ข่าว

"บิ๊กตู่"ลั่นชุมนุมวุ่นวายไม่ได้เลือกตั้ง-จับตาพท.บินพบแม้ว

"บิ๊กตู่"ลั่นชุมนุมวุ่นวายไม่ได้เลือกตั้ง-จับตาพท.บินพบแม้ว

05 พ.ค. 2561

"บิ๊กตู่"จับตาเพื่อไทยบินพบ "แม้ว-ปู" สิงคโปร์ ลั่นทำไม่ได้ ฮึ่มม็อบถ้าอยากเลือกตั้งอย่าชุมนุมให้วุ่นวาย ด้านแกนนำพท.ไม่สนแห่บินพบ คาดถกเรื่องเลือกตั้ง

     ความคืบหน้าหลังมีกระแสข่าวนายทักษิณ ชินวัตร และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางที่ประเทศสิงคโปร์โดยพบปะแกนนำพรรคเพื่อไทยเพื่อหารือเรื่องพลังดูดของพรรคทหาร พร้อมการจัดวางบุคคลที่จะมาลงสมัครส.ส.ในพื้นที่ต่างๆ

“บิ๊กตู่” จับตาพท.บินพบ“แม้ว-ปู”

    เมื่อเวลา 12.35 น. วันที่ 4 เมษายน ที่อาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทยเดินทางไปพบนายทักษิณ ชินวัตร และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่สิงคโปร์ว่า คสช.ดูอยู่ จริงๆ แล้วมันไม่ได้ และจะไปหาเสียงอะไรก็ไม่ได้ทั้งสิ้น ตอนนี้กำลังให้ติดตามดูอยู่ว่าใครทำผิดกติกาเหล่านี้บ้าง หลายคนก็ฉวยโอกาสเหมือนกัน แม้กระทั่งช่วงสงกรานต์ก็ไปเดินที่นู่นที่นี่ คุยกับคนนั้นคนนี้ เป็นการหาเสียงหรือไม่ กำลังให้ฝ่ายกฎหมายดูอยู่

    ผู้สื่อข่าวถามว่า คสช.จำเป็นต้องออกคำสั่งใหม่ที่ห้ามนักการเมืองเดินทางออกนอกประเทศ หรือต้องแจ้งก่อนเดินทางหรือไม่พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่มีทุกคนต้องรู้จะสั่งอะไรกันบ่อยนัก เมื่อคำสั่งออกมา ถ้าทุกคนปฏิบัติตามคำสั่งก็จบ และคำสั่งที่ออกมาก็ไม่ได้ให้เอื้อประโยชน์ใคร เพียงแค่ให้ทุกอย่างสงบเรียบร้อย เพื่อเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง หากมีความขัดแย้งกันตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง แล้วจะไปเลือกตั้งกันได้อย่างไร นั่นคือวัตถุประสงค์

"บิ๊กตู่"ลั่นชุมนุมวุ่นวายไม่ได้เลือกตั้ง-จับตาพท.บินพบแม้ว

เตือนอยากเลือกตั้งอย่าชุมนุมวุ่นวาย

    “จะออกคำสั่งอะไรกันบ่อยๆ พอออกมาก็มีโต้กันอีก แล้วจะให้ออกกันถึงเมื่อไหร่ ทำไมไม่รู้จักทำงาน เพื่อความสงบสุข สันติของสังคมโดยรวมกันบ้าง ทุกคนพยายามจะสร้างเรื่องสร้างเหตุการณ์กันตลอด แล้วก็ให้รัฐบาลใช้อำนาจออกคำสั่ง เสร็จแล้วก็มีการโต้กลับมาที่รัฐบาล หาว่ารัฐบาลต้องการจะสืบทอดอำนาจ ก็วนกันอยู่อย่างนี้ สื่อก็รู้ดีอยู่” นายกฯ กล่าว

    เมื่อถามว่าได้กำชับฝ่ายความมั่นคงเรื่องใดเป็นพิเศษหรือไม่ กรณีกลุ่มคนอยากเลือกตั้งนัดชุมนุมในวันที่ 5 พฤษภาคมนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อย่าทำผิดกฎหมายฝ่ายความมั่นคงดูแลอยู่ ส่วนที่หวั่นว่าจะเกิดความบานปลายนั้นสื่อก็อย่าให้เขาออกมา ต้องบอกเขาว่าขอให้บ้านเมืองสงบเรียบเรียบร้อยหากอยากจะเลือกตั้ง แต่ถ้ายิ่งทำแบบนี้ก็ไม่ได้เลือก

