"หมอธี"ไม่ลาออก-ขอโทษ"บิ๊กป้อม"ปมจ้อนาฬิกาหรู

การเมือง  :  14 ก.พ. 2561

หมอธีขอโทษ"บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม"ปมสัมภาษณ์ซุกนาฬิกาหรูต้องลาออก ยอมรับผิดเสียมารยาท ยืนยันไม่ไขก๊อก "ประวิตร"เลือนแจงป.ป.ช. ด้าน"สมชาย"นั่งควบกมธ.ร่วม ส.ส.-ส.ว.

      กลายเป็นเรื่องใหญ่ที่สังคมจับตากรณี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) กล่าวกับนักเรียนไทยและนักธุรกิจไทยที่มาร่วมงานเลี้ยงรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาว่า ขอให้ตระหนักว่าเมื่อจบการศึกษากลับไปทำงานที่ประเทศไทยแล้ว การบังคับใช้กฎหมายของไทย และสำนึกของนักการเมืองและผู้บริหารประเทศยังต่างจากของอังกฤษ การยึดหลักนิติธรรม (rule of law) ยังไม่เกิดขึ้นจริง พร้อมยกตัวอย่างกรณีที่ นายไมเคิล เบทส์ สมาชิกสภาขุนนางของอังกฤษสังกัดพรรคอนุรักษนิยม ประกาศลาออกจากสมาชิกสภาขุนนาง เนื่องจากรู้สึกละอายใจที่เข้าร่วมประชุมสภาสายเมื่อปลายเดือนมกราคม แต่ถูกนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรี ยับยั้ง ขณะเดียวกัน นพ.ธีระเกียรติยังพูดว่า “แต่เมืองไทย มีนาฬิกาใส่ 25 เรือน ยังไม่เป็นไร” จากนั้นให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยว่า ไม่มีทางที่จะเห็นนักการเมืองไทยลาออกเพราะมาสาย เพราะมันเป็นความรู้สึกผิดชอบชั่วดีลึกๆ อยู่ในสายเลือด ส่วนเรื่องนาฬิกา ถ้าถูกเปิดโปง เรือนแรกก็ออกแล้ว 

"หมอธี"ไม่ลาออก-ขอโทษ"บิ๊กป้อม"ปมจ้อนาฬิกาหรู

     ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ มีรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าหลังจากที่ นพ.ธีระเกียรติเดินทางกลับจากอังกฤษ ได้เข้ามาที่กระทรวงศึกษาธิการ ขณะเดียวกันได้แจ้งลาการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยให้เหตุผลว่าลากิจ และยังปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในเรื่องการวิพากษ์วิจารณ์นาฬิกาหรู ก่อนจะเดินขึ้นห้องทำงานภายในอาคารราชวัลลภทันที และเก็บตัวเงียบ จากนั้นเวลาประมาณ 10.00 น. นพ.ธีระเกียรติเดินทางไปพบนายกฯ ที่ทำเนียบรัฐบาลเป็นการส่วนตัวเพื่อชี้แจงกรณีให้สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทยเกี่ยวกับปมนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร และแจ้งด้วยว่าภายหลังเข้าพบนายกรัฐมนตรี นพ.ธีรเกียรติจะแถลงข่าวเรื่องดังกล่าวที่ทำเนียบรัฐบาล

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.ธีระเกียรติได้เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลในเวลา 12.14 น. และขึ้นไปรอพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ห้องพักรับรองส่วนตัว บริเวณชั้น 5 ตึกบัญชาการ 1 ภายหลังประชุม ครม. และเมื่อได้พบชี้แจงทำความเข้าใจกันไม่เกิน 10 นาที นพ.ธีระเกียรติได้ลงมาแถลงข่าวที่ชั้น 1 ตึกบัญชาการ ด้วยตัวเองและมีสีหน้าเป็นปกติ

บิ๊กป้อมยันเจ็บคอไม่ขอพูด

    ก่อนหน้านี้ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานการประชุม คสช.และประชุม ครม. โดยก่อนการประชุมเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าพูดคุยกับ นพ.ธีระเกียรติถึงข่าวที่เกิดขึ้นว่ามีข้อเท็จจริงอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอบเพียงสั้นๆ ว่า “เดี๋ยวให้เขาชี้แจงเอง” เมื่อถามว่าจะเป็นรอยร้าวในครม.หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์มีสีหน้าเรียบเฉย และไม่ตอบคำถามดังกล่าว ก่อนที่จะเดินขึ้นห้องประชุมตึกบัญชาการไปทันที

