เพื่อไทยเดือดลูก"พิชัย"ฉะเจ๊หน่อยหลงสถานะตัวเอง

การเมือง  :  13 มี.ค. 2561

เพื่อไทยเดือด "ลูกพิชัย"สวน"คุณหญิงหน่อย" ยันพรรคไม่ได้ติดหล่ม-ไม่ใช่ส่วนของปัญหา ด้านคสช.ปัด"บิ๊กตู่"นั่งที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ ปูทางนายกฯคนนอก  

 

​   กลายเป็นศึกใหญ่ภายในพรรคเพื่อไทยหลังคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคออกมาระบุว่าพรรคเพื่อไทยเป็นหนึ่งในก้อนเหินหลายๆ ก้อนในรถยนต์ที่ชื่อประเทศไทยกำลังติดหล่มอยู่ และส่วนตัวก็มีพิมพพ์เขียวในการแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งการออกมาเปิดประเด็นดังกล่าวทำให้คนในพรรคเพื่อไทยออกอาการไม่พอใจในคำสัมภาษณ์ดังกล่าว

พท.เดิือดลูกพิชัยสวนหญิงหน่อย

     ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 มีนาคม นายพชร นริพทะพันธุ์ สมาชิกกลุ่มคนรุ่นใหม่พรรคเพื่อไทย (พท.) ลูกชายนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ขอคัดค้านการให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับปัญหาของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคพท. โดยยืนยันว่าพรรคไม่ได้ติดหล่ม หรือก่อปัญหา พร้อมเรียกร้องบุคลากรกล้าแสดงความเห็นตรงไปตรงมา ยอมรับความคิดต่างของคนรุ่นใหม่เพื่อให้ประชาชนไม่เสื่อมศรัทธา ทั้งนี้ ในฐานะคนรุ่นใหม่ของพรรคเห็นด้วยในการถกเถียงอย่างเปิดเผยระหว่างบุคลากรภายในพรรค เพราะพรรคองค์กรสาธารณะ ประชาชนจะได้รับรู้ และคสช.คงไม่สามารถห้ามสมาชิกคิด หรืออภิปรายในประเด็นต่างๆ ได้ สำหรับตนเองไม่เห็นด้วยกับคำให้สัมภาษณ์ของคุณหญิงสุดารัตน์ ก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า พรรคพท.ติดหล่ม และเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาวิกฤติปัจจุบัน โดยเห็นว่า พรรคพท.ถูกวางตะปูเรือใบ หรือถูกปล้นมากกว่า เชื่อว่าบุคลากรภายในพรรคสามารถแก้ไข หรือเปลี่ยนยางที่ชำรุดได้ แต่ต้องใช้แรง กำลัง และฝีมือ โดยเฉพาะบุคลากรต้องรับฟังความเป็นซึ่งกันและกัน

​     “พรรคเพื่อไทยคือพรรคของประชาชน ตัวบุคคลไม่สำคัญ แต่บุคคลที่จะมาทำงานให้พรรคนั้นสำคัญ เราต้องฟังเสียงคนของเรา คนของประชาชน หากเราปิดหูปิดตาทำของเราเองแล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าเราต้องเปลี่ยนแปลงอย่างไร ยิ่งยุคสมัยเปลี่ยนความต้องการก็เปลี่ยนเรื่อยๆ" นายพชร กล่าว 

เพื่อไทยเดือดลูก"พิชัย"ฉะเจ๊หน่อยหลงสถานะตัวเอง

    นายพชร กล่าวอีกว่า ขณะนี้การสร้างคนรุ่นใหม่ในพรรคยังไม่ราบรื่นเท่าที่ควร เพราะบางครั้งก็หลงลืมว่ามีบุคลากรกลุ่มนี้อยู่ นอกจากนี้หากต้องการสนับสนุนคนรุ่นใหม่จริง ต้องพร้อมถกเถียง อภิปราย หรืออดทนกับสิ่งที่ไม่เห็นด้วย จึงขอถามว่า คนรุ่นใหม่ในพรรคถูกปิดกั้นหรือไม่ ใครปิดกั้น และเพราะเหตุใด ​นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้บุคลากรทางการเมืองกล้าแสดงความคิดเห็น เพราะการต่อสู้ของนักการเมืองจะเป็นผลดีต่อประชาชน