    “ฉะนั้นการที่จะได้เลือกตั้งหรือไม่ได้เลือกไม่ได้อยู่ที่ผม อยู่ที่คนเหล่านี้นั่นแหละ ซึ่งการเลือกตั้งผมก็วางไว้แล้วต้นปี 2562 จบ เลิกพูดเรื่องเหล่านี้ พอแล้วเหนื่อย บ๊ายบาย ซาโยนาระ ลาก่อน” นายกฯ กล่าว

ผบ.ทบ.ไม่สนใจอดีตส.ส.บินพบแม้ว

    พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีอดีตส.ส.พรรคเพื่อไทยเดินทางไปพบนายทักษิณ ชินวัตร และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ประเทศสิงคโปร์ว่า อยู่ที่ดุลพินิจของแต่ละคน ส่วนตัวถ้าอะไรที่ไม่กระทบต่อความมั่นคงในประเทศก็ไม่อาจไปอะไรเท่าใดนัก และขออนุญาตไม่แสดงความคิดเห็น ซึ่งทางการข่าวไม่ได้ติดตาม เพราะเป็นเรื่องของระหว่างประเทศดำเนินการไป

     เมื่อถามว่าการปรากฏตัวของ 2 อดีตนายกฯ ถือว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่ที่มักจะเดินทางเข้ามาใกล้ประเทศไทยช่วงมีการชุมนุมในประเทศ พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะทุกอย่างมีกลไกในการติดตามการเคลื่อนไหวของนายทักษิณอยู่แล้ว

"บิ๊กตู่"ลั่นชุมนุมวุ่นวายไม่ได้เลือกตั้ง-จับตาพท.บินพบแม้ว

ไม่กังวลม็อบชุมนุม 5 พ.ค.

    พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวถึงกรณีการรับมือการชุมนุมกลุ่มคนอยากเลือกตั้งที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ท่าพระจันทร์ วันที่ 5 พฤษภาคม ว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มนี้ไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิม คิดว่าไม่มีอะไรต้องเพิ่มเป็นพิเศษและไม่น่าจะเกิดเหตุรุนแรงขึ้น เพราะที่ผ่านมาได้พูดคุยทำความเข้าใจกันมาตลอด และขอความร่วมมือในบางเรื่องเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ซึ่งต่างฝ่ายต่างยืนในจุดที่เหมาะสม ซึ่งพวกเขาอยากแสดงความคิดเห็นก็แสดงออกมาได้ แต่ต้องไม่มีผลกระทบต่อสังคม

ยันมีมาตรการชุมนุมใหญ่4ปีคสช.

    “ผมคิดว่าเจตนารมณ์ของประชาชนส่วนใหญ่อยากเห็นบ้านเมืองสงบ ส่วนการแสดงออกครบรอบ 4 ปี คสช. ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เราก็มีกรอบการปฏิบัติต่างๆ ที่เหมาะสม และทุกวันนี้ทุกอย่างก้าวสู่กระบวนการเป็นประชาธิปไตย มีขั้นตอนที่ชัดเจน” พล.อ.เฉลิมชัย กล่าว

 

"บิ๊กตู่"ลั่นชุมนุมวุ่นวายไม่ได้เลือกตั้ง-จับตาพท.บินพบแม้ว

 

“เพื่อไทย” ยันไม่มีนัยการเมือง

    ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการนำเสนอข่าวมีอดีตรัฐมนตรีและอดีตส.ส.เดินทางไปพบนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ประเทศสิงคโปร์ เนื่องจากมีปัญหาการส่งผู้สมัครส.ส.บางพื้นที่เกิดความทับซ้อนว่า ไม่ทราบว่าข่าวนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร แต่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงไปมาก ขอเรียนว่าขณะนี้ยังไม่ปลดล็อกทางการเมือง พรรคการเมืองยังไม่สามารถทำกิจกรรมทางการเมืองได้ ยังไม่มีใครทราบว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งจะออกมาอย่างไรจึงยังไม่มีใครทราบว่าใครจะได้ลงพื้นที่ไหนหรือไม่ได้ลงอย่างไร

