ไมค์-นาฬิกาแพงเวอร์-"บิ๊กตู่"ตะลึงสั่งเบรกสภาฯจัดซื้อ

การเมือง  :  16 พ.ค. 2561

ครม.ตีกลับงบ8,000ล้านสร้างรัฐสภาใหม่ หลังนายกฯโวยแพงเว่อร์ ไมค์เป็นแสน-นาฬิกา7 หมื่น ด้าน"บิ๊กตู่"เผยปลดล็อกการเมืองทีละขั้น "มีชัย"ลั่นไพรมารีงดไม่ได้

     เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม.ได้อนุมัติเพิ่มวงเงินงบประมาณ สำหรับโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ วงเงิน 512.50 ล้านบาท ประกอบด้วย ค่าก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ 273.51 ล้านบาท ค่าควบคุมงานก่อสร้าง 150.45 ล้านบาท และค่าที่ปรึกษาบริหารโครงการก่อสร้าง 88.54 ล้านบาท โดยทางรัฐสภาให้เหตุผลว่าเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อเร่งรัดให้การก่อสร้างเสร็จเร็วขึ้นกว่าเดิม ในส่วนของห้องประชุมวุฒิสภา ห้องกรรมาธิการ และที่ทำงานบุคลากร กำหนดให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม ส่วนห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร และพื้นที่เชื่อมต่อบางส่วนกำหนดให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2562 เพื่อรองรับการเลือกตั้ง แต่การเก็บรายละเอียดทั้งโครงการ จะต้องเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2562

นายกฯโวยไมค์แสน-นาฬิกา7หมื่น

     พล.ท.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า ส่วนที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเสนอมา งบประมาณ 8,135.56 ล้านบาท แต่ครม.ไม่อนุมัติ เนื่องจากไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน รวมถึงอุปกรณ์และเครื่องมือเทคโนโลยีสารสนเทศบางชิ้น มีราคาแพงเกินไป โดยให้กลับไปทำรายละเอียดมาใหม่ ปรับค่าใช้จ่ายบางรายการให้ถูกลง เช่นค่าไมโครโฟน นาฬิกา เป็นต้น โดยทางรัฐสภาให้เหตุผลว่า เงินจำนวนนี้เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อดำเนินงานด้านอื่นๆ ไปพร้อมกับการก่อสร้างอาคาร ประกอบด้วย งานระบบควบคุมแสงสว่างบริเวณภายนอกอาคาร งานระบบปรับอาการศภายในห้องประชุม ส.ส.​ และ ส.ว. งานผนัง งานผ้าม่าน และงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร ซึ่งไม่ใช่งบใหม่ที่ขอมาทั้งหมด แต่มีงบตัวเก่าที่เคยได้รับอนุมัติ คือ งานสาธารณูปโภค 586.90 ล้านบาท แต่ยังไม่ได้รับการจัดสรรเงิน ในครั้งนี้จึงของบเพิ่ม 826.16 ล้านบาท ส่วนงานระบบประกอบอาคาร และระบบเทคโนโลยี ที่เคยได้รับอนุมัติงบไปแล้ว 3,000 ล้านบาท แต่ไม่ได้รับการจัดสรร ครั้งนี้จึงขอเพิ่มอีก 3,493.49 ล้านบาท โดยเมื่อรวมของเดิมที่ได้รับอนุมัติก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่ได้รับการจัดสรร กลายเป็นวงเงิน 6,493.49 ล้านบาท และค่าจ้างที่ปรึกษาควบคุมงาน 229 ล้านบาท

     “ในที่ประชุม นายกฯ ฟังความเห็นของสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วจึงยังไม่อนุมัติงบ แล้วจึงให้กลับไปทบทวนใหม่ ซึ่งนายกฯ ระบุว่า ยอมไม่ได้กับเรื่องไมโครโฟน 1.2 แสนบาท และนาฬิกา 7 หมื่นบาท”

ไมค์-นาฬิกาแพงเวอร์-"บิ๊กตู่"ตะลึงสั่งเบรกสภาฯจัดซื้อ

บิ๊กตู่ลั่นจะค่อยๆปลดล็อก

    เมื่อเวลา 12.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงความคืบการนัดนักการเมืองและพรรคการเมืองพูดคุยเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งว่า ถึงเวลานัดมาก็มา ไม่มาก็อย่ามา ถ้ามาก็จะคุยกับเขาอะไรที่จะทำให้บ้านเมืองปลอดภัยอย่างไร ลดความขัดแย้งอย่างไร จะนำไปสู่การเลือกตั้งได้อย่างไร คุยกติกาการเลือกตั้ง การหาเสียง และดูเรื่องการปลดล็อก ทีละขั้นทีละตอนว่าจะเอาอย่างไร ถ้าทุกคนจะฟรีกันทั้งหมดก็จะเกิดความปั่นป่วน ซึ่งทุกคนก็รู้อยู่ แล้วจะให้กลับไปที่เก่าหรืออย่างไร การเลือกตั้งทุกครั้งก็เป็นแบบนี้ นี่ขนาดยังไม่เลือกเลยให้ร้ายกันไปมา จนไม่มีคนดีเหลืออยู่เลย แล้วจะไปกันอย่างไร สื่อจะไปห้ามได้หรือไม่