     “ปัญหาคือบางคนเลือกที่จะหลงสถานะตัวเอง อ้างเหตุผลด้านศาสนา ความดี เพื่อเอาประโยชน์เข้าตัวเอง จนทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา ทั้งที่ธรรมชาติของนักการเมืองต้องต่อสู้ การเมืองย่อมเป็นการเมือง มีทั้งสวยงาม และด้านมืดเป็นปกติการถกเถียง และต่อสู้ประเด็นต่างๆ เป็นความจำเป็น” นายพชรกล่าวทิ้งท้าย

อดีตส.ส.อีสานเทใจหญิงหน่อยนำทัพ

     ขณะที่ นายไชยา พรหมา อดีตส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากกระแสข่าวที่สังคมกำลังให้ความสนใจผู้ที่จะมาเป็นผู้นำพรรคเพื่อไทยในขณะนี้นั้น ในความเห็นส่วนตัวมีความเห็นว่าในสถานการณ์การเมืองในขณะนี้คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทยเป็นบุคคลที่มีความเหมาะสม เนื่องจากเป็นบุคลากรที่สำคัญของพรรคและมีบทบาทสำคัญในการรับผิดชอบในนโยบายสำคัญๆ ของพรรคไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมมากมาย หากเรามองย้อนไปในอดีตท่านเคยทำหน้าที่ในกระทรวงสำคัญมาหลายกระทรวง เช่นเป็นผู้ผลักดันโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคให้ประสบความสำเร็จ โครงการปฏิรูปการเกษตร ซึ่งทุกโครงการล้วนส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด

     “ดังนั้นในมิติทางการเมืองถือได้ว่าท่านเป็นบุคลากรที่มากด้วยประสบการณ์ในส่วนตัวของผมเห็นว่าท่านเป็นผู้มีความเหมาะที่จะนำพาพรรคเพื่อไทยไปสู่การเมืองในมิติใหม่ ที่สร้างสรรค์ จรรโลงระบอบประชาธิปไตย และรักษาไว้ซึ่งสถาบันอันสูงสุด ตลอดจนสร้างปรองดองและสันติสุขให้เกิดขึ้นในสังคมไทย และเท่าที่ได้คุยกับส.ส.อีสาน หลายคนเราเห็นว่าคุณหญิงสุดารัตน์มีความเหมาะสมที่จะเป็นผู้นำพรรคเพื่อไทยในสถานการณ์ขณะนี้อย่างยิ่ง” นายไชยา กล่าว 

 

ลูกป๋าเหนาะอวยซ้ำเข้าใจโลก

     ส่วนนายสุรชาติ เทียนทอง อดีตส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะแกนนำคนรุ่นใหม่พรรค กล่าวว่า จากกระแสข่าวที่สังคมให้ความสนใจผู้ที่จะมาเป็นผู้นำพรรคเพื่อไทยเพื่อสู้ศึกเลือกตั้งนั้นในความเห็นส่วนตัว คุณหญิงสุดารัตน์ เป็นบุคคลที่มีความเหมาะสมเนื่องจากเคยมีโอกาสได้ร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมกับคุณหญิง อย่างโครงการหมู่บ้านศีล 5 ซึ่งมีคอนเซ็ปต์ในการลดละเลิกอบายมุข โดยมีเป้าหมายในการสร้างอาชีพเพื่อให้เกษตรกรหายจากความยากจน ซึ่งต้องปฏิรูปโครงสร้างการเกษตร คือ ต้องการให้เกษตรกรช่วยเหลือตัวเองได้ นอกจากนี้ท่านยังดำเนินโครงการในเรื่องของการผลิต การเพิ่มมูลค่า และการนำออกมาทำการตลาดช่วยชาวนาอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีแนวคิวที่จะตั้งกองทุน Next AGRI คือกองทุนที่จะนำเด็กรุ่นใหม่ไปจับคู่กับเกษตรกรที่ผลิตสินค้า และมูลนิธิก็จะช่วยสนับสนุนเงินทุนในลักษณะของการระดมทุนจากบริษัทต่างๆ โดยให้มีเจ้าภาพเป็นคนรุ่นใหม่ให้เป็นธุรกิจของเขา โดยได้ไปเปิดตลาดที่จีน ญี่ปุ่นแล้ว