    “เมื่อปลดล็อกทางการเมืองแล้วพรรคก็จะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และต้องดำเนินการตามกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ระหว่างที่การเมืองติดล็อกพรรคการเมืองมีข้อจำกัดมากมายคงไม่สามารถไปกระทำการใดๆ ได้ ส่วนคนที่เดินทางไปถ้ามีคงเป็นเพราะความเคารพรักกัน ไม่มีนัยทางการเมืองใดๆ ไม่มีการไปแก้ปัญหาการเมืองในพรรคนอกพรรคอะไรทั้งสิ้น จึงขออนุญาตชี้แจงเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง” นายอนุสรณ์กล่าว

คาดถกเลือกตั้ง-จัดสรรผู้สมัคร

   มีรายงานว่าอดีตนายกฯ ทั้งสองจะพักอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์สักพักหนึ่ง โดยช่วงระหว่างวันที่ 3-5 พฤษภาคม จะมีพี่น้อง ครอบครัว รวมถึงแกนนำและสมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) ทยอยบินไปพบปะเยี่ยมเยียน โดยแกนนำและสมาชิกพรรคที่จะบินไปพบปะ อาทิ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อดีตส.ส.กทม. และอดีตส.ส.ภาคเหนือ ซึ่งจำนวนผู้ที่บินไปพบอาจจะไม่มากเท่าเมื่อครั้งนายทักษิณและน.ส.ยิ่งลักษณ์บินมาพักที่สาธารณรัฐประชาชนจีนครั้งที่ผ่านมา เพราะครั้งนี้อดีตส.ส.ไม่มีเวลาเตรียมตัวมากนักเนื่องจากทราบข่าวล่วงหน้าก่อนที่สองอดีตนายกฯ จะบินมาเพียงไม่นาน

    อย่างไรก็ตามประเด็นที่จะต้องบินไปพบนายทักษิณถึงประเทศสิงคโปร์นั้น เหตุเพราะขณะนี้การเลือกตั้งเริ่มมีความชัดเจนขึ้นแล้ว และมีการจัดแบ่งพื้นที่ในการส่งตัวผู้สมัครใหม่ จึงทำให้บางพื้นที่เกิดความทับซ้อน ส่วนนี้จึงทำให้มีปัญหาในการส่งตัวผู้สมัคร นอกจากนี้ หลายคนยังไปเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าตนเองจะได้ลงสมัครในพื้นที่ที่มีความเปลี่ยนแปลงด้วย

"บิ๊กตู่"ลั่นชุมนุมวุ่นวายไม่ได้เลือกตั้ง-จับตาพท.บินพบแม้ว

เผยแม้วปรากฏตัวทำเด็กพท.มั่นใจ

    แหล่งข่าวจากหน่วยงานความมั่นคงเปิดเผยว่า การปรากฏตัวอีกครั้งของนายทักษิณหวังการตลาดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้สมาชิกพรรคเพื่อไทยในช่วงที่มีกระแสข่าว ส.ส.พรรคเพื่อไทยย้ายไปสังกัดพรรคเล็ก รวมถึงกลุ่มทุนที่เคยให้การสนับสนุนพรรคมาก่อนหน้านี้ พร้อมทั้งเชื่อว่าจะพูดคุยเรื่องบุคคลที่จะมาเป็นผู้นำพรรคคนใหม่ที่ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน แม้จะมีชื่อของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย เป็นตัวเลือกอยู่ก็ตาม

ไผ่โพสต์“แม้ว-ปู”ถึงสิงคโปร์

    วันเดียวกัน “นายไผ่ ลิกค์ หรือรู้จักกันในชื่อของ “ไผ่ วันพอยท์” อดีตส.ส.กำแพงเพชร พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์อินสตาแกรมถ่ายรูปคู่กับนายทักษิณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ เช็กอินที่ประเทศสิงคโปร์ว่า “วันนี้ผมได้มีโอกาสพบนายกฯ ทั้งสองท่าน ทุกคำที่พูดกันคือความเป็นห่วงพ่อแม่พี่น้อง ระบบการศึกษาของประเทศ และวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆ ในแง่มุมของท่าน แถมก่อนกลับผมได้ของฝากด้วยเป็นถั่ว Pistachio จากดูไบ รักและคิดถึงท่านทั้งสองเสมอครับ”

