"บิ๊กตู่"ลั่นเวลานี้"ไทย"มีเสถียรภาพมากที่สุด!!!

การเมือง  :  16 พ.ค. 2561

"นายกฯ"ลั่นเวลานี้"ไทย"มีเสถียรภาพมากที่สุด ย้ำ"เลือกตั้ง"ต้นปีหน้า เผยระหว่างนี้อยากให้"โสมขาว"มาลงทุนให้ได้ก่อน ยาหอมยังมีโอกาศในไทยอีกมาก แจงไม่ได้เป็นฐานกา


          16 พฤษภาคม 2561  “นายกฯ”ลั่นเวลานี้“ไทย”มีเสถียรภาพมากที่สุด ย้ำ“เลือกตั้ง”ต้นปีหน้า เผยระหว่างนี้อยากให้“โสมขาว”มาลงทุนให้ได้ก่อน ยาหอมยังมีโอกาศในไทยอีกมาก แจงไม่ได้เป็นฐานการลงทุนให้เฉพาะ “จีน-ญี่ปุ่น”


          

   

          นายเพค อุน-ยู (H.E. Mr. Paik Ungyu) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าอุตสาหกรรมและพลังงานเกาหลีใต้ เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ก่อนนำคณะนักธุรกิจเกาหลีใต้เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ที่ตึกสันติไมตรี ในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เกาหลีใต้ โดยนายเพค อุน-ยู กล่าวว่าประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียนมีความสามารถในการเจริญเติบโตตามวิสัยทัศน์ 4.0 ทั้งนี้ขอให้นักธุรกิจชาวเกาหลี ทำหน้าที่เป็นพระเอก นำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่
2 ประเทศ

 

           ขณะที่นายประธานกลุ่มเมคยอง มีเดีย กรุ๊ป ผู้จัดงาน Maekyung Thailand Forum กล่าวว่า อยากขอให้รัฐบาลไทยช่วยเหลืออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ1.อำนวยความสะดวกในการจัดทำวีซ่า
ซึ่งจะทำให้มีนักลงทุนเข้ามาในไทยมากขึ้น 2.นักลงทุนชาวเกาหลีใต้มีปัญหาเกี่ยวกับสถาบันการเงินไม่เพียงพอ 3.อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ติดตามสถานการณ์การเจรจาระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้เพื่อแก้ไขปัญหาในคาบสมุทรเกาหลี

   

           พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า นักธุรกิจชาวเกาหลีใต้ว่าเกาหลีใต้เป็นคู่ค้าที่สำคัญอันดับ 10 ของไทย  ปีที่แล้ว
ประเทศไทยค้าขายกับเกาหลีใต้รวม 12,734 ล้านดอลลาร์สหรัฐคิดว่ายังมีโอกาสที่การค้าขายของเราจะขยายตัวเพิ่มได้อีกเพราะหากดูแนวโน้มมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศแล้วจะเห็นว่าขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2560
มูลค่าการค้าเพิ่มมากขึ้นกว่าร้อยละ 12 จากปี 2559จึงหวังว่ามูลค่าการค้าของทั้งสองประเทศจะเพิ่มขึ้นถึง 21,000
ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2563ตามที่ทั้งสองฝ่ายเคยร่วมกันตั้งเป้าเอาไว้

 

         พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับประเทศไทย1.มีทำเลที่ตั้งทางภูมิศาสตร์เป็นจุดศูนย์กลางของอาเซียน
2.เป็นประเทศที่เชื่อมต่อทางอาณาเขตพรมแดนกับประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนมากที่สุด 3.เป็นจุดศูนย์กลางการคมนาคมทางอากาศของอาเซียน 4.เป็นประเทศที่มีระบบโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคที่ดีที่สุดในคาบสมุทรอินโดจีน

 

           5. มียุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศและมีแผนการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่ชัดเจน 6.เป็นประเทศที่มีบุคลากรที่มีฝีมือและมีต้นทุนความพร้อมในเรื่องอุตสาหกรรมสนับสนุนต่าง ๆ และ 7. เป็นประเทศที่มีขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมมีไมตรีจิตพร้อมจะต้อนรับชาวต่างชาติด้วยความยินดียิ่ง

 

           พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในด้านการท่องเที่ยวนักท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศเดินทางไปมาระหว่างกันเพิ่มมากขึ้นทุกปีโดยในปีที่ผ่านมา  นักท่องเที่ยวเกาหลีเดินทางมาไทยมากถึง 1.7 ล้านคนเป็นอันดับ 3 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวไทยส่วนนักท่องเที่ยวไทยก็นิยมเดินทางไปเกาหลีใต้มากขึ้นปีที่แล้วมีจำนวนกว่า 4 แสนคน
ซึ่งเป็นผลจากความนิยมชมชอบวัฒนธรรมของเกาหลีใต้ในหมู่คนไทย

 