     ขณะเดียวกัน พล.อ.ประวิตรปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ หลังผู้สื่อข่าวพยายามถามถึงกรณี นพ.ธีระเกียรติ ออกมาแถลงขอโทษที่กล่าววิจารณ์ปมนาฬิกาหรูที่ประเทศอังกฤษ รวมถึงประเด็นคำถามว่า จากนี้การทำงานจะราบรื่นหรือไม่ จะให้อภัยหรือไม่ โดย พล.อ.ประวิตรกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยเพียงว่า “เจ็บคอพูดไม่ได้” ก่อนจะรีบเดินขึ้นรถออกจากทำเนียบรัฐบาลไปทันที

หมอธีแถลงไม่ออก-รับผิดมารยาท

     ต่อมาเมื่อเวลา 14.09 น. นพ.ธีระเกียรติ แถลงข่าวภายหลังการเข้าพบเพื่อพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีว่า วันนี้ได้มาพบกับนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร โดยกรณีที่เป็นข่าวนั้น เกิดจากที่บรรยายให้แก่นักศึกษาไทยที่ประเทศอังกฤษได้ฟัง โดยภาพที่ปรากฏเป็นข่าวในเว็บไซต์บีบีซีนั้นเป็นภาพที่นั่ง แต่แท้จริงแล้ว เป็นคนละตอนกับเสียงกัน ภายหลังการบรรยาย นักข่าวได้มาดักรอ โดยไม่ทราบว่ามีการบันทึกเทป ซึ่งได้พูดถึงประเด็นนาฬิกาหรู โดยเสียงที่ปรากฏออกมานั้น เป็นคนละช่วงกับภาพประกอบเสียงที่ถูกเสนอออกมาเป็นข่าว จึงถือว่าไม่ได้เป็นการให้สัมภาษณ์ ยอมรับว่าการแสดงความคิดเห็นเช่นนี้ผิดมารยาท ที่ได้กล่าวถึงเพื่อนร่วม ครม. คือ พล.อ.ประวิตร โดยวันนี้ได้ขอโทษ พล.อ.ประวิตรแล้ว ว่าได้ทำผิดมารยาท อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ายังให้ความมั่นใจกับนายกรัฐมนตรีร้อยเปอร์เซ็นต์ เข้ามาทำงานร่วมกับครม.ก็เพราะนายกรัฐมนตรี และยังเชื่อมั่นในตัวนายกฯ อยู่ เห็นความตั้งใจในตัวนายกฯ จึงยืนยันจะทำงานให้นายกฯ ต่อไป กระทั่งนายกฯ จะเห็นว่าไม่เหมาะ เพราะยังมั่นใจในตัวนายกฯ คนนี้

    เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงเรื่องดังกล่าวอย่างไรบ้าง นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรพยักหน้ารับหลังจากขอโทษที่เสียมารยาท ส่วนที่ถามว่า คลิปเสียงที่ปรากฏเป็นข่าวนั้นเป็นการตัดต่อหรือไม่ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ไม่ได้ตัดต่อเสียง เพียงแต่เสียงกับภาพเป็นคนละที่กัน โดยภาพเป็นเสมือนนั่งให้สัมภาษณ์ แต่แท้จริงแล้ว เป็นการยืนคุยภายหลังการบรรยาย โดยที่นักข่าวได้อัดเทปในขณะที่ไม่รู้ตัว แต่ได้พูดเช่นนั้นจริง หลังจากนั้นได้ฟังความคิดเห็นต่างๆ ก็ทำให้รู้ว่ามีส่วนที่ทำให้เกิดเรื่องขึ้นมา ก็ได้ขอโทษ พล.อ.ประวิตรไปแล้ว

    นพ.ธีระเกียรติ กล่าวอีกว่า ส่วนที่ถามว่ายังยืนยันความเห็นเดิมที่กล่าวไว้ในคลิปเสียงหรือไม่นั้น อยากถามกลับว่า ผู้สื่อข่าวถามเช่นนี้เพื่ออะไร เพราะคนเราก็มีความเห็นส่วนตัวกันได้ทั้งนั้น จะมาถามเพื่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้นเรื่อยๆ หรืออย่างไร