"บิ๊กตู่"ลั่นชุมนุมวุ่นวายไม่ได้เลือกตั้ง-จับตาพท.บินพบแม้ว

‘สนธยา’ทำบุญครบ 7 ปีพรรคพลังชล

    ที่ทำการพรรคพลังชล (พช.) ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี นายสนธยา คุณปลื้ม หัวหน้าพรรคพลังชล พร้อมด้วยอดีตส.ส. คณะกรรมการบริหารพรรค ผู้บริหารท้องถิ่น อาทิ นางสติล คุณปลื้ม นางสุกุมล คุณปลื้ม นายสุชาติ ชมกลิ่น นายประเมศร์ งามพิเชษฐ์ นายวิทยา คุณปลื้ม เดินทางมาร่วมงานเนื่องในวันก่อตั้งพรรคครบรอบ 7 ปี ทั้งนี้ นายสนธยา พร้อมแกนนำพรรค ร่วมสักการะและบวงสรวงพระภูมิเจ้าที่ซึ่งเป็นประเพณีปฏิบัติของพรรค ที่ดำเนินการมาในวันครบรอบการก่อตั้งพรรค จากนั้นได้ร่วมรับประทานอาหาร พูดคุยกับแกนนำพรรคและอดีตส.ส.ที่เดินทางมาร่วมงาน

นายสุระ เตชะทัต โฆษกพรรคพลังชล กล่าวว่า พรรคพลังชลจะทำงานทางการเมืองในนามพรรคต่อไป ไม่ไปรวมหรือควบรวมกับพรรคใดพรรคหนึ่ง ส่วนที่มีการวิเคราะห์ไปต่างๆ พรรคจะไปรวมกับคนโน้นคนนี้ กลุ่มนั้นกลุ่มนี้ ขอยืนยันว่า นายสนธยา ยังเป็นหัวหน้าและผู้นำพรรค ในอนาคตจะไปสนับสนุนใครจัดตั้งรัฐบาล สนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ยังไม่ทราบ รู้เพียงแต่เราจะทำงานภายใต้กรอบกติกาตามรัฐธรรมนูญ จะร่วมกับใครจัดตั้งรัฐบาลยังตอบไม่ได้ ต้องรอให้ถึงในวันนั้นก่อน แต่วันนี้อดีตส.ส.ของพรรคอยู่กันครบไม่ได้ไปไหนและได้มายืนยันความเป็นสมาชิกพรรคเรียบร้อยแล้ว

 

“สมศักดิ์” โอดสมาชิกชทพ.หาย

     ด้านนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงยอดการยืนยันสมาชิกพรรคขณะนี้ว่ายังไม่ถึงขั้นวิกฤติ แต่สมาชิกที่หายไปจำนวนมาก เหลือกลับคืนมาประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าเยอะมากแล้ว และขณะนี้ก็ยังมีเวลาหลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งให้ปลดล็อกพรรคการเมืองให้สามารถรับสมัครสมาชิกได้ แต่ก็ไม่รู้ว่าสมาชิกเหล่านั้นจะกลับเข้ามาหรือไม่

    เมื่อถามว่าจำนวนสมาชิกที่มีอยู่ขณะนี้กระทบต่อไพรมารีโหวตหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า กระทบแน่นอน เพราะในการทำไพรมารีโหวต เราตั้งใจว่าจะส่งลงสมัครในทุกเขต หมายความว่าเราจะต้องมีสมาชิกพรรคทุกจังหวัดอย่างน้อยจังหวัดละ 100-200 คน ซึ่งหากการยืนยันสมาชิกภาพไม่ครบทุกจังหวัดนั้นย่อมกระทบแน่นอน เมื่อปลดล็อกพรรคการเมืองให้สามารถทำกิจกรรมได้ต้องรีบหาสมาชิกให้ได้ แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถทำอะไรได้ ต้องรอเวลาให้ คสช.ปลดล็อกก่อน ก็ขอร้องให้รัฐบาลรีบปลดล็อกเพื่อให้เป็นไปตามโรดแม็พและก็ขอให้เข้าใจการทำงานของแต่ละพรรคการเมืองด้วยว่าแต่ละพรรคนั้นมีข้อจำกัดของเรื่องเวลา

 