     จากเหตุผลดังกล่าวสามารถสะท้อนได้ว่าท่านเชื่อมั่นในพลังและความสามารถของคนรุ่นใหม่ ท่านเคยกล่าวว่าในวันนี้คนรุ่นใหม่เก่งกว่าคนรุ่นเก่าเยอะ เพราะมีโอกาสเรียนรู้เยอะ แต่ก่อนนี้อยากรู้เรื่องอะไรต้องไปหาครู แต่เดี๋ยวนี้ไม่ว่าเรื่องอะไรก็สามารถค้นหาได้ในกูเกิล คนรุ่นใหม่เขารู้โลก และเกิดมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงเร็ว คนรุ่นท่านบางทีก็ตามไม่ทันแล้ว ทั้งไอเดีย ทั้งความรู้ด้านเทคโนโลยี ท่านยอมรับและเชื่อในศักยภาพของคนรุ่นใหม่ อนาคตของประเทศ ควรปล่อยให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำร่วมกับคนรุ่นเก่าที่ต้องคอยประคับประคอง และคอยช่วยเหลือในเรื่องของประสบการณ์” นายสุรชาติ กล่าว

อัดปชป.หยุดปลุก“ทักษิณ”โจมตี

     ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ออกมาตอบโต้และโจมตีพรรคเพื่อไทยอย่างต่อเนื่องว่า ความจริงเรื่องนี้คนที่พูดเป็นแผ่นเสียงตกร่องตลอดเวลารวมถึงรอบหลังคือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่พาดพิงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีอย่างรุนแรง หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์บอกว่าต่อสู้กับระบอบทักษิณมา 20 ปีและจะไม่จับมือกับพรรคเพื่อไทย เป็นการผลิตซ้ำวาทกรรมสร้างความเกลียดชังหรือไม่ ในขณะที่ยังไม่ชัดเจนด้วยซ้ำว่าลูกพรรคจะสนับสนุนหัวหน้าพรรคตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรีหรือสนับสนุนคนนอก

     นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า จุดยืนที่ชัดเจนมากของพรรคเพื่อไทยคือการต่อต้านการละเมิดสิทธิมนุษยชน การจำกัดสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมให้เปิดพื้นที่ทางความคิด ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น พรรคเพื่อไทยก้าวข้ามจากวังวนของความขัดแย้ง ประชาชนทราบดีว่าระบอบทักษิณไม่มีอยู่จริง แต่ที่ยังมีการปลุกผีทักษิณเพื่อโจมตีพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามนั้น เพื่ออะไร เหมาะสมหรือไม่ เชื่อมั่นว่าเมื่อถึงวันเลือกตั้ง ประชาชนจะตัดสินใจได้ว่าพรรคแบบไหนที่ฝากผีฝากไข้ให้เข้าไปแก้ไขปัญหาให้ประเทศชาติและประชาชนได้

เพื่อไทยเดือดลูก"พิชัย"ฉะเจ๊หน่อยหลงสถานะตัวเอง

สมคิดระบุไม่คิดตั้งพรรคเตรียมเลือกตั้ง

     ความคืบหน้ากระแสข่าวตั้งพรรคพลังประชารัฐ เพื่อสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีแนวคิดให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธานที่ปรึกษาพรรคนั้น วันเดียวกันนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ปฏิเสธข่าวเรื่องตั้งพรรคประชารัฐว่า ไม่ทราบ และไม่รู้ว่าเอาข่าวนี้มาจากไหน เพราะขณะนี้สนใจแต่เรื่องการทำงานด้านเศรษฐกิจให้รัฐบาลอย่างเดียว

      “ผมดูแลเศรษฐกิจ ไม่ใช่ดูแลการเมือง ตอนนี้เศรษฐกิจดีแบบนี้ก็ขอให้มันดีต่อเนื่องไป การเลือกตั้งก็ขอให้มันสมูท มีรัฐบาลที่ดีมาทำงาน” รองนายกฯ กล่าว