    เมื่อถามว่า เดือนมิถุนายนกำหนดวันคุยกับพรรคการเมืองหรือยัง นายกฯ กล่าวว่ายังไม่กำหนด ดูความพร้อม พรรคการเมืองบางพรรคบอกจะไม่มา ไม่มาก็อย่ามา คนมาเขาก็คุย ไม่มาก็อย่ามา ประชาชนก็ไปคิดเอาเองว่าทำไมเขาถึงไม่มา ในเมื่อทุกคนอยากจะเลือกตั้ง ก็ควรจะมาคุยกัน แต่ต้องมีกติกาไม่ใช่ปล่อยเละเทะเหมือนเดิม เพราะปล่อยบ้านเมืองเละเทะไม่ได้ การปลดล็อกต้องไปทีละขั้นจนกว่าจะมั่นใจได้ว่าบ้านเมืองจะไม่มีปัญหา เวลาปลดล็อกมากๆ ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร วันนี้ยังไม่ปลดล็อกเลยก็ออกมาพูดกันทุกเรื่อง แล้วสื่อก็ขยายความ ทางนู้นมาเล่นงาน แล้วจะให้อารมณ์ดี ยิ้มหัวเราะก็ต้องชี้แจง

แจงลงพื้นที่ไม่เคยดูดใคร

    เมื่อถามถึงการลงพื้นที่พบประชาชนจะเป็นพื้นที่ใด พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าลงพื้นที่แล้วเป็นอย่างไร ลองตอบมาซิ เขาลงพื้นที่เพราะอะไร ไปดูดหรือ ฉันไม่เคยดูดใคร ส่วนที่ถามว่าเมื่อครั้งลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ได้แนะนำนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นทีมประชารัฐของรัฐบาลนั้น ทุกคนเป็นหรือไม่ อยู่ในการทำประชารัฐหรือไม่ ภาครัฐ เอกชน ภาคธุรกิจ ประชาสังคมใช่หรือไม่ วันนั้นที่แนะนำเช่นนั้นต้องพูดเพื่อเป็นการให้เกียรติเขา เพราะเขามาให้เกียรติ

    ส่วนต่อไปจะถือว่าพรรคภูมิใจไทยจะเป็นกองหนุนสำคัญในอนาคตหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่เกี่ยว จะอยู่พรรคไหนไม่สนใจ เขาจะสนับสนุนแนวทางการปฏิรูปประเทศหรือไม่ ก็เป็นเรื่องของท่านจะอยู่พรรคไหนก็แล้วแต่ ยังไม่พูดสักคำว่าอยู่พรรค ฉะนั้น อย่าไปเขียนว่าไอ้นี่พวกนั้น ไอ้นั่นพวกนี้ เวลานี้ยังไม่ได้พูดอะไรสักอย่าง จะไปอยู่กับใครก็ยังไม่รู้ หรือไม่อยู่ก็ยังไม่รู้ แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือจะต้องไม่กลับมาที่เดิม สื่อไม่ห่วงหรือ หรือวันหน้าสื่อก็เขียนข่าวหากินได้ตลอด ถ้าบ้านเมืองยุ่งเหยิงวุ่นวายสับสนอลหม่านกลับมาที่เดิม สื่อก็เขียนข่าวไปท่ามกลางความรุนแรงที่เกิดขึ้น ถ้าชอบแบบนั้นก็เอา วันนี้คุณเขียนข่าวด้วยความสบายใจไม่ต้องหลบนู่นหลบนี่

ไมค์-นาฬิกาแพงเวอร์-"บิ๊กตู่"ตะลึงสั่งเบรกสภาฯจัดซื้อ

 

ยันไม่จำเป็นต้องให้ใครมาหนุน

    เมื่อถามว่า คิดว่าวันนี้มีกองหนุนเพียงพอแล้วหรือยัง นายกฯ กล่าวว่า ไม่เคยคิดว่าใครจะมาหนุนหรือไม่หนุน หนุนประเทศชาติกันเถอะ หนุนว่าทำอย่างไรประเทศชาติจะปลอดภัย ไม่ต้องมาหนุนก็ได้ ใครก็ได้ที่ทำได้แบบตน หรืออาจจะมีคนทำได้ดีกว่าเยอะแยะไปหามา ไม่ใช่มีอยู่ 3-4 คน ทำโพลล์กันอยู่ได้ สื่อไปวิพากษ์วิจารณ์กันไม่เห็นมีปัญหาอะไร เลือกตั้งได้ก็เลือกไป ไม่ได้ต้องการให้เลื่อนการเลือกตั้ง แต่หลายคนพยายามให้เลื่อนให้เร็วขึ้น บางคนก็บอกไม่อยากให้เลือกตั้ง ก็แล้วแต่ กติกาว่าอย่างไรก็เป็นไปตามนั้น เมื่อถามว่าเวลาลงพื้นที่รู้สึกอย่างไรที่มีคนมาขอหอมแก้มซ้ายขวา ขอร้องอย่ามาหอมแก้มตน ภรรยาหวงเหมือนกัน แต่ที่เอียงแก้มให้หอมก็เห็นว่าแก่แล้ว รุ่นป้า รุ่นยาย