"บิ๊กตู่"ลั่นชุมนุมวุ่นวายไม่ได้เลือกตั้ง-จับตาพท.บินพบแม้ว

วอนคสช.รีบปลดล็อกพรรคการเมือง

    นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนที่นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการ ชทพ. เสนอให้คสช.ใช้มาตรา 44 งดเว้นการทำไพรมารีโหวตในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นนั้นก็เป็นไปได้ แต่ก็อาจจะขัดกฎหมาย หากการเลือกตั้งครั้งแรกมีข้อจำกัดการปลดล็อกไม่สามารถเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายก็เชื่อว่าสามารถทำได้ ถ้าคสช.ต้องการเห็นทุกอย่างราบเรียบ มิเช่นนั้นก็จะมีข้อจำกัดสำหรับพรรคที่ต้องการส่งผู้สมัครครบทุกเขตในการหาสมาชิก แต่ถ้าไม่ต้องการส่งครบทุกจังหวัดก็ไม่จำเป็น ซึ่งเชื่อว่าพรรคใหญ่จะต้องส่งคนครบทุกเขตแน่นอน ฉะนั้นคงต้องให้ปลดล็อกโดยใช้มาตรา 44 ถึงจะเป็นไปตามกฎหมายได้

   “แค่เริ่มต้นหาสมาชิกก็เหนื่อยแล้ว คุณต้องหาสมาชิกพรรคให้ครบหมื่นกว่าคน ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่าย อยากให้รีบปลดล็อกพรรคการเมืองโดยเร็ว หรือใช้มาตรา 44 ผ่อนผันการเลือกตั้งครั้งแรกอาจจะไม่ต้องเป็นไปตามไพรมารีโหวต ขอให้เป็นไปตามธรรมชาติก่อน เพราะหากการหาสมาชิกเป็นอุปสรรคจะทำให้การทำไพรมารีโหวตเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะสาขาพรรคที่ต้องมีสมาชิกอย่างน้อย 50 คน 4 สาขา ตอนนี้ที่ทำได้ก็มีที่จังหวัดสุพรรณบุรี และภาคกลางที่จังหวัดอ่างทองเท่านั้นเอง อีก 4 จังหวัดภาคใต้และภาคเหนือก็ยังไม่ครบ” นายสมศักดิ์กล่าว

“โอ๊ค”สนใจสมัคร“พรรคอนาคตใหม่”

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานบริหารเครือบริษัท ไทยซัมมิท ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ภาพลงในอินสตาแกรม ส่วนตัว thanathorn.ig พร้อมข้อความว่า “กำลังมองหาคนมาร่วมทำอนาคตใหม่ด้วยกัน” หลังจากนั้น นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของนายทักษิณ ชินวัตร ได้คอมเมนท์ในภาพดังกล่าวว่า “รับใบสมัครได้ที่ไหนครับ?” ซึ่งสร้างความสนใจแก่ผู้ใช้อินสตาแกรมเป็นอย่างมาก โดยมีผู้ใช้อินสตาแกรมบางส่วนเข้ามาคอมเมนท์ว่าควรจะชวน เอม และอิ๊ง น้องสาวทั้ง 2 คน มาร่วมด้วย

"บิ๊กตู่"ลั่นชุมนุมวุ่นวายไม่ได้เลือกตั้ง-จับตาพท.บินพบแม้ว

‘สมชัย’ชี้ว่าที่กกต.ไม่หลากหลาย

    วันเดียวกัน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เฟซบุ๊กไลฟ์สด สมชัย ศรีสุทธิยากร วิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมือง ว่าหลังจากได้ชื่อว่าที่ กกต.ใหม่จากการสรรหาทั้ง 5 คนแล้ว โดยเป็นศาสตราจารย์สาขาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม 1 คน อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร 1 คน อดีตอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย 1 คน และอดีตผู้ว่าราชการจังหวัด 2 คน