ปัดเพื่อนบิ๊กตู่ตั้งพรรคพลังประชารัฐ

     ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐว่า ไม่ทราบเรื่องนี้จริงๆ และคิดว่าคงไม่ใช่ เมื่อถามว่าพรรคดังกล่าวตั้งมาเพื่อสนับสนุนนายกฯ โดยเฉพาะหรือไม่ พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า ไม่ทราบจริงๆ แต่เชื่อว่าเป็นการพูดกันเองมากกว่า ซึ่งยังไม่เห็นรายละเอียดทั้งหมด

     ผู้สื่อข่าวถามว่ามีกระแสข่าวว่า พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ผู้ก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐมีความสนิทสนมกับนายกฯ เป็นการส่วนตัว พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า ส่วนตัวเป็นรุ่นน้อง แต่หากถามว่าสนิทนายกฯ หรือไม่คงไม่ใช่ เป็นการพูดกันไปเรื่อย ซึ่ง พ.อ.สุชาติ เคยเป็นนักการเมืองพรรคความหวังใหม่ก็แค่นั้น

    เมื่อถามว่าจะมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการตั้งพรรคเพื่อ พล.อ.ประยุทธ์โดยเฉพาะ พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า “คิดว่าทุกคนก็พูดไปได้หมด แต่ข้อเท็จจริงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งผมยืนยันว่านายกฯ มีจุดยืนของท่านอยู่แล้วในเรื่องพวกนี้ ผมคิดว่าต้องดูข้อเท็จจริง และส่วนตัวไม่สนใจหากมีการตั้งพรรคขึ้นมาจริง เพราะผมไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วย”

‘บิ๊กเยิ้ม’ปัดคุยนายกฯ นั่งที่ปรึกษาพรรค

    วันเดียวกัน พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และเพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 12 กับ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกระแสข่าวการจัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานที่ปรึกษาพรรคว่า เบื้องต้นขอชี้แจงว่าจะไม่ลงเล่นการเมืองแล้ว ขอพักผ่อนดีกว่า มีเพียงแค่ลาออกจากสปท. พร้อมกับพ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล อดีตสปท.เท่านั้น แม้ว่าพ.อ.สุชาติ และส.ส.ในภาคอีสานชวนตนให้ลงมาเล่นการเมือง แต่ไม่เอา เพราะอายุมากแล้ว ให้รุ่นเด็กๆ เขาทำไปเถอะ บางทีคนความคิดเก่าๆ อาจไม่ทันโลกเขา

เพื่อไทยเดือดลูก"พิชัย"ฉะเจ๊หน่อยหลงสถานะตัวเอง

“บิ๊กป้อม” ยันไม่รู้เรื่องตั้งพรรค

     ส่วนกระแสข่าวการจัดตั้งพรรคพลังประชารัฐโดยมี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นที่ประธานที่ปรึกษาพรรคนั้น พล.อ.ธวัชชัย กล่าวว่า ไม่รู้ในเรื่องนี้ หลังๆ มาคงปากไม่ค่อยดีเพื่อนในรุ่น 12 ก็คงไม่ค่อยอยากคุย ทำแต่เรื่องคลองไทยอย่างเดียว”

   เมื่อถามย้ำว่าท่านนายกฯ ได้พูดคุยถึงแนวโน้มการตั้งพรรค หรือไม่ พล.อ.ธวัชชัย กล่าวว่า นายกฯ ไม่ได้คุยเรื่องนี้กับตน แต่คุยเรื่องคลองไทย แล้วก็โดนด่าทุกวัน

      วันเดียวกันพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวกรณีที่พรรคพลังประชารัฐเตรียมชักชวน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นที่ปรึกษาพรรคว่า ยังไม่รู้ ใครบอก ยังไม่รู้