ไมค์-นาฬิกาแพงเวอร์-"บิ๊กตู่"ตะลึงสั่งเบรกสภาฯจัดซื้อ

ตอก“บวรศักดิ์”ยันรัฐบาลนี้“ปฏิรูป”

    พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปด้านกฎหมาย ระบุว่า ห่วงกระบวนการปฏิรูปจะไม่สำเร็จเพราะให้ข้าราชการเป็นฝ่ายปฏิบัติว่า จากคำพูดดังกล่าวอยากให้ทุกคนกลับไปทบทวนว่ามีข้อเท็จจริงหรือไม่อย่างไร และวันนี้ข้าราชการยังเป็นผู้มีบทบาทนำในการทำเรื่องต่างๆ หรือไม่ เพราะทุกอย่างนั้นเริ่มโดยข้าราชการทั้งสิ้น ยังต้องใช้ข้าราชการขับเคลื่อน ฉะนั้นจึงต้องดูการปฏิรูปในภาพรวมที่กำหนดในแผน โดยการปฏิบัตินั้นเป็นส่วนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ต้องร่วมมือกับประชาชน เอกชน ซึ่งที่ผ่านมาคนอาจไม่เข้าใจ ว่าเราปฏิรูปหรือยัง แต่วันนี้ทุกคนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ แก้ไขปัญหาความขัดแย้ง

     “ถ้าบอกว่าเราไม่ปฏิรูป เราปฏิรูปนะครับ ที่ผ่านมามีปัญหาหลายประการ เช่น ความขัดแย้ง ความซับซ้อน กฎหมายไม่ทันสมัย ซึ่งเราทำไปแล้ว เช่น กฎหมายอำนวยความสะดวก กฎหมายด้านการลงทุน ฯลฯ โดยข้าราชการนำไปสู่การปฏิบัติ แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะเห็นผลในทันที แต่ยังไงข้าราชการต้องเป็นผู้ปฏิบัติ ถ้าไม่เอาข้าราชการเลย ถามว่าจะทำได้ไหม แต่ก็เป็นความร่วมมือแบบประชารัฐ ซึ่งหลายอย่างเกิดขึ้นในรัฐบาลนี้ อย่างการแก้ไขปัญหารถไฟทางคู่ นี่คือการปฏิรูปแล้ว อะไรก็ตามที่ไม่ได้ทำในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา แต่รัฐบาลนี้ทำ อย่างเรื่องประปาเราทำไปแล้วเกือบ 8,000 หมู่บ้าน จากที่ไม่มีประปาใช้ 9,000 กว่าหมู่บ้าน ในปีนี้จะเสร็จ ถนนเส้นทางต่างๆ ก็เกิดขึ้นในท้องถิ่น เราทำทั้งหมด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ไมค์-นาฬิกาแพงเวอร์-"บิ๊กตู่"ตะลึงสั่งเบรกสภาฯจัดซื้อ

ไม่ยุ่งใครจะจับมือใครตั้งรัฐบาล

    พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีผลสำรวจของนิด้าโพลหนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ จะเป็นปัจจัยต่อการตัดสินใจอนาคตทางการเมืองหรือไม่ ว่า ก็ต้องขอบคุณนิด้าโพลรวมทั้งโพลล์ต่างๆ และประชาชนที่ได้ตอบแบบสอบถาม วันนี้มุ่งหวังแต่เพียงว่าจะทำอย่างไรเราจะได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลทั้ง 6 ข้อ ให้ได้ ส.ส. ได้ ครม.ที่มีคุณภาพ ตนคาดหวังแค่นั้น เพราะฉะนั้นไม่ว่าผลโพลล์จะออกมาอย่างไรก็เป็นเรื่องของโพลล์

     ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่นิด้าโพลระบุว่าต้องการให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่หลังการเลือกตั้ง พรรคที่ คสช.สนับสนุน จะไปจับมือกับพรรคเพื่อไทยในการจัดตั้งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ว่ากันไปโน่น รัฐบาลที่คสช.จะสนับสนุนไปจับมือกับพรรคเพื่อไทย ผมจะไปจับมืออะไรกับใคร ผมไม่ใช่ศัตรูของใคร เพราะฉะนั้นทุกพรรคการเมืองก็ต้องทำเพื่อประชาชน ใครจะไปใครจะมาทุกคนก็ต้องทำเพื่อประเทศชาติ และไปหาเสียงกันตรงนั้น ไม่ใช่วันนี้โจมตีกันไปมาสรุปว่าไม่มีใครดีแล้วจะเลือกตั้งกันไปทำไม"

 