"หมอธี"ไม่ลาออก-ขอโทษ"บิ๊กป้อม"ปมจ้อนาฬิกาหรู

ยันมั่นใจในตัวนายกรัฐมนตรี100%

    ส่วนนายกฯ ได้ให้คำแนะนำอย่างไรบ้าง นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า นายกฯ น่ารัก โดยได้ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งได้อธิบายให้นายกฯ ฟัง พร้อมยืนยันความมั่นใจที่จะทำงานร่วมกันหากนายกฯ ยังมีความมั่นใจต่อตน เมื่อได้ร่วมทำงานกันมา ถือเป็นครม.เดียวกัน เพราะฉะนั้นควรจะมีความไว้ใจซึ่งกันและกัน และขอโทษที่ทำให้ท่านไม่สบายใจ การแถลงในวันนี้ก็เป็นความตั้งใจ ไม่มีแรงกดดันจากสิ่งอื่นแน่นอน เพิ่งกลับจากอังกฤษ เมื่อเช้าก็รู้สึกเหนื่อย เพราะเห็นข่าวเยอะแยะ จึงรู้สึกว่าควรจะมาขอพบนายกฯ ส่วนเรื่องสื่อไม่รู้ว่าจะดำเนินคดีไปทำไม แม้จะไม่ใช่การสัมภาษณ์อย่างจริงๆ จังๆ เพราะถือว่าเป็นการแอบอัดเทประหว่างคุยกัน ซึ่งถือเป็นความคิดเห็น แต่ก็ไม่เห็นว่าการดำเนินคดีจะก่อให้เกิดประโยชน์อะไร อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้ทำให้ได้บทเรียนในการแสดงความคิดเห็น แม้จะคิดว่าเป็นความคิดเห็นส่วนตัว แต่ตนก็เป็นรัฐมนตรีคนหนึ่งในครม. ครั้งนี้ก็ยอมรับว่าเสียมารยาท

    เมื่อถามว่า คิดว่าในอนาคต การทำงานร่วมกันในครม.กับ พล.อ.ประวิตรจะราบรื่นหรือไม่ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า “ไม่มีอะไรกับท่านเลยนะ ตั้งแต่ที่ผ่านมาจนถึงทุกวันนี้ ลองไปถามท่านดูก็ได้ ไม่มีอะไรแน่นอน ส่วนจะรู้สึกอย่างไรที่โซเชียลมีเดียยกให้เป็นบุคคลที่กล้าพูดตรงๆ ถือว่าเจ๋งดีนั้น เห็นว่าโซเชียลก็มีทั้งสองทาง ดังนั้น ต้องมองไปที่ประเด็นว่าคืออะไร เช่น ต้องการให้นายกฯ จัดการเรื่องทั้งหมดหรือไม่ และยืนยัน เชื่อมั่นในตัวนายกฯ หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์”

ยืนยันไม่ยื่นใบลาออกแน่นอน

    นพ.ธีระเกียรติ กล่าวถึงก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าจะยื่นใบลาออกว่า เข้าใจว่าเมื่อมีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้น การยื่นใบลาออกก็เป็นหนึ่งในตัวเลือก แต่ในขณะเดียวกัน ทางเลือกนั้นมีหลายทาง ก็ต้องเลือกทางที่ดีที่สุด เพื่อให้เกิดความมั่นคงแก่รัฐบาลชุดนี้ ไม่ใช่จะเอาแต่สะใจ เกิดอะไรขึ้นเอะอะก็จะลาออก เพราะก็ต้องปรึกษานายกฯ ว่าทางเลือกนั้นมีอะไรบ้าง ยืนยันว่า ไม่มี ไม่ได้ยื่นเลย เพราะต้องคุยกันก่อน ไม่ใช่อยู่ๆ จะไปยื่นโน่น ยื่นนี่ ส่วนที่เกรงว่าาจากนี้กับ พล.อ.ประวิตร คงมองหน้ากันไม่ติดนั้น เมื่อสักครู่ยังมองหน้ากันอยู่เลย และเมื่อคุยกันแล้วก็สบายใจขึ้น ซึ่งพล.อ.ประวิตรไม่ได้พูดอะไร ได้แต่ยิ้ม

    เมื่อถามว่า คิดหรือไม่ว่าหลังจากพูดเช่นนี้แล้วจะเกิดผลกระทบต่อรัฐบาลมากน้อยเพียงใด รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ถ้าเป็นการให้สัมภาษณ์อย่างเป็นทางการ คงไม่พูดเช่นนั้น ส่วนที่ถามว่า ผู้ที่มาสอบถามความเห็นได้แสดงตัวว่าเป็นผู้สื่อข่าวจากบีบีซีหรือไม่นั้น ยืนยันว่านักข่าวคนดังกล่าวได้แสดงตัวแล้ว