เมินคนอยากเลือกตั้งเดินสายกดดัน

     ส่วนกรณีที่กลุ่มคนอยากเลือกตั้งเรียกร้องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยุติบทบาทและให้รัฐบาลเป็นรัฐบาลรักษาการเพื่อเตรียมการเลือกตั้งในปี 2562 นั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ต้องถามสื่อว่าสื่อคิดว่าจะได้หรือไม่ กลุ่มดังกล่าวจะพูดอย่างไรก็พูดได้ ที่ผ่านมาบอกชัดเจนอยู่แล้วว่าโรดแม็พจะต้องเดินไปตามที่นายกรัฐมนตรีบอกทุกอย่าง จึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ส่วนที่กลุ่มดังกล่าวประกาศเดินสายเคลื่อนไหวที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในวันที่ 18 มีนาคม และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ในวันที่ 24 มีนาคมนั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เขาจะไปก็ไป แต่อย่าทำอะไรที่เกินกฎหมายแล้วกัน

ยัน 13 มี.ค.ไร้วาระถกยื่นศาลรธน.

      ด้านนายสมชาย แสวงการ เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิปสนช.) กล่าวว่า การประชุมวิปสนช.ในวันที่ 13 มีนาคมนี้ ไม่ได้มีวาระการพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว. เพราะกฎหมายทั้ง 2 ฉบับผ่านที่ประชุมสนช.ไปแล้ว แต่ถ้าสมาชิกสนช.คนใดจะยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมายดังกล่าวก็สามารถทำได้ตามรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตามในฐานะเป็นกรรมาธิการวิสามัญที่พิจารณาร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับคิดว่าไม่มีประเด็นปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้บัญญัติให้การพิจารณาร่างพ.ร.ป.เป็นอำนาจหน้าที่ของสนช.อย่างชัดเจน อีกทั้งการพิจารณาของสนช.ที่ผ่านมายังคงเนื้อหาของร่างกฎหมายตามที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เสนอมายังสนช.ไว้ถึง 90% โดยมีเพียงการแก้ไขเฉพาะในส่วนบทเฉพาะกาลเท่านั้น

    ส่วนกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตชอบด้วยรัฐธรรมนูญ นายสมชาย กล่าวว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วต้องถือว่าเป็นที่สุด ส่วนใครจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างออกไปก็เป็นเรื่องส่วนตัวของบุคคลนั้น

เพื่อไทยเดือดลูก"พิชัย"ฉะเจ๊หน่อยหลงสถานะตัวเอง

‘มาร์ค’รอนับสนช.กลับมานั่งส.ว.

     ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้ความเห็นชอบผ่านร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ว่า ส.ว. 5 ปีแรกมีความใกล้ชิดและผูกพันกับการเมืองหลังการเลือกตั้ง โดยการแบ่งกลุ่มเป็น 10 กลุ่มจะทำให้เลือกคนของตัวเองได้ง่ายขึ้น เป็นไปตามเจตนาของคนบางคนได้มากขึ้น เมื่อเลือกเข้าไปแล้วจะสอดคล้องกับ 5 ปีแรก ที่กำหนดให้ส.ว.เลือกนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ขอให้รอดูคำตอบสุดท้ายว่าสนช.จะกลับมาเป็นส.ว.กี่คน

‘กรณ์’ ชี้ไม่มีนักการเมืองก็โกงได้

     ขณะที่นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความแสดงความเห็นเกี่ยวกับข่าวการทุจริตช่วงนี้ โดยระบุว่า ช่วงนี้มีข่าวหนาหูเรื่องการทุจริตในระบบราชการทั้งในเรื่องที่เกี่ยวกับวัด โรงเรียน คนจน ผู้ป่วยเอดส์ ฯลฯ บางกรณีกินเปอร์เซ็นต์กันสูงถึง 80% ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่า ‘ไม่มีนักการเมือง’ ก็โกงได้ (และอาจจะน่ากลัวกว่า เพราะไม่มีฝ่ายค้านคอยจับผิด) เห็นว่าการช่วยเหลือประชาชนยังจำเป็น แต่จากนี้ไปเราต้องพยายามช่วยโดยตรง ไม่ให้ผ่านมือข้าราชการ ที่พูดอย่างนี้ไม่ใช่ว่าข้าราชการไม่ดีหมด แต่ในทุกวงการเมื่อมีเงินผ่านมือ ‘คนกลาง’ เมื่อไร เป็นยุ่งทุกที