ข้องใจนักการเมืองปฏิรูปอย่างไร

    "ผมอยากให้มีการเลือกตั้ง ไม่ใช่ต้องการให้เลื่อนการเลือกตั้ง หรือหาเหตุให้ไม่มีการเลือกตั้ง ผมพูดมาเป็นร้อยเป็นพันครั้งแล้วว่าต้องเลือกตั้ง ประเทศไทยเป็นประเทศประชาธิปไตยใครจะไปฝืนได้ เพราะฉะนั้นเรื่องใครจะจับมือกับใครก็เป็นเรื่องของพวกท่าน จะไปจับกันที่ไหนก็ไปเถอะ และผมอยากให้ไปถามคนที่ออกมาพูดว่ามีแนวทางการปฏิรูปอย่างไร จะปฏิรูปอะไร วิธีการไหน ถามให้ผมบ้างในเมื่อสื่อบอกว่าจะต้องเสนอสองทาง ก็ต้องไปถามอีกฝ่ายแบบที่ตั้งคำถามผม อยากรู้ว่าจะตอบประชาชนอย่างไรและวันข้างหน้าจะไม่ขัดแย้งกันได้อย่างไร” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีความเห็นอย่างไรต่อสูตรการเมืองของนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ หรือสูตรโนพร็อบเบล็ม ที่เสนอให้ทุกพรรคการเมืองยอมรับผลการเลือกตั้ง โดยไม่จำเป็นต้องเป็นรัฐบาลแห่งชาติ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “เรื่องนี้ไม่ต้องมาพูด แล้วจะเลือกตั้งกันไปทำไมถ้าไม่ยอมรับกัน เมื่อเลือกตั้งก็ต้องยอมรับ และต้องยอมรับด้วยว่า หลังเลือกตั้งแล้วจะต้องไม่มีการประท้วง ไม่มีการขัดแย้ง ไม่มีการใช้อาวุธสงคราม ให้สัญญากับประชาชนไว้อย่างนี้ ไม่ใช่ให้ผมเป็นคนสัญญา เพราะในอนาคตพวกคุณจะเข้ามาในวงการเมืองข้างหน้าแล้ว ถ้าเลือกตั้งมาแล้วบริหารไม่ได้จะทำอย่างไร แล้วก็จะมาพูดถึงการรัฐประหาร เรื่องนี้ถ้าทำดีแล้วใครเขาจะทำ ใครจะมาเสี่ยง ดังนั้น ผมอยากจะฝากคนไทยทั้งประเทศ ว่าจะยอมกันอีก หรือยอมให้คนเขามาพูดจาแบบนี้หรืออย่างไร”

เมินกระแสดัน“ชวน”นั่ง“นายกฯ”

    นายกรัฐมนตรี กล่าวปลุกกระแสให้ นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์กลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง หลังเกิดปรากฏการณ์นายมหาธีร์ โมฮัมหมัด ได้รับเลือกเป็นนายกฯ อีกสมัยในวัย 92 ปี ว่า ก็เป็นเรื่องของท่าน จะปลุกอะไรอย่างไรก็แล้วแต่ เราเป็นประเทศไทยก็ควรมีสถาปัตยกรรมของไทยเอง ในด้านการเมือง ด้านการพัฒนาอะไรก็แล้วแต่ หรือการขจัดปัญหาความขัดแย้ง เขาเรียกว่าการสร้างสถาปัตยกรรมทางการเมืองของไทยใหม่

    “เราอาจจะเอาประเทศอื่นมาเป็นบรรทัดฐานในการเปรียบเทียบไม่ได้ เพราะคนไทยก็ไม่เหมือนคนอื่น เราก็มีความเป็นไทยของเราเอง เพราะฉะนั้นอย่าดูถูกประชาชนคนไทยของเรา ซึ่งวันนี้ก็ได้มีการเรียนรู้มากขึ้น มีความเข้าใจในประชาธิปไตยมากขึ้น ก็รอฟังว่าประชาชนเขาจะเลือกอะไร เลือกอย่างไร” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

“วิษณุ” ยัน มิ.ย.คุยพรรคการเมือง

    ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการเรียกกลุ่มพรรคการเมืองเข้าหารือในช่วงเดือนมิถุนายนว่า เรื่องนี้ต้องใช้เวลาหน่อย แต่ยืนยันว่าจะพูดคุยกับนักการเมืองในเดือนมิถุนายนนี้อย่างแน่นอน

ไมค์-นาฬิกาแพงเวอร์-"บิ๊กตู่"ตะลึงสั่งเบรกสภาฯจัดซื้อ

“มีชัย”ลั่นงดไพรมารีโหวตไม่ได้

     ความคืบหน้าหลังนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาตั้งข้อสังเกตว่า คสช.เตรียมแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง เพื่องดเว้นการใช้การเลือกตั้งขั้นต้น (ไพรมารีโหวต) เพื่อหาผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค เอื้อให้แก่พรรคการเมืองของ คสช.นั้น เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่ารัฐธรรมนูญกำหนดให้การดำเนินกิจกรรมของพรรค ประชาชนต้องมีส่วนร่วม กรธ.ก็ร่างกฎหมายลูกให้มีส่วนร่วมระดับหนึ่ง พอถึงสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็เพิ่มอีกระดับหนึ่ง มีไพรมารีโหวตด้วย ซึ่งคงต้องรอดูที่นายกรัฐมนตรีจะให้พรรคการเมืองร่วมหารือด้วยในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ ตามกำหนดการเดิมที่คาดว่า กฎหมายลููกจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาเดือนมิถุนายนนี้ แต่ตอนนี้ คำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 เรื่อง การแก้ไขกฎหมายพรรคการเมืองคือร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มา ซึ่ง ส.ว. อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ การหารือจะช้ากว่านี้หรือไม่ ต้องถามนายกรัฐมนตรี