งานงอกป.ป.ช.เด้งรับสอบซุกหุ้น

    วันเดียวกัน นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยถึงกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ร้องเรียนว่าตรวจพบบัญชีทรัพย์สินของ นพ.ธีระเกียรติ ถือหุ้นสัปทาน SCC ของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน 5,000 หุ้น ถือเป็นการเข้าข่ายขาดคุณสมบัติหรือไม่ ว่า ถือเป็นเรื่องสำคัญ ทางป.ป.ช.ก็ต้องไปตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น แต่หากมีคนร้องเรียนเรื่องดังกล่าวเข้ามา ป.ป.ช.ก็จะต้องรีบหยิบยกขึ้นมา เพราะถือว่าเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ และที่สำคัญบุคคลที่ถูกร้องเป็นผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ซึ่งป.ป.ช.จะต้องตรวจสอบข้อมูลอยู่แล้ว โดยขั้นตอนการดำเนินการของป.ป.ช.ก็จะตั้งคณะกรรมการแสวงหาข้อเท็จจริง แล้วสรุปเรื่องเข้าที่ประชุมใหญ่กรรมการ ป.ป.ช. หากเห็นว่ามีมูลความผิดก็จะตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนขึ้นมาพิจารณา หากไม่มีมูลความผิดเรื่องดังกล่าวก็จะตกไป

"หมอธี"ไม่ลาออก-ขอโทษ"บิ๊กป้อม"ปมจ้อนาฬิกาหรู

ขอเลื่อนชี้แจงนาฬิกาหรูอีก 7 วัน

     นายวรวิทย์ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ว่า หลังจากครบกำหนดที่ พล.อ.ประวิตรต้องชี้แจงที่มานาฬิกาหรู ครั้งที่ 3 ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาแล้ว ปรากฏว่า พล.อ.ประวิตรได้ส่งหนังสือขอเลื่อนการชี้แจงไปอีก 7 วัน ดังนั้น จะครบกำหนดที่จะต้องชี้แจงในวันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้ อย่างไรก็ตาม หาก พล.อ.ประวิตรจะขอขยายระยะเวลาเพิ่มเติมอีก ต้องดูเหตุและผลว่าสามารถขยายได้หรือไม่ เมื่อถามย้ำว่า จะสามารถสรุปเรื่องดังกล่าวได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้หรือไม่ นายวรวิทย์ไม่ได้ตอบ ก่อนที่จะรีบเดินจากไป

“บิ๊กตู่”ลั่นครม.ไม่มีร้าว-รักใคร่กันดี

    วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลัง นพ.ธีระเกียรติเข้าพบกรณีกล่าวพาดพิง พล.อ.ประวิตรว่า เท่าที่รับฟังจากนพ.ธีระเกียรติ ทราบว่าไม่ใช่เป็นการวิพากษ์วิจารณ์ แต่เป็นการพูดคุย ซึ่ง นพ.ธีระเกียรติได้ชี้แจงไปแล้ว ไม่ได้มีปัญหาอะไร

    ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องที่เกิดขึ้นจะเป็นรอยร้าวกระทบการทำงานในครม.หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวยืนยันว่า ครม.ไม่มีร้าว ทุกคนรักใคร่กันดี เข้าใจกัน มีอะไรก็พูดจาให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ทำอะไรผิดก็ขอโทษซึ่งกันและกันมันก็จบ ต้องระงับความขัดแย้งให้ได้บ้าง ส่วนบรรยากาศการพูดคุยเป็นอย่างไร คุยกันนานหรือไม่นั้น ก็พูดไปแล้ว ไม่มีอะไร ทำไมต้องคุยนาน คุยไม่นาน ห้านาทีสี่สิบห้าวินาที ปัดโธ่ ส่วนจะกลายเป็นโดมิโนต่อไปหรือไม่นั้น “ระวังเธอนั่นแหละจะโดมิโน ไอ้คนที่ถามเมื่อกี๊ ไอ้คนที่ชอบคุยคุ้ยข่าว”

เร่งแจงปมขอตัวแม้ว-ปูหลังโผล่จีน

    ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ผู้สื่อข่าวถามนายกรัฐมนตรีว่าได้พูดคุยกับรัฐมนตรีต่างประเทศสหราชอาณาจักร กรณีนายทักษิณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไปปรากฏตัวที่ประเทศจีน และเชื่อว่าทั้งคู่พักพิงอยู่ที่ประเทศอังกฤษหรือไม่ ว่า ไม่ได้มีการหารือในเรื่องดังกล่าว และไม่จำเป็นจะต้องหารือในเรื่องนี้ เพราะมีหน่วยงานและคนทำอยู่แล้ว เรื่องนี้เคยบอกแล้วว่า ไม่ว่าจะขอตัวใครไปก็ตาม ถ้าประเทศนั้นๆ ให้ก็คือให้ แต่ถ้าไม่ให้ก็คือเขาไม่ให้ และก็ไม่สามารถไปจับกุมตัวที่ต่างประเทศได้ เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการสร้างความเข้าใจกับเขา ซึ่งตนพยายามทำทุกอย่างอยู่แล้วว่าใครทำผิดกฎหมายในประเทศไทยบ้าง และส่งข้อมูลให้ทั้งหมดทุกประเทศ ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศจะพิจารณา เช่นเดียวกับบ้านเรา ซึ่งก็มีแนวทางและหลักเกณฑ์ว่าจะส่งตัวหรือไม่ และจะต้องดำเนินคดีอย่างไรก็ต้องว่ากันไป ก็มีหลายคดีที่เกี่ยวข้องกันอยู่

