"นายกฯ"ย้ำปฏิรูปประเทศเพื่อปชต.เข้มแข็งยั่งยืน

"ทูตฯสเปน"เข้าพบ"นายกฯ"มุ่งพัฒนาความร่วมมือทุกมิติ ด้าน"นายกฯ"ยันเดินตามโรดแม็พ ย้ำเจตนารมณ์ปฏิรูปประเทศเพื่อปชต.เข้มแข็งยั่งยืน

          14 ก.พ.61 เวลา 13.30 น.   นายเอมิลิโอ เด มิเกล กาลาเบีย (Mr. Emilio de Miguel Calabia ) เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรสเปนประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และห้วหน้าคสช.ในโอกาสเข้ารับหน้าที่ ทั้งนี้พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯขอบคุณและซาบซึ้งในโอกาสสมเด็จพระราชินีโซเฟียแห่งสเปน เสด็จฯ เข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างสองพระราชวงศ์ของทั้งสองประเทศ

           นอกจากนี้ ยังกล่าวชื่นชมความสัมพันธ์ไทย-สเปนที่มีมายาวนานเกือบ 150 ปี (148 ปี) และแสดงความยินดีที่เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรสเปนประจำประเทศไทย ซึ่งได้ผ่านงานความสัมพันธ์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิกมาก่อนหน้านี้ จึงเชื่อมั่นว่าประสบการณ์ของเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรสเปนประจำประเทศไทย จะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-สเปนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น รวมทั้งผลักดันประเด็นสำคัญ อาทิ การกระชับความร่วมมือกับสหภาพยุโรปให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น รวมทั้งการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างผู้นำระดับสูงของไทยและสเปน และผลักดันเรื่องการเจรจา FTA ระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปด้วย 

           นายกฯ ยังยินดีที่การค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับสเปนมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยนายกฯ เห็นว่า ทั้งสองฝ่ายสามารถเพิ่มเติมมูลค่าทางการค้าและการลงทุนได้อีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขณะนี้รัฐบาลไทยมีโครงการพัฒนาเศรษฐกิจที่สำคัญและโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) หวังว่าภาคเอกชนของสเปนซึ่งมีความเชี่ยวชาญทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐาน และพลังงาน จะเข้ามาลงทุนในไทยในโครงการดังกล่าว ซึ่งเอกอัครราชทูตฯ เห็นว่า ภาคเอกชนสเปนมีความพร้อมและสนใจที่จะร่วมสนับสนุนการพัฒนาโครงการ EEC ของไทย

          เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรสเปนประจำประเทศไทยขอบคุณที่ได้มีโอกาสเข้าพบนายกรัฐมนตรีและกล่าวว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาดำรงตำแหน่งอันสำคัญยิ่งในประเทศไทย โดยก่อนหน้านี้มาประจำการที่ประเทศไทยแล้วถึง 2 ครั้ง และไทยกับสเปนมีความสัมพันธ์ระหว่างกันมายาวนาน จึงมุ่งหวังที่จะพัฒนาความร่วมมือระหว่างไทยและสเปนให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้นทุกมิติ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ ความมั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการท่องเที่ยวและความสัมพันธ์ระดับประชาชนต่อประชาชน 

          นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงความร่วมมือด้านการประมงและความมั่นคง ด้านประมง ไทยและสเปนยินดีที่จะตกลงจัดทำบันทึกความเข้าใจเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการด้านประมง และการถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยให้สามารถแก้ไขปัญหา IUU ได้อย่างยั่งยืน จึงหวังว่า ทั้งสองฝ่ายจะสามารถลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านวิชาการประมงได้โดยเร็ว  สำหรับความร่วมมือด้านความมั่นคง ไทยและสเปนมีความร่วมมือด้านความมั่นคงมายาวนานและแน่นแฟ้น มีความร่วมมือในการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการฝึกอบรมร่วมกันระหว่างบุคลากรกองทัพของทั้งสองประเทศ โอกาสนี้ เอกอัครราชทูตฯ กล่าวขอบคุณที่ไทยได้ส่งเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงเข้าร่วมอบรมด้านความมั่นคงและป้องกันประเทศที่จัดโดยศูนย์เพื่อการศึกษาด้านกลาโหมแห่งชาติ (Center for National Defense Studies – CESEDEN) กระทรวงกลาโหมสเปน มาโดยตลอด

          ในตอนท้าย นายกฯ ได้ขอบคุณสเปนที่มีส่วนช่วยผลักดันให้มีการปรับข้อมติสหภาพยุโรปที่มีต่อไทย และกล่าวถึงประเด็นภายในประเทศว่า รัฐบาลยังดำเนินการตามโรดแม็พมาโดยตลอด และยืนยันเจตนารมณ์ที่จะปฏิรูปประเทศไทยให้ไปสู่ประเทศที่มีการปกครองประชาธิปไตยที่เข้มแข็งและยั่งยืน