     นายมีชัย กล่าวต่อว่า เมื่อเขียนไพรมารีโหวตแบบนี้ก็ต้องใช้ ซึ่งไม่ได้เข้มข้นต้องลงคะแนนเอิกเกริกแบบอเมริกา เพียงแค่เรียกสมาชิกมา 100 คน ก็ทำได้ แต่ไม่ใช่สามารถทำได้ทีเดียวพร้อมกันทั่วราชอาณาจักร เพราะพรรคต้องมีคนมาดูด้วย ต้องใช้เวลา การกำหนดวันเลือกตั้งก็ต้องดูเรื่องนี้ด้วย ณ ขณะนี้งดเว้นไม่ได้ นอกจากนี้ยังต้องรอฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งมีความเป็นไปได้ 3 แนวทางคือ 1.ไม่ขัด จะไม่เป็นปัญหาใด 2.ขัด แต่ไม่ใช่สาระสำคัญ ยังสามารถใช้ได้ และ 3.ขัดโดยเป็นสาระสำคัญ ร่างกฎหมายต้องตกไปทั้งฉบับและร่างใหม่

     “ผมพูดบนความสมมุติว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าความขัดกับรัฐธรรมนูญ จะเป็นหน้าที่กรธ.ต้องแก้ไข เพราะยังอยู่ในกระบวนการ แม้รัฐธรรมนูญจะบอกว่าให้กฎหมายตกไปทั้งฉบับ แต่ความจริงไม่ใช่การยกร่างใหม่ทั้งหมด เพียงแค่แก้ไขส่วนที่ขัด แต่ผมตอบไม่ได้ว่าจะใช้เวลากี่วัน เพราะต้องรอดูเนื้อหาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อน เพราะว่าอย่างไรก็อย่างนั้น แต่เมื่อถึงตอนนั้น แม้ผมจะแก่ แต่ผมสามารถทำงานแบบข้ามคืนได้” นายมีชัย กล่าว

ไมค์-นาฬิกาแพงเวอร์-"บิ๊กตู่"ตะลึงสั่งเบรกสภาฯจัดซื้อ

“อุตตม-สนธิรัตน์”ดอดพบสมคิด

    ขณะเดียวกันมีรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อเวลา 13.00 น. ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรี นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เดินเคียงคู่กันจากตึกบัญชาการ 1 ไปยังตึกไทยคู่ฟ้า แล้วเดินอ้อมจากด้านหลังขึ้นหน้าตึกไทยไปรอพบนายกรัฐมนตรี โดยก่อนหน้านั้นทั้งคู่ได้เข้าไปที่ห้องทำงานของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีมาก่อนแล้ว ทั้งนี้ บรรยากาศดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวการดูดอดีตส.ส. และการจัดตั้ง “พรรคประชารัฐ” รวมถึงในเดือนมิถุนายนนี้ที่จะหารือถึงการเลือกตั้งร่วมกับพรรคการเมือง

ย่องหารือ“บิ๊กตู่”ตึกไทยคู่ฟ้า

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากระทั่งเวลา 13.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินขึ้นห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้าหลังจากที่ได้แถลงข่าวผลการประชุมคณะรัฐมนตรีต่อผู้สื่อข่าวเรียบร้อยแล้ว จากนั้นเวลา 13.40 น. รัฐมนตรีทั้งสองคนได้ลงด้านหลังจากตึกไทยคู่ฟ้าแล้วขึ้นรถยนต์ส่วนตัวทะเบียน นจ2805 นนทบุรี มาคันเดียวกัน แล้ววนกลับมาที่ตึกบัญชาการเพื่อมาเข้าพบนายสมคิดอีกครั้งหนึ่ง

     นายอุตตม กล่าวกับผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆ เมื่อถูกถามถึงการเข้าพบนายกรัฐมนตรี ว่า “การเข้าพบนายกรัฐมนตรีนั้นเป็นเพียงการพูดคุยหารือเรื่องงานทั่วๆ ไปของแต่ละกระทรวงในพื้นที่ทั่วประเทศเท่านั้น โดยไม่มีการพูดคุยเรื่องการเมืองแต่อย่างใด”

ปัดหารือเรื่องตั้งพรรคทหาร

    จากนั้นเวลา 14.15 น. นายสนธิรัตน์และนายอุตตมได้กลับออกจากห้องทำงานของนายสมคิด โดยแยกกันขึ้นรถยนต์ส่วนตัวที่รออยู่ ด้านหน้าและด้านหลังตึกบัญชาการ ออกไปจากทำเนียบรัฐบาล

   นายสนธิรัตน์ เปิดเผยว่า “ได้หารือกับนายกรัฐมนตรีเรื่องงาน ไม่ได้หารือเกี่ยวกับเรื่องการตั้งพรรคการเมืองแต่อย่างใด สื่อชอบมาจับผิด เป็นเรื่องงานธรรมดา มาคุยกับรองฯ สมคิดก็เป็นเรื่องปกติเพราะเป็นทีมเศรษฐกิจด้วยกันอยู่แล้ว คุยกันอยู่ตลอดเวลา”

เมื่อถามถึงการตั้งพรรคพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า “กระแสข่าวเรื่องตั้งพรรคการเมือง ก็เป็นกระแสข่าวผิด กระแสข่าวถูก”

​"วันนอร์”ลั่นกลุ่มวาดะห์ยังไม่เคลื่อนไหว

   เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ห้องวีไอพี 1 สโมสรทหารบก ถ.วิภาวดีรังสิต ได้มีบรรดาญาติสนิทและพ่อค้านักธุรกิจนำดอกไม้เข้าอวยพร พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 86 ปี โดยมีนายวันมูหะมัดนอร์ มาทะ พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ พล.อ.ศรชัย มนตริวัติ พล.ท.พิรัช สวามิวัศดุ์ และอดีตนายทหารผู้ใต้บังคับบัญชาทยอยมาร่วมอวยพร ทั้งนี้ พล.อ.ชวลิตได้มอบปากกาพร้อมลายเซ็นและแผ่นพับขนาด 5x6 นิ้ว ซึ่งมีเนื้อหาชีวประวัติพัฒนาการแห่งชีวิตในรอบ 86 ปี โดยเน้นถึงเจตนารมณ์แห่งชีวิตนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 22 รวมถึงประวัติตั้งแต่วัยเด็กจนถึงการเข้ารับราชการทหาร และภารกิจสำคัญในการปฏิบัติงานลับพิเศษด้วยถึง 5 ศึกสงคราม จนกระทั่งเกษียณอายุราชการและลงเล่นการเมืองจนได้เป็นนายกรัฐมนตรีในที่สุด ทั้งนี้ ในวันที่ 18 พฤษภาคม เวลา 09.00 น. ที่ร้านอาหารอิตาเลียน ย่านพระราม 3 พล.อ.ชวลิต จะเปิดแถลงข่าวถึงชีวประวัติในการทำงานรับใช้ชาติบ้านเมืองตลอดชีวิตที่ผ่านมาหลายสมัยต่อสื่อมวลชนไทยและสื่อต่างประเทศอีกด้วย

     ด้านนายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา แกนนำกลุ่มวาดะห์ กล่าวว่า ขณะนี้กลุ่มวาดะห์ยังไม่ได้มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองแต่อย่างใด ยังไม่มีอะไรที่แน่ชัดเจน ต้องรอดูท่าทีก่อนว่าจะมีการเลือกตั้งเมื่อไหร่ อย่างไร สำหรับกลุ่มวาดะห์นั้นปัจจุบันยังรักษาสภาพฐานเสียงในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้เหมือนเดิมและยังไม่มีอะไรคืบหน้าอดีตส.ส.ในกลุ่มเท่าเดิม 5 คนไม่เปลี่ยนแปลง

ไมค์-นาฬิกาแพงเวอร์-"บิ๊กตู่"ตะลึงสั่งเบรกสภาฯจัดซื้อ

  “บิ๊กป้อม”ไม่แน่ร่วมลงเรือแป๊ะ

    ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีนิด้าโพลเผยผลสำรวจว่าประชาชนส่วนใหญ่สนับสนุนให้พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้งว่า ยอมรับว่า 4 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ทำผลงานดี แต่ต้องถามนายกฯ ด้วยว่าอยากเป็นต่อหรือไม่ ซึ่งก็พร้อมสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์อยู่แล้ว แต่ไม่ได้บอกว่า จะทำงานด้วยเพราะอายุมาก 70 ปีกว่าแล้ว แก่แล้ว ไม่แข็งแรง

เมื่อถามว่าในที่ประชุมครม.ได้มีการพูดคุยถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่มีคนออกมาคัดค้านรัฐบาลในขณะนี้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็ไม่ได้คัดค้านอะไร กลุ่มที่อยากเลือกตั้งก็มีกลุ่มอยู่แล้ว และตนไม่เคยบอกว่าคนกว่า 70 ล้านคนไม่อยากเลือกตั้ง แต่บอกว่า 70 ล้านคนเขาเข้าใจโรดแม็พ เพราะคนอยากเลือกตั้งกันทั้งนั้น แต่โรดแม็พบอกให้มีเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งรัฐบาลประกาศชัดเจนและต้องมีการเลือกตั้งอยู่แล้ว และยืนยันจะไม่มีปัจจัยใดทำให้การเลือกตั้งเปลี่ยนไป เพราะสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ยืนยันแล้วว่าจะทำกฎหมายเลือกตั้งให้ทันตามโรดแม็พ ส่วนการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเลือกตั้งในวันที่ 22 พฤษภาคมนั้น ทางฝ่ายความมั่นคงก็ต้องดูแลความสงบเรียบร้อยตามปกติ ส่วนเรื่องมือที่สาม ก็อยากให้สื่อไปถามกลุ่มคนอยากเลือกตั้งว่ามีหรือไม่ หากเขากังวล เราก็กังวล แบบนั้นแสดงว่าไม่มี

ยันไม่คุยเรื่องการเมือง“เสนาะ”

    พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงกรณีนายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร) ได้พูดคุยกับนายเสนาะ เทียนทอง แกนนำกลุ่มวังน้ำเย็นพรรคเพื่อไทยว่า เป็นเรื่องส่วนตัวของนายไพศาลกับนายเสนาะที่เขารู้จักกันและมีความสนิทกันเป็นเวลานาน จะมาจับประเด็นเพราะนายไพศาลทำงานให้อย่างนั้นหรือ เรื่องนี้ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยว แม้นายไพศาลจะเป็นกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี 

    เมื่อถามว่ามีความสนิทส่วนตัวกับนายเสนาะหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า สนิทกันมาตั้งนานแล้วแต่ไม่มีการพูดคุยเรื่องการเมืองต่อกัน และก็ไม่ได้คุยเรื่องการเมืองกับนายไพศาลด้วย หากจะคุยกับนายไพศาลก็จะเป็นเรื่องงาน เรื่องป้องกันไม่ให้เดินขบวน ส่วนที่เรื่องนี้เป็นกระแสข่าวนายกฯ ทาบทามนักการเมืองให้ร่วมพรรคการเมืองนั้น ต้องบอกว่าไม่มี นายกฯ จะไปทาบทามใคร ยืนยันว่านายกฯ ไม่ได้ทาบทามใคร และนายกฯ ยังไม่ได้บอกว่าจะเล่นการเมืองเลย 

    ส่วนที่นายเสนาะพูดถึงรัฐบาลแห่งชาติ จะมีโอกาสเกิดขึ้นได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ไม่มี ไม่รู้ เหตุการณ์ข้างหน้ายังมาไม่ถึง จะไปรู้ได้อย่างไร หากอยากรู้ต้องไปถามนายเสนาะ”

 

พท.สวนชวนทำอะไรให้ภาคใต้

    วันเดียวกัน นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ ระบุว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยไม่มี ส.ส.ในพื้นที่ภาคใต้จึงไม่เคยจัดงบไปดูแลพื้นที่ภาคใต้ว่า ที่ผ่านมารัฐบาลจากเพื่อตั้งแต่พรรคไทยรักไทย (ทรท.) เป็นต้นมา ได้พยายามดูแลความเป็นอยู่ และความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั่วทุกภาค ทั่วประเทศ แม้กระทั่งภาคใต้ในสมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร เราก็ได้มีการจัดงบประมาณลงไปดูแลตามความจำเป็นของแต่ละพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างถนน สร้างสะพานข้ามทะเลสาบ หรือการสร้างสะพานต่างๆ เราก็ได้ทำอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด และสิ่งที่สำคัญคือเราไม่เคยรังเกียจเดียดฉันท์อะไร เราพยายามที่จะเข้าไปดูแลสินค้าเกษตร ไม่ว่าจะเรื่องราคายางก็ดี หรือพืชผลทางการเกษตรก็ดี เราก็ดูแลเป็นอย่างดี ที่ผ่านมาโดยเฉพาะสมัยรัฐบาลนายทักษิณก็สามารถทำให้ประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาสนับสนุนราคายางได้สูงมากมาแล้ว

    “ผมเห็นว่าไม่มีประโยชน์ที่จะมากล่าวหากันในเรื่องที่ผ่านมาหลายปีแล้ว วันนี้ควรคิดว่าจะทำอย่างไรให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ออกจากสภาพที่ราคาสินค้า และพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ซึ่งความจริงแล้วพื้นที่ภาคใต้เป็นความรับผิดชอบที่ทางพรรคประชาธิปัตย์เองเป็นผู้ดูแล เพราะมีตัวแทนของภาคมาโดยตลอด ดังนั้นจริงๆ ต้องกลับไปถามว่าพรรคประชาธิปัตย์เคยทำอะไรให้แก่ภาคใต้บ้าง โดยท่านเองก็เป็นรัฐบาลมาหลายยุคหลายสมัย นายชวนก็เป็นรัฐบาลถึงสองครั้ง มาจนถึงสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่มีงบประมาณอะไรลงไปดูแลให้ภาคใต้มีสิ่งต่างๆ ที่พัฒนาหรือเจริญเติบโตขึ้นมา การเอาเรื่องเก่าๆ มาพูดว่าไม่มี โดยการเอาภาพการเจริญเติบโตในปัจจุบันมาเทียบ พูดแบบนี้เท่ากับทิ่มหอกเข้าใส่ตัวเอง เพราะเท่ากับเป็นการประจานการทำงานของรัฐบาลที่มาจากพรรคประชาธิปัตย์”

ไมค์-นาฬิกาแพงเวอร์-"บิ๊กตู่"ตะลึงสั่งเบรกสภาฯจัดซื้อ

สมศักดิ์หนุนชู ‘ชวน’ชิงนายกฯ

     ด้านนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทย และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก Somsak Pris แสดงความเห็นต่อข่าวการสนับสนุนนายชวน หลีกภัย ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า เห็นด้วย ไม่กล้าคิดแทนคนอื่นครับ แต่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่ทางพรรคประชาธิปัตย์จะสนับสนุน ฯพณฯ ชวน หลีกภัย กลับมาเป็นทางเลือกให้ประชาชน ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีรอบที่ 3 หรือไม่ โดยนำภาพแห่งความซื่อสัตย์สุจริต อาวุโส มากด้วยบารมี ดุจเดียวกับมหาธีร์ มาสู่กระบวนการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย และประสบชัยชนะเพราะชูภาพความซื่อสัตย์สุจริต ความอาวุโสที่มากด้วยบารมี มากความเจนจัด สามารถโค่นนาจิบ ผู้นำที่กำลังขมุกขมัวด้วยภาพของการทุจริตอย่างราบคาบ