     “โดยธรรมชาติคนส่วนใหญ่ไม่ขี้ขโมย แต่ทุกคนมีความอ่อนไหวและความต้องการ ดังนั้นอย่าไปเปิดช่องให้คนดีกลายเป็นโจร แม้ในสมัยที่เราเป็นรัฐบาลเราพยายามใช้หลักการนี้มาตลอด เช่น การช่วยเหลือชาวนาเราใช้ ‘ประกันรายได้’ โอนเงิน ‘ส่วนต่าง’ ตรงเข้าบัญชีชาวนา ไม่ผ่านมือใคร หรือตอนเราช่วยผู้มีรายได้น้อย เราทำ ‘เช็คช่วยชาติ’ โอนตรงให้ผู้รับเงิน ไม่ต้องผ่านหน่วยราชการ หรือแม้แต่เรียนฟรี เราโอนค่าชุดนักเรียนให้ผู้ปกครองไปซื้อเอง ไม่เปิดโอกาสให้มีการทุจริตจัดซื้อจัดจ้าง โครงการเหล่านี้มีข้อบกพร่องไม่ใช่ไม่มี แต่อย่างน้อยการรั่วไหลแทบไม่มีโอกาส เพราะเราจ่ายตรง ไม่ผ่านมือใคร ยิ่งด้วยเทคโนโลยี ระบบพร้อมเพย์ของรัฐบาลเอง และการยืนยันตัวเองด้วยอิเลกทรอนิกส์ (e-KYC) ผมไม่เห็นว่าทำไมเงินยังตัองผ่านมือข้าราชการมากถึงขนาดนี้ การปราบโกงมีเรื่องต้องทำหลายระดับขึ้นอยู่กับว่าเอาจริงแค่ไหนครับ”

“สมชัย” ชี้เลือกตั้งเร็วสุดตุลาคมปีนี้

     วันเดียวกัน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ประเมินการเลือกตั้งหลังกฎหมายลูก 2 ฉบับผ่าน สนช.แล้วว่า วันเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในเดือนใด ภายใต้สมมุติฐาน 3 อย่าง คือ สนช.ไม่มีการรวบรวม 25 ชื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความเรื่องร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ขัดรัฐธรรมนูญ นายกรัฐมนตรีสามารถนำร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ก่อนสิ้นเดือนมีนาคม 2561 และการประชุมร่วมระหว่าง ครม. กกต. กรธ. ประธาน สนช.กับพรรคและกลุ่มการเมืองต่างๆ ที่จะมีขึ้นตามคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 หลังจากพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ไม่มีการเสนอจากฝ่ายพรรคและกลุ่มการเมืองว่าขอยืดเวลาออกไปเอง เนื่องจากทำอะไรสารพัดตามที่กฎหมายกำหนดไม่ทัน

     นายสมชัย กล่าวต่อว่า กรณีที่วันเลือกตั้งจะเกิดได้เร็วสุด จากองค์ประกอบดังนี้ ในหลวงทรงพระราชทานกฎหมายลงมาในเวลารวดเร็ว คือประมาณ 30 วันหลังจากนายกฯ ทูลเกล้าฯ รอการบังคับใช้ 90 วัน และกกต.กำหนดวันเลือกตั้ง กลัวเรื่องการตีความคำว่า ต้องจัดการเลือกตั้งแล้วเสร็จ‪ใน 150 วัน‬ อาจหมายรวมถึงวันประกาศผลด้วยเลยกำหนดวันเลือกตั้งภายใน‪เวลา 90 วัน‬ เผื่อไว้สำหรับใบเหลืองใบแดงก่อนประกาศผลอีก 60 วัน ก็จะรวมทั้งหมด 210 วัน หรือ 7 เดือน การเลือกตั้งมีโอกาสเกิดขึ้นในเดือนตุลาคม 2561

