ครม.เคาะเพิ่มงบ สร้างรัฐสภาใหม่ 512 ลบ.

การเมือง  :  15 พ.ค. 2561

ครม.เคาะเพิ่มงบ สร้างรัฐสภาใหม่ 512 ลบ. ตีกลับงบ 8,000 ลบ. ให้ทบทวน หลังนายกฯโวยของแพง ไมค์เป็นแสน นาฬิกา 7 หมื่น

 

           เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 61 -  ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. ได้อนุมัติเพิ่มวงเงินงบประมาณ สำหรับโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ วงเงิน 512.50 ล้านบาท ประกอบด้วย ค่าก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ 273.51 ล้านบาท ค่าควบคุมงานก่อสร้าง 150.45 ล้านบาท และค่าที่ปรึกษาบริหารโครงการก่อสร้าง 88.54 ล้านบาท

 

          พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า โดยทางรัฐสภาให้เหตุผลว่าเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อเร่งรัดให้การก่อสร้างเสร็จเร็วขึ้นกว่าเดิม ในส่วนของห้องประชุมวุฒิสภา ห้องกรรมาธิการ และที่ทำงานบุคคลากร กำหนดให้แล้วเสร็จภายในเดือน ธ.ค. ส่วนห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร และพื้นที่เชื่อมต่อบางส่วนกำหนดให้แล้วเสร็จภายในเดือนมี.ค. 62 เพื่อรองรับการเลือกตั้ง แต่การเก็บรายละเอียดทั้งโครงการ จะต้องเสร็จภายในเดือน ธ.ค. 62     

 

          พล.ท.สรรเสริญ กล่าวต่อไปว่า ขณะที่อีกส่วนที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเสนอมา งบประมาณ 8,135.56 ล้านบาท แต่ครม.ไม่อนุมัติ เนื่องจากไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน รวมถึงอุปกรณ์และเครื่องมือเทคโนโลยีสารสนเทศบางชิ้น มีราคาแพงเกินไป โดยให้กลับไปทำรายละเอียดมาใหม่ ปรับค่าใช้จ่ายบางรายการให้ถูกลง เช่นค่าไมโครโฟน นาฬิกา เป็นต้น ขณะที่ ทางรัฐสภาให้เหตุผลว่า เงินจำนวนนี้เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อดำเนินงานด้านอื่นๆ ไปพร้อมกับการก่อสร้างอาคาร ประกอบด้วย งานระบบควบคุมแสงสว่างบริเวณภายนอกอาคาร งานระบบปรับอากาศภายในห้องประชุม ส.ส.​ และส.ว. งานผนัง งานผ้าม่าน และงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร ซึ่งไม่ใช่งบใหม่ที่ขอมาทั้งหมด แต่มีงบตัวเก่าที่เคยได้รับอนุมัติ คือ งานสาธารณูปโภค 586.90 ล้านบาท แต่ยังไม่ได้รับการจัดสรรเงิน ในครั้งนี้จึงของบเพิ่ม 826.16 ล้านบาท ส่วนงานระบบประกอบอาคาร และระบบเทคโนโลยี ที่เคยได้รับอนุมัติงบไปแล้ว 3,000ล้านบาท แต่ไม่ได้รับการจัดสรร ครั้งนี้จึงขอเพิ่มอีก 3,493.49  ล้านบาท โดยเมื่อรวมของเดิมที่ได้รับอนุมัติก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่ได้รับการจัดสรร กลายเป็นวงเงิน 6,493.49 ล้านบาท และค่าจ้างที่ปรึกษาควบคุมงาน 229 ล้านบาท

 

           "ในที่ประชุม นายกฯฟังความเห็นของสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วจึงยังไม่อนุมัติงบ แล้วจึงให้กลับไปทบทวนใหม่ ซึ่งนายกฯ ระบุว่า ยอมไม่ได้กับเรื่องไมโครโฟน 1.2 แสนบาท และนาฬิกา 7 หมื่นบาท" โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว