรรมกับทหารต้องพิจารณาในเรื่องนี้ แต่การจะให้ พล.ต.เทียบเท่ากับอธิบดีตนมองว่ามันเลยความเป็นธรรม และจากการหารือกับอดีตเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) 5 -6 คน เห็นตรงกันว่าการเทียบเคียงต้องใช้ตำแหน่ง ไม่ใช่ยศ