     ส่วนกรณีที่วันเลือกตั้งจะเกิดขึ้นได้ช้าสุด คือ ในหลวงทรงใช้เวลาที่มีอยู่ตามกรอบของกฎหมายเต็มที่คือ 90 วันจึงพระราชทานลงมา กกต.กำหนดวันเลือกตั้งเต็มโควตา 150 วัน โดยเห็นว่าการเลือกตั้งที่แล้วเสร็จหมายถึงการลงบัตรเท่านั้น และรอการบังคับใช้ 90 วัน ก็จะรวมทั้งหมด 330 วัน หรือ 11 เดือน การเลือกตั้งก็จะเกิดขึ้นช้าสุดในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่าควรเลือกสายกลาง คือ มีเวลาในการทูลเกล้าฯ ไปแล้ว 45 วัน รอการบังคับใช้ 90 วัน และ กกต.จัดการเลือกตั้ง‪ใน‬ ‪120‬ ‪วัน‬ รวม 255 วัน หรือ 8 เดือนครึ่ง คือกลางธันวาคม 2561

เพื่อไทยเดือดลูก"พิชัย"ฉะเจ๊หน่อยหลงสถานะตัวเอง

‘ปณิธาน’อัดกลุ่มอยากเลือกตั้ง

     ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการเคลื่อนไหวภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดให้จดแจ้งตั้งพรรคการเมือง ว่าต่างชาติแปลกใจทำไมประเทศไทยมีพรรคการเมืองเยอะขนาดนี้ แต่ตนมองว่าสะท้อนความหลากหลายทางการเมือง โดยรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะช่วยดูแลให้ทุกอย่างราบรื่นขึ้น เพื่อนำไปสู่โรดแม็พเลือกตั้งในปี 2562 ส่วนการเคลื่อนไหวกลุ่มต่างๆ นั้น โดยเฉพาะนักศึกษายังอยู่ในกรอบและเรียบร้อยดี ส่วนคนที่ต้องการขยายผลจากการเคลื่อนไหวเหล่านี้นั้น จะต้องมีการเฝ้าระวังต่อไป ถ้ามีอะไรที่ผิดปกติไปจากเดิม หรือต้องการให้เกิดสภาวะที่ไม่เสถียรภาพ ฝ่ายความมั่นคงจะต้องดำเนินการ

     นายปณิธาน กล่าวต่อว่า ส่วนจะมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มการเมืองหรือพรรคการเมืองหรือไม่นั้น ฝ่ายความมั่นคงมีการประเมินอยู่ ซึ่งข้อกังวลต่างๆ คสช.ได้สื่อสารกับบางกลุ่มไปแล้ว ฝ่ายที่ได้รับการสื่อสารหรือแจ้งเตือนก็รับทราบ อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้การเคลื่อนไหวทางการเมืองมีมากขึ้น ฝ่ายความมั่นคงจึงต้องทำงานหนักมากขึ้น ประชาชนต้องการให้มีการเลือกตั้ง แต่มีเงื่อนไขสถานการณ์บ้านเมืองต้องสงบ สองส่วนนี้ต้องไปด้วยกัน ส่วนกรณีกลุ่มคนอยากเลือกตั้งเสนอให้ยุบคสช. เหลือแค่รัฐบาลดูแลการเลือกตั้งนั้น ต้องถาม คสช. แต่ภารกิจหลักของ คสช.คือ การรักษาเสถียรภาพ ดูแลความปลอดภัย และความเรียบร้อยของบ้านเมือง ในช่วงที่จะมีการเปิดพื้นที่มากขึ้นและจะมีการเลือกตั้ง จะต้องคิดด้วยว่าใครจะทำภารกิจเหล่านี้ แล้วใครจะทำได้สำเร็จ

 

“จ่านิว” มอบตัวรับทราบข้อกล่าวหา

     เวลา 11.40 น. นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ “จ่านิว” อายุ 25 ปี นายวันเฉลิม กุมเสม อายุ 31 ปี แกนนำในการชุมนุมบริเวณริมชายหาดพัทยา หน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล บีช เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย ในกิจกรรม “ปลุกพลังคนอยากเลือกตั้ง On tour” เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา หลังถูกออกหมายเรียกจาก สภ.เมืองพัทยา โดยมีบรรดากลุ่มผู้ชุมนุมรอให้กำลังใจอยู่เป็นจำนวนมาก

    พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า การกระทำของผู้ต้องหามีความผิด 2 ข้อหา ประกอบด้วย การฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ในข้อหา “มั่วสุม หรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป โดยไม่รับอนุญาต” และความผิดตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ มาตรา 10 “ผู้ใดประสงค์จะจัดการชุมนุมสาธารณะ ให้แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้งก่อนเริ่มการชุมนุม 24 ชั่วโมง”