   "ตรงกับคำพูดที่มีน้ำหนัก มีเหตุผล ของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ว่า “ต้องใช้การเลือกตั้งสู้ทุจริต” เป็นสัจธรรมครับ การเลือกตั้งแก้ปัญหาของประเทศ ของสังคมได้ ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินทุกปัญหาของประเทศด้วยตัวพวกเขาเอง เพราะเขาคือเจ้าของประเทศครับ น่าเสียดายนัก ถ้าคิดได้เร็วกว่านี้สักนิด ถอยหลังไปแค่ 4 ปีเท่านั้น บ้านเมืองก็คงไม่เผชิญความยุ่งยากถึงเพียงนี้” นายสมศักดิ์ กล่าว

เตือนนึกถึง4ปีที่แล้วเกิดอะไรบ้าง

     วันเดียวกัน พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองหลังใกล้เดือนมิถุนายน ที่คสช.จะเรียกพรรคการเมืองมาหารือว่า เรื่องการหารือเป็นเรื่องที่ คสช.จะพิจารณาดำเนินการ ส่วนสถานการณ์ภาพรวมขณะนี้ยังไม่มีอะไร มีแต่เรื่องการชุมนุมครบรอบ 4 ปีการรัฐประหารในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ โดยฝ่ายความมั่นคงได้มีการติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา ในส่วนของการชุมนุม อยากให้นึกถึง 4 ปีที่แล้วว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่ทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย อยากให้ผู้ชุมนุมทำตามกฎหมาย และไม่ให้เหตุการณ์บานปลายออกไป แม้การชุมนุมจะเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่ฝ่ายความมั่นคงต้องดูแลให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย แกนนำผู้ชุมนุมต้องดูแลไม่ให้มีการเข้ามาแสวงหาประโยชน์ หรือที่จะเข้ามาสอดแทรก ตอนนี้เราเองตรวจสอบอยู่ว่าจะมีใครเข้ามาแอบแฝงหรือไม่ เพื่อเป็นการเฝ้าระวัง

    ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการเตรียมรับมืออย่างไร เพราะจะมีการชุมนุมในพื้นที่ใกล้กับทำเนียบรัฐบาล พล.อ.วัลลภ กล่าวว่า ทางหน่วยที่รับผิดชอบมีแผนที่จะดำเนินการอยู่แล้ว เมื่อถามย้ำว่า จะปล่อยให้มีการเดินทางมาถึงทำเนียบรัฐบาลเลยหรือไม่ พล.อ.วัลลภ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่รับผิดชอบซึ่งจะกำหนดแผนขึ้นมา

ไมค์-นาฬิกาแพงเวอร์-"บิ๊กตู่"ตะลึงสั่งเบรกสภาฯจัดซื้อ

แจงปฏิรูป11ด้านทำไม่ได้ทุกเรื่อง

      ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีถึงแผนปฏิรูปประเทศ 11 ด้านว่า แผนดังกล่าวได้มีการประกาศทางราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว และเกิดข่าวลือ มีการส่งต่อข้อมูลไปมากมาย โดยทางรัฐบาลได้เคยอธิบายมาเป็นระยะแล้วว่าแผนการปฏิรูปไม่ใช่จะต้องทำตามที่ประกาศมาทุกเรื่อง แต่หน่วยงานราชการทุกกระทรวง จะต้องตรวจสอบข้อมูลของตนเองตามหน้าที่ภารกิจ ว่าแผนปฏิรูปทั้ง 11 ด้าน จะต้องทำเรื่องอะไรบ้าง และพิจารณาว่าเรื่องใดสามารถทำได้ ทำได้ทันที หรือทำได้ในอนาคต ก็ต้องกำหนดให้ชัดเจน

      “นายกฯ อยากให้ตระหนักถึงสิ่งต่างๆ ที่รัฐบาลนี้เข้ามาว่า มีหลายเรื่องที่ได้ดำเนินการปฏิรูปไปแล้ว และกำลังดำเนินการปฏิรูป พร้อมวางแผนปฏิรูปเพิ่มเติมต่อไป ส่วนคำถามที่ถามนายกฯ ว่า 4 ปี ปฏิรูปสำเร็จหรือไม่นั้น มันไม่มีทาง เพราะว่าสังคม สถานการณ์ของโลก ของสังคม เปลี่ยนไปเรื่อยๆ จึงต้องมีการปฏิรูปตลอดเวลา ทั้งนี้เป็นไปไม่ได้ว่าการปฏิรูปจะไม่สำเร็จ และนายกฯ หวังว่าสื่อมวลชนจะช่วยทำความเข้าใจกับประชาชนว่า อย่าท้อแท้ตามคำวิพากษ์วิจารณ์ของบางคน บางฝ่าย ที่คิดว่าแผนปฏิรูปจะไม่สำเร็จ หรือม&l