    เมื่อถามว่า ล่าสุดรัฐบาลได้รับความร่วมมือจากต่างประเทศในการให้ข้อมูลที่ชัดเจนของ 2 อดีตนายกรัฐมนตรีบ้างหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ต่างประเทศก็ให้ความร่วมมือให้ข้อมูลมาว่าปัจจุบันพำนักอยู่ที่ไหน เมื่อถามไปว่า แล้วจะส่งตัวกลับมาให้หรือไม่ เขาก็เงียบเพราะมันมีปัจจัยหลายอย่าง ต่างประเทศก็มีหลักการ มีกฎหมายของเขา กฎหมายบ้านเราอาจจะผิด แต่กฎหมายบ้านเขาไม่ผิด หรือบางเรื่องที่เป็นเรื่องระดับสูงเกินไป เช่น เรื่องของอดีตนายกรัฐมนตรี เขาอาจมองว่าเป็นประเด็นการเมือง นั่นคือปัญหา เพราะที่ผ่านมาเราเอาเรื่องเหล่านี้เป็นประเด็นการเมืองไปเสียทั้งหมด ความจริงเป็นรื่องการกระทำผิดกฎหมาย ถ้าเราช่วยกันทำความเข้าใจแบบนี้ ทุกคนก็จะเข้าใจและช่วยกันทำให้ไม่สับสนอลหม่าน ตนเองก็ไม่ได้ไปสนใจอะไร เพราะเมื่อเขาทำผิดกฎหมายยังไม่กลับมาก็ยังดำเนินคดีไม่ได้ แต่กลับมาเมื่อไหร่ก็ดำเนินคดีได้เท่านั้นเอง วันนี้ขอร้องว่าให้ร่วมกันพัฒนาประเทศดีกว่า เรื่องอื่นก็ให้เป็นเรื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

"หมอธี"ไม่ลาออก-ขอโทษ"บิ๊กป้อม"ปมจ้อนาฬิกาหรู

ชี้“ไอ้กระพี้”ไม่ได้พูดถึง2อดีตนายกฯ

    ส่วนสถานะล่าสุดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใช้พาสปอร์ตประเทศอะไรในการเดินทาง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “หนังสือเดินทางของประเทศไทยก็ไม่มี กระทรวงการต่างประเทศถอนทั้งหมดแล้ว ก็เป็นหนังสือเดินทางของต่างประเทศ ซึ่งต่างประเทศมีการออกหนังสือเดินทางได้หลายแบบ ทั้งด้านการค้า การท่องเที่ยว และประเภทอื่นๆ แต่ถ้าเป็นในส่วนของประเทศไทยไม่ได้ แต่ต้องเข้าใจสถานการณ์โลกเป็นอย่างนั้น”

     ผู้สื่อข่าวถาม กรณีที่มีนักการเมืองบินไปหาอดีตนายกรัฐมนตรีที่ต่างประเทศ มีการจับตามองเป็นพิเศษหรือไม่ เพราะขณะเดียวกันก็มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองอยู่ในเมืองไทย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อยากจะบินไปก็ไปเถอะ ก่อนหน้านี้ให้ทำเรื่องขออนุญาตก่อน ก็กล่าวหาว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน สื่อเองก็ต่อว่า ก็ให้เกียรติทุกคน อยากไปก็ไป ไม่ต้องมาขออนุญาตแล้วจะเอาอะไรกันอีก แต่วันนี้ถ้าใครไปทำความผิด หรือเคลื่อนไหวอะไรในทำนองล้มล้างรัฐบาล ก็สามารถขอข้อมูลได้อยู่แล้ว ว่ามีใครไปพบไปหากันบ้าง ไม่จำเป็นต้องแจงเพราะเป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคงทำงานกันอยู่