     ด้านนายสิรวิชญ์ เปิดเผยว่า หลังจากได้จัดกิจกรรมชุมนุมครั้งนั้น เพิ่งทราบว่า ตนและนายวันเฉลิม ถูกออกหมายเรียกจาก สภ.เมืองพัทยา จึงเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาดังกล่าว ทั้งนี้ ภายหลังการสอบปากคำและรับทราบข้อกล่าวหาเสร็จสิ้น พนักงานสอบสวนได้ปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย กลับที่พักต่อไป

 

โปรดเกล้าฯ ‘จิรายุ’ เป็นองคมนตรี

     วันเดียวกันราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศแต่งตั้งองคมนตรี มีรายละเอียดระบุว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า ตามที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งองคมนตรี ตามประกาศ ลงวันที่ ๘ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ แล้วนั้น บัดนี้ทรงพระราชดําริเห็นเป็นการสมควรแต่งตั้งองคมนตรีเพิ่มขึ้น อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา เป็นองคมนตรี

     ขณะเดียวกันราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศ แต่งตั้งเลขาธิการพระราชวังและผู้อํานวยการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มีรายละเอียดระบุว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า ตามที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ให้ดํารงตําแหน่งองคมนตรี นั้น ทําให้ตําแหน่งเลขาธิการพระราชวังและผู้อํานวยการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ว่างลง จึงทรงพระราชดําริเห็นเป็นการสมควรแต่งตั้งเลขาธิการพระราชวังและผู้อํานวยการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล เป็นเลขาธิการพระราชวังและผู้อํานวยการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

เปิดทุจริตเงินคนจน ทอนคืน 30%

    ความคืบหน้าหลังจากน.ส.ปณิดา ยศปัญญา นักศึกษาฝึกงานชั้นปีที่ 4 ออกมาเปิดโปงการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้และผู้ป่วยโรคเอดส์ที่เกิดขึ้นในศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น กระทั่งเจ้าหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ตรวจสอบพบหน่วยงานระดับเดียวกัน 44 จาก 77 แห่งทั่วประเทศ สร้างความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท

     อดีตผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งพิงแห่งหนึ่งในช่วงปีงบประมาณ 2559-2560 ที่มีการทุจริต ก่อนจะถูกย้ายเข้ากรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการออกมาเปิดเผยว่า ที่ผ่านมาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ดำเนินการตรวจสอบไปเพียงเล็กน้อยก็ยังพบความเสียหายจำนวนมาก นั่นแสดงว่า การทุจริตครั้งนี้ไม่ใช่ลักษณะรั่วไหล แต่เป็นกระบวนการที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ตั้งแต่การวางคนไว้ในตำแหน่งต่างๆ ตามหน่วยงานในสังกัด เพื่อให้การอนุมัติวงเงินอยู่กับคนที่ไว้ใจได้ โดยเฉพาะผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งฯ ที่จะต้องส่งเงินกลับให้ผู้บริหารระดับสูงลักษณะเดียวกับเงินทอนวัดประมาณ 30% ของจำนวนเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้และผู้ป่วยโรคเอดส์ ที่แต่ละศูนย์จะได้รับผ่านข้าราชการระดับฝ่ายบริหารของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ หน่วยงานต้นสังกัดและมีหน้าที่ดูแลศูนย์โดยตรง เช่น 5 ล้านบาท จะต้องทอนคืนจำนวน 1.5 ล้านบาท ซึ่งคนที่มารับเงินทอนนี้จะต้องเป็นข้าราชการที่มีภารกิจเดินทางมาตรวจเยี่ยมศูนย์เป็นประจำ

     “เงินอีก 70% ก็ไม่ได้หมายความว่าจะถึงมือประชาชนมากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งรายนั้นๆ แต่ที่แน่ๆ ทุกปีจะสังเกตพบว่าศูนย์คุ้มครองจะมีข้าราชการระดับสูงเดินทางอ

(ข่าวหน้า1.หนังสือพิมพ์คมชัดลึก)