           ซึ่งตนเห็นว่า ความรู้สึกที่ดีระหว่างประชาชนจากการไปมาหาสู่กันนี้เป็นพื้นฐานที่ดียิ่งสำหรับการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้กับไทยในเรื่องความร่วมมือด้านการลงทุนนั้น เห็นว่าการลงทุนของเกาหลีใต้ในไทย
ยังสามารถขยายตัวได้อีกมาก ทั้งนี้ทราบว่านักธุรกิจเกาหลีใต้ส่วนใหญ่อาจจะมองว่าไทยเป็นฐานการลงทุนของญี่ปุ่นและจีนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทำให้นักลงทุนเกาหลีใต้ มีโอกาสการลงทุนในไทยค่อนข้างน้อย
เมื่อเทียบกับญี่ปุ่นหรือจีน แต่ขอยืนยันว่าท่านยังมีโอกาสการลงทุนในด้านต่าง ๆ ในไทยอีกมาก

 

           พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อยากเชิญชวนทุกท่านให้ทำธุรกิจกับไทยมากขึ้นรัฐบาลไทยมีนโยบายชัดเจนที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจของท่านมีนโยบายส่งเสริมการลงทุน มีทิศทางการส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมในอนาคตและนโยบายการจัดตั้งเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EasternEconomic Corridor: EEC)  สิ่งต่าง ๆ  เหล่านี้ถือเป็นโอกาสสำคัญของท่านที่จะลงทุนและทำธุรกิจในประเทศไทย

 

           พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ของไทยและหลักการประเทศไทย 4.0มีความเชื่อมโยงกับแนวนโยบายของประธานาธิบดีมุน แช-อินเรื่องการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4ที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางได้อย่างสอดคล้องและสามารถเต็มเติมระหว่างกันได้อย่างดียิ่งขณะที่นโยบาย EECมีเป้าหมายในการพัฒนาให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ดีที่สุดและทันสมัยที่สุดในภูมิภาคอาเซียน

 

          EEC จะเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์การลงทุนที่รองรับด้วยความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานเป็นฐานอุตสาหกรรม จะเป็นพื้นที่ที่มีการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (SmartCities) ที่จะตอบสนองทุกรูปแบบของการใช้ชีวิตและสร้างความมั่นใจด้วยการรักษาความแข็งแกร่งของ  5อุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ เช่น ยานยนต์สมัยใหม่และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ พร้อมทั้งเชื่อมโยงด้วยโครงสร้างพื้นฐาน

 

         พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าอยากเห็นเกาหลีใต้เข้ามาร่วมมือกับไทยขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่นี้ต่อไปในอนาคตด้วยกันเพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้เต็มที่มากยิ่งขึ้น
รัฐบาลไทยได้แก้ไขกฎหมายการส่งเสริมการลงทุนและออกมาตรการเพื่อเร่งรัดการลงทุนเพิ่มเติม

 

          โดยเพิ่มสิทธิประโยชน์และการอำนวยความสะดวกต่าง ๆที่สอดคล้องกับความต้องการของนักลงทุนเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันรัฐบาลไทยตระหนักดีว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาประเทศคือทรัพยากรมนุษย์  รัฐบาลจึงมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในประเทศ

 

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าไทยมีจุดเด่นในเรื่องของที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ซึ่งอยู่ใจกลางของภูมิภาคเราพร้อมจะเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านในทุกมิติ ตามนโยบายไทยแลนด์พลัส-วัน ซึ่งสะท้อนเจตนารมณ์ของเราที่ไม่ต้องการทิ้งใครไว้ข้างหลังและไทยก็ต้องการหาหุ้นส่วนเพื่อมาร่วมกันพัฒนาประเทศเพื่อนบ้านและภูมิภาคและก้าวไปพร้อมกันอย่างยั่งยืนด้วย หวังว่าเกาหลีใต้จะพิจารณามาร่วมเป็นหุ้นส่วนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานกับไทย
ซึ่งจะเป็นการพัฒนาเครือข่ายเส้นทางคมนาคมในการเชื่อมโยงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับภูมิภาคอื่น
ๆ ด้วย

 

          ผมขอเรียนว่าขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงเวลาที่มีเสถียรภาพมากที่สุดตลอดระยะเวลา 10 ปี ที่ผ่านมา  รัฐบาลได้เดินหน้าบริหารประเทศตามโรดแม็พโดยจะมีการเลือกตั้งทั่วไปในช่วงต้นปีหน้าขณะเดียวกันก็ได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศในระยะยาวหรือแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปีเพื่อให้เศรษฐกิจและสังคมไทยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนโดยเน้นประชาชน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 

         พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า “ผมขอท่านว่าจากนี้ต่อไปจนกว่าจะถึงก่อนการเลือกตั้ง อยากให้มาลงทุนให้ได้ก่อนมีความร่วมมือกันให้มากขึ้น ที่เหลือแล้วค่อยสานต่อไปซึ่งเราต้องกำหนดโรดแม็พด้วยกัน พูดคุยเจรจากันให้ดี”