     ส่วนที่ถามว่า ทำไมเวลาที่สื่อมวลชนถามถึง 2 อดีตนายกรัฐมนตรีที่เคลื่อนไหวในต่างประเทศ นายกฯ ถึงแสดงอารมณ์ทุกครั้ง ขณะที่บอกว่าเป็นเรื่องแค่ไอ้กระพี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ไม่ได้แสดงอารมณ์กับอดีตนายกฯ ทั้งสองท่าน แต่แสดงอารมณ์กับคำถามของสื่อมวลชน เข้าใจกันบ้างไหม อย่างเมื่อวานนี้ที่พูดว่า ทำไมต้องไปสนใจกับไอ้กระพี้ คำว่าไอ้กระพี้ ไม่ได้หมายความถึงสองอดีตนายกรัฐมนตรี เพราะให้เกียรติเขา อย่างน้อยเขาก็เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี จะผิดหรือถูกก็ให้กฎหมายว่าตามกันมา แต่คำว่าไอ้กระพี้คือ สื่อสนใจแต่ข่าวเปลือกนอกที่ไม่สนใจสารัตถะข้างใน ข้อเท็จจริงข้อมูลที่ชัดเจน หรือกระบวนการยุติธรรมต่างๆ สื่อไม่สนใจกับคำหรือเรื่องพวกนี้เลย แล้วก็ทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดกันไปหมด เจ้าหน้าที่ก็มีปัญหาในการทำงาน กระบวนการยุติธรรมก็มีปัญหา ขาดความน่าเชื่อถือ ทั้งๆ ที่กฎหมายมีทุกตัว สิ่งใดที่เกิดมาในสมัยก่อน มีข้อบกพร่องและผิดพลาดรัฐบาลนี้ก็พยายามแก้ไขอย่างเต็มที่ ทำน้อยเกินไปก็ไม่ได้ ทำแรงเกินไปก็ไม่ได้ สื่อก็ต้องช่วยผมบ้าง ลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ ผมถึงได้บอกว่า อย่าไปสนใจกับไอ้กระพี้ รู้จักหรือไม่คำว่า กระพี้ ต้นไม้มีเปลือก ตรงนั้นเรียกว่ากระพี้ มันไม่มีประโยชน์ไม่มีคุณค่าเอาไปทำอะไรไม่ได้ เขาต้องถากเปลือกนอกออกไปเพื่อทำไม้แปรรูป สนใจแก่นของไม้มันบ้าง แก่นก็คือสาระสำคัญของข่าว วันนี้สื่อทำข่าวตลาดเพียงอย่างเดียว มันไม่ได้ เพราะส่งผลกระทบต่อการทำงาน”

"หมอธี"ไม่ลาออก-ขอโทษ"บิ๊กป้อม"ปมจ้อนาฬิกาหรู

เตือน นศ.ชุมนุมผิดก.ม.-ต้องการอะไร

    นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคสช.ช่วงเช้าวันเดียวกันว่า ไม่มีคำสั่งอะไรออกมา เป็นเพียงการติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งมีหลายเรื่องที่มีความเคลื่อนไหวอยู่ในขณะนี้ แต่ก็ยังไม่มีอะไรที่น่าตื่นตระหนก เป็นเรื่องของการกระทำความผิด ผิดกฎหมาย ผิดคำสั่งคสช. ซึ่งเน้นว่ารัฐบาลและคสช.ไม่ได้มุ่งไปปิดกั้นใคร หรือทำร้ายใคร จะเห็นว่ามีการทำเหตุการณ์ให้เกิดขึ้นในลักษณะที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายมาหลายครั้งแล้ว ซึ่งรัฐบาลก็ดูแล ผ่อนสั้น ผ่อนยาวมาพอสมควรแล้ว ไม่ว่าจะเรื่องการประกัน การตักเตือน แต่ก็เป็นคนกลุ่มเดิมที่ออกมาเคลื่อนไหว ก็ไม่ทราบว่าเขาต้องการอะไร ในสิ่งที่มีคำตอบและข้อชัดเจนอยู่แล้ว ก็ยังพยายามเอากลับไปที่เดิม ซึ่งรัฐบาลยอมรับไม่ได้ และขอฝากประชาชนช่วยกันดูแลด้วย โดยเฉพาะผู้ปกครองก็กังวลว่าถ้ามีคดีความเกิดขึ้นแล้ว นิสิต นักศึกษาก็จะมีปัญหา ไม่ได้ขู่ แต่กฎหมายก็คือกฎหมาย ต้องเกิดความเท่าเทียม บังคับใช้กับทุกคน ต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่เขาบ้าง เพิ่มภาระกันทำไมในเวลานี้

     ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มนักศึกษายืนยันที่จะชุมนุมต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีเลือกตั้ง นายกฯ กล่าวว่า ชุมนุมไปก็ผิดกฎหมาย สื่อก็ต้องไปบอกเขาว่าทำผิดกฎหมาย และทำให้ประชาชนเดือดร้อน ถนนหนทางก็เสียหาย รวมถึงการจราจรก็มีปัญหา สังคมต้องสอนเขาแบบนี้ และยังไปพ่นสีถนนจนเลอะเทอะไปหมด ก็ผิดกฎหมายทั้งนั้น และสื่อจะไปเปิดพื้นที่ให้เขาทำไม ในเมื่อรู้อยู่ว่ากฎหมายทำไม่ได้ ก็อย่าเพิ่งทำ เอาไว้เวลาทำได้ค่อยไปทำ แล้วไม่คิดถึงคนอื่นที่เขาเดือดร้อนหรือ รถติด การจราจรไปไหนไม่ได้ คนจะไปทำธุระอะไรก็ไม่ได้ นึกถึงคนอื่นเขาบ้าง ท่านบอกว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือละเมิดเสรีภาพ ขอถามว่าแล้วคนอื่นเขาไม่มีสิทธิเสรีภาพบ้างหรือ คนที่ไม่มาชุมนุม นึกถึงคนอื่นเขาบ้าง เข้าใจหรือยัง