    “ไม่ได้ว่าคนที่ผ่านการสรรหาจะทำงานไม่ได้ แต่ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งน่าจะเป็นสิ่งช่วยเสริมในการทำหน้าที่ กกต.ได้ ยังขาดความหลากหลายเพราะไม่ค่อยเห็นคนที่มาจากแวดวงวิชาชีพอื่นๆ เช่น ทนายความ เอ็นจีโอ แต่กลายเป็นอดีตข้าราชการระดับสูงเกือบทั้งหมด ดังนั้นจะต้องดูว่าคนเหล่านี้จะเข้าไปจัดการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นความหวังของคนทั้งประเทศ ก็จะเป็นปัญหาอุปสรรคอย่างหนึ่ง ว่าจะทำได้ดีหรือไม่อย่างไร ก็ขอฝากความหวังไว้ แต่อย่างไรก็ตามถือว่าคัดได้ดี ภายใต้กรอบกติกาที่มีอยู่ เท่าที่พอทำได้ แต่หากยังทำได้ไม่ดี ก็ควรจะต้องแก้กติกากันในอนาคต” นายสมชัย กล่าว

กกต.ไม่อนุญาตใช้ชื่อ“พรรคเกรียน”

    วันเดียวกัน นายสมบัติ บุญงามอนงค์ แกนนำจัดตั้งพรรคเกรียน โพสต์ข้อความระบุว่า กกต. มี จ.ม. ตอบว่ากลับแล้วว่าไม่ผ่านชื่อพรรคเกรียน กำลังคิดว่าจะไป กกต. เพื่อแก้ชื่อ หรือไปศาลปกครองดี โดยในหนังสือแจ้งการจัดตั้งพรรค ระบุว่าชื่อพรรคเกรียนอาจก่อให้เกิดในความหมายอันไม่มีความเหมาะสมและจะเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดีของประชาชนได้ จึงขอให้แก้ไขและส่งแจ้งมายังกกต.ใน 15 วัน

ทั้งนี้ในหนังสือกกต.ได้ยกความหมายของคำว่าเกรียนตามสำนักงานราชบัณฑิตยสภา ว่าเป็นคำที่ก่อความหมายไม่ดี ทำอะไรไม่สนใคร ก้าวร้าว อารมณ์เหนือเหตุผล ก่อกวน

"บิ๊กตู่"ลั่นชุมนุมวุ่นวายไม่ได้เลือกตั้ง-จับตาพท.บินพบแม้ว

จนท.เตรียมแจ้งข้อหา2บิ๊กพม.

   ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พม. กล่าวภายหลังประชุมคณะอนุกรรมการสามัญ (อ.ก.พ.) ประจำกระทรวงพม. ว่าที่ประชุมได้มีการพิจารณาผลสอบวินัยร้ายแรง ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น และหัวหน้าฝ่ายจัดสวัสดิการสังคม ศูนย์ขอนแก่น ตามที่คณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงได้พิจารณาโทษไล่ออกข้าราชการทั้ง 2 รายดังกล่าว แต่เพื่อความรอบคอบจะพิจารณาสำนวนก่อนจะที่มีคำสั่งลงโทษอย่างเป็นทางการภายในสัปดาห์หน้า คือไล่ออกจากราชการทั้ง 2 ราย

    เมื่อถามถึงสอบสวนวินัยร้ายแรงนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัดพม. และนายณรงค์ คงคำ อดีตรองปลัดพม.นั้น พล.อ.อนันตพร กล่าวว่า นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ได้รายงานความก้าวหน้าการสอบสวนด้วยวาจามายังตนแล้วเมื่อเย็นวันที่ 3 พฤษภาคม ช่วงสรุปผลสอบมีมูลที่จะแจ้งข้อกล่าวหาผู้กระทำผิดร้ายแรงทั้งหมด 11 ราย ที่เหลือ 15 รายกันไว้เป็นพยาน ซึ่งภายใน 1-2 วันนี้คณะกรรมการคงรายงานมาเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมทั้งทยอยแจ้งข้อกล่าวหาถึงผู้ถูกกล่าวหาทุกคน คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะทราบว่าใครเป็น

เปรยในจำนวนนี้เป็นผู้บงการใหญ่

    เมื่อถามว่าใน 11 รายชื่อถือเป็นผู้บงการทุจริตเงินสงเคราะห์หรือไม่นั้น พล.อ.อนันตพร กล่าวว่า ก็ถือว่าใช่ มั่นใจว่าเป็นผู้ดำเนินการหลัก ซึ่งคณะกรรมการมีการสอบปากคำทั้งหมด 26 ราย ที่เหลือ 15 รายก็จะกันไว้เป็นพยาน แต่จะต้องถูกลงโทษตามเหตุการณ์ แต่อาจจะเบาหน่อย เพราะถือว่าช่วยเหลือราชการ