"ไพบูลย์"ยื่นรายชื่อพร้อมเอกสารขอตั้งพรรค

การเมือง  :  15 พ.ค. 2561

"ไพบูลย์"ยื่นรายชื่อ 1,441 ผู้ก่อตั้งพร้อมเอกสารกกต.ขอจดตั้งพรรคอย่างเป็นทางการ ย้ำหนุนประยุทธ์นั่งนายกฯ

     

        15 พฤษภาคม 2561 "ไพบูลย์"​ยื่นรายชื่อ 1,441ผู้ก่อตั้ง พร้อมเอกสารกกต.ขอจดตั้งพรรคอย่างเป็นทางการ  ระบุภายใน 4 เดือนเตรียมหาสมาชิกให้ได้หลักหมื่นครบ 77 จังหวัด 

    

 

         นายไพบูลย์​ นิติตะวัน ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป พร้อมคณะของว่าที่กรรมการบริหารพรรค ตามที่ได้รับเลือกเมื่อครั้งการประชุมผู้ร่วมก่อตั้งพรรค เข้ายื่นเอกสารและรายละเอียดเพื่อขอจดแจ้งเป็นพรรคการเมืองตามกฎหมาย ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง​(กกต.) ฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง

    

         ทั้งนี้นายไพบูลย์ ให้สัมภาษณ์​ว่า จำนวนผู้ร่วมก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูปตามเอกสารที่ยื่นต่อกกต.​มีจำนวนทั้งสิ้น 1,441 คน กระจายอยู่ใน 72 จังหวัด ยกเว้น จ.กระบี่, จ.ชัยนาท, จ.พัทลุง,จ.สตูล และ จ.สมุทรสงคราม  แบ่งเป็นสัดส่วนชาย 57 เปอร์เซ็นต์, สัดส่วนหญิง 43 เปอร์เซ็นต์ และได้รับเงินบริจาคเพื่อใช้เป็นทุนประเดิม รวมทั้งสิ้น 1.441 ล้านบาท  

 

         โดยหลังจากที่กกต.รับจดจัดตั้งเป็นพรรคการเมืองโดยสมบูรณ์แล้ว พรรคจะทาบทามบุคคลที่สนใจจะเข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคและเมื่อเงื่อนไขห้ามทำกิจกรรมการเมืองหรือหาสมาชิกพรรคถูกยกเลิกจะเข้าสู่กระบวนการหาสมาชิกอย่างเป็นทางการ ซึ่งตนตั้งเป้าหมายว่านับจากวันจดจัดตั้ง ภายใน 4 เดือนจะต้องหาสมาชิกให้ได้ 1 หมื่นคนใน 77จังหวัด

 

          "การส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งเบื้องต้นผมจะส่งเกือบทุกเขต หรือคิดเป็น 99 เปอร์เซ็นต์ โดยมั่นใจว่าจะทำตามเงื่อนไขของกฎหมาย อาทิ ทำไพรมารี่โหวต ได้เสร็จตามกำหนดเวลาที่จะมีการเลือกตั้ง และยืนยันจะดำเนินการ แม้ขณะนี้จะมีกระแสข่าวว่าอาจแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองเพื่องดเว้นการใช้ไพรมารี่โหวต เพราะระยะเวลาทำอาจมีไม่เพียงพอ" นายไพบูลย์ กล่าว

 

           นายไพบูลย์ ยังยืนยันที่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นนายกฯ หลังการเลือกตั้ง เพราะเชื่อมั่นว่าพล.อ.ประยุทธ์เป็นบุคคลที่มีความซื่อสัตย์ ส่วนที่หลายฝ่ายวิจารณ์ว่าพล.อ.ประยุทธ์ เป็นต้นตอของปรากฎการณ์ดูดอดีต ส.ส.ของพรรคการเมืองต่าง ๆ นั้น ตนมองว่าเป็นเพียงวาทะกรรมของกลุ่มการเมืองที่ต้องการโยนความผิดไปให้บุคคลอื่นเท่านั้น และเป็นความพยายามสะกัดไม่ให้ พล.อ.ประยุทธ์เข้าสู่ระบบการเมือง หรือกลับมาเป็นนายกฯ หลังการเลือกตั้ง


          "ผมเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์เหมาะที่จะมาเป็นนายกฯ คนกลางหลังการเลือกตั้ง แต่ต้องไม่สังกัดพรรคการเมืองใด  เพื่อขับเคลื่อนช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมือง โดยผมมองว่าสถานการณ์การเมืองหลังเลือกตั้ง หากจะให้เกิดความสงบเรียบร้อย ต้องมี 3 ประสาน คือ พลังของประชาชน, ข้าราชการ และนักการเมือง รวมถึงการทำงานในรัฐสภา ที่ต้องคำนึงถึงเสียงและความคิดเห็นของของสมาชิกวุฒิสภาด้วย เพราะถือว่ามีบทบาทอย่างมากต่อระบบรัฐสภา" นายไพบูลย์ กล่าว.