ตร.ปัดจัดฉากรวบลูกน้อง“โกตี๋”ซุกบึ้ม

     ที่ อ.ด่านซ้าย จ.เลย พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ กล่าวถึงกรณีจับกุม นายกฤษชาพล พูลศิลป์ หรือ ส.ต.สุกิจ พูลศิลป์ อายุ 53 ปี พร้อมของกลางไปป์บอมบ์ และระเบิดเอ็ม 26 ได้ที่ห้องพักเลขที่ 2/28 อาคารที 10 เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อคืนวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ว่า การจับกุมและยึดระเบิดได้ เนื่องจากชาวบ้านแจ้งเบาะแส และเมื่อตำรวจเข้าตรวจสอบพบของกลางซึ่งอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน จากการตรวจดูไปป์บอมบ์เบื้องต้นลักษณะเป็นของใหม่เพิ่งประกอบ แต่อย่างไรก็ตามต้องตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิด หรือหน่วยอีโอดีอีกครั้ง ทั้งนี้ การพบระเบิดครั้งนี้สอดคล้องกับการข่าวที่ว่ามีความพยายามเคลื่อนไหวของกลุ่มใช้ความรุนแรงในช่วงนี้

     “ยืนยันว่าไม่ใช่การจัดฉาก หรือตำรวจยัดของกลาง เมื่อคืนผมสอบสวนผู้ต้องหาเอง รับสารภาพเองว่าเป็นเจ้าของระเบิด และข้อมูลด้านการข่าวของฝ่ายความมั่นคงก็มีอยู่แล้ว ผู้ต้องหาคนนี้เป็นลูกน้องนายธีรชัย อุตรวิเชียร หรือ ระพิน ลูกน้องของโกตี๋ หรือนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ แกนนำเสื้อแดงฮาร์ดคอร์ และผู้ต้องหาคนนี้เป็น 1 ใน 27 ฝ่ายปฏิบัติการของโกตี๋ ทำหน้าที่ปฏิบัติการ ถนัดยิง โดยประกอบระเบิดไม่ได้ ครั้งนี้ก็ต้องสืบสวนว่ารับระเบิดมาจากใคร เมื่อไหร่ ที่จับกุมได้เพราะชาวบ้านแจ้งเบาะแส ตำรวจก็ตรวจสอบจับกุม ส่วนจะเป็นระเบิดการเมืองหรือไม่ พวกนี้เกี่ยวกับการเมืองอยู่แล้ว ขณะนี้หน่วยความมั่นคงทั้งตำรวจ ทหาร กำลังสืบสวนขยายผลอยู่ สั่งการเก็บของกลางที่พบในห้องไปตรวจพิสูจน์ทั้งหมด” รองผบ.ตร.กล่าว

"หมอธี"ไม่ลาออก-ขอโทษ"บิ๊กป้อม"ปมจ้อนาฬิกาหรู

จักรทิพย์เชื่อโยงการเมืองชัวร์

     พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า ระเบิดที่พบนั้นไม่ทราบว่า ส.ต.สุกิจเตรียมเอามาก่อเหตุหรือว่าเป็นระเบิดค้างเก่า แต่พบว่ามีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับทางการเมืองแน่นอน อย่างที่ทราบว่าเขาเป็นหัวหน้าการ์ดเสื้อแดงและเป็นลูกน้องของนายระพิน อุตรวิเชียร เครือข่ายของโกตี๋ พวกนี้มีพฤติกรรมป่วนเมืองเคยก่อเหตุร้ายมาแล้ว อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งขยายผลจับกุมคนกลุ่มนี้มาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วนต่อไป

 

เชื่อปชช.เข้าใจเลื่อนเลือกตั้ง

     ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีตำรวจ สภ.ปากเกร็ด จับกุมอดีตการ์ดเสื้อแดงพร้อมไปป์บอมบ์ว่า ที่ประชุมคสช.ในวันเดียวกันนี้ได้ประเมินว่าในภาพรวมยังอยู่ในสถานการณ์ที่ยังสามารถดูแลได้ ไม่มีอะไรน่าเป็นกังวล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. จึงให้หลายหน่วยงานเร่งทำงานอย่างเต็มที่ เพราะรัฐบาลมีเวลาเหลือน้อยแล้ว พร้อมกันนี้รัฐบาลยังต้องอธิบายเพื่อให้เกิดความเข้าใจถึงการเลือกตั้ง โดยยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้เป็นผู้กำหนดให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไป แต่อยู่ที่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งได้ขยายเวลาบังคับใช้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญออกไปอีก 3 เดือน ส่งผลให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนไปเป็นเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ไม่เห็นว่าจะมีนัยทางการเมืองใดๆ เชื่อว่าสังคมจะเข้าใจได้

    พล.ท.สรรเสริญกล่าวต่อว่า ขณะที่การประชุมครม. กระทรวงมหาดไทยได้รายงานความพร้อมในการดำเนินโครงการไทยนิยมยั่งยืน โดย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้ย้ำแนวทางการทำงานของคณะกรรมการตั้งแต่ระดับบนลงไปถึงระดับล่าง โดยจำเป็นต้องลงไปสำรวจถึงความต้องการของประชาชน ซึ่งไม่ใช่การลงไปตัวเปล่า แต่มีเมนูในกระเป๋าไว้เพื่อเสริมสร้างความต้องการของประชาชนและสิ่งที่รัฐบาลจะนำเสนอ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมที่สุด ทั้งนี้ โครงการไทยนิยม เป็นเสมือนสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ฝันเอาไว้ โดยอยากให้ประชาชนคนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น

"หมอธี"ไม่ลาออก-ขอโทษ"บิ๊กป้อม"ปมจ้อนาฬิกาหรู

‘สมชาย’นั่งกมธ.ร่วมส.ส.-ส.ว.

     เมื่อเวลา 15.00 น. ที่รัฐสภา นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมวิปได้พิจารณาถึงการตั้งคณะกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โดยจะนำเข้าที่ประชุมใหญ่ สนช. ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งร่างกฎหมายลูก ส.ส. ทั้งทางคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีความเห็นแย้งใน 5 ประเด็น โดยประเด็นที่เห็นแย้งตรงกัน คือ การจัดมหรสพระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งอาจขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ส่วนกฎหมายลูก ส.ว.นั้น ทาง กรธ.โต้แย้ง 3 ประเด็น และทาง กกต.โต้แย้ง 1 ประเด็น

     นพ.เจตน์กล่าวต่อว่า สำหรับรายชื่อผู้ที่จะเป็นคณะกรรมาธิการฯ กฎหมายลูก ส.ส. ในสัดส่วน สนช. คือ 1.นายวิทยา ผิวผ่อง 2.นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ 3.นายชาญวิทย์ วสยางกูร 4.นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ และ 5.นายสมชาย แสวงการ ส่วนรายชื่อใน กมธ.กฎหมายลูก ส.ว. สัดส่วน สนช. คือ 1.นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ 2.พล.อ.อู้ด เบื้องบน 3.พล.ร.อ.ธราธร ขจิตสุวรรณ 4.นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน และ 5.นายสมชาย แสวงการ ทั้งนี้ การที่นายสมชายเป็น กมธ. 2 คณะ เนื่องจากเป็นคนเสนอเกี่ยวกับวิธีการเลือก ส.ว. จากเลือกไขว้ให้เป็นเลือกตรง และที่มาจาก 20 กลุ่ม เป็น 10 กลุ่ม รวมทั้งการแบ่งประเภท ส.ว. ส่วนที่มีชื่อเป็น กมธ.ในกฎหมายลูก ส.ส.นั้น นายสมชายมาจากสัดส่วนคณะกรรมาธิการสามัญพิจารณาศึกษา เสนอแนะ และรวบรวมความเห็นเพื่อการจัดท ร่างรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม การพิจารณาของทั้ง 2 คณะจะต้องแล้วเสร็จภายใน 15 วัน ซึ่งจะครบกำหนดภายในวันที่ 1 มีนาคม หลังจากนั้นจะนำบรรจุเป็นระเบียบวาระและพิจารณาในสัปดาห์ต่อไป ส่วนกระแสจะมีการคว่ำกฎหมายลูกนั้น ขณะนี้ยังไม่มี แต่หากจะคว่ำต้องใช้เสียง 2 ใน 3 ของสมาชิก สนช.ทั้งหมด แต่เชื่อว่าน่าจะเป็นไปตามโรดแม็พและไม่น่าจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น เพราะ สนช.จะพิจารณาไปตามขั้นตอนของกฎหมายและตามรัฐธรรมนูญ

 

(ข่าวหน้า1 นสพ.คมชัดลึก)