กรธ.ห่วงร่างพ.ร.ป.ส.ว.ปมเห็นแย้ง

"โฆษกกรธ."แถลง 7 ประเด็นแย้งร่างพ.ร.ป.เลือกตั้ง 2 ฉบับห่วงพ.ร.ป.ส.ว.เป็นปมความเห็นต่าง แต่พอมีโอกาสคุยเพื่อให้เนื้อหาตรงเจตนารมณ์

         13 ก.พ.61 เมื่อเวลา 14.30 น. นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)  แถลงถึงรายละเอียดต่อการทำความเห็นโต้แย้งต่อร่างร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  ว่า มี 4 ประเด็นที่กรธ. ทำความเห็นโต้แย้ง ประกอบด้วย 1. ประเด็นที่ร่างพ.ร.ป. ตัดสิทธิบุคคลที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ห้ามดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ซึ่งกรณีเห็นว่า เป็นการจำกัดโอกาสบุคคลที่เข้ารับตำแหน่ง ไม่ใช่การตัดสิทธิเฉพาะตัว,

         2. การหาเสียงเลือกตั้งผ่านงานรื่นเริง หรือจัดมหรสพ ซึ่งกรธ.มองว่าไม่ควรสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองที่ไม่เกี่ยวข้องกับการนำเสนอเนื้อหาทางการเมือง, 3. การขยายระยะเวลาการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง เป็น 07.0-17.00 น. ถือเป็นประเด็นที่เพิ่มผลกระทบต่อการทำงานของกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และอาจจะกระทบต่อความสุจริตในบางพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อความไม่สงบในพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลต่อความสุจริตเที่ยงธรรม

         4. ให้บุคคลอื่นหรือเจ้าหน้าที่หน่วยเลือกตั้ง ช่วยเหลือผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ไม่สามารถกระทำด้วยตนเอง เพราะพิการ หรือทุพพลภาพ ทั้งนี้กรธ.เข้าใจเหตุผลของสนช. แต่รัฐธรรมนูญบัญญัติหลักการออกเสียงเลือกตั้ง ว่าต้องกระทำโดยตรงและลับ หากให้บุคคลอื่น กระทำแทนนั้น ถือว่าไม่ใช่การออกเสียงโดยตรงและลับ  ดังนั้น กกต. ต้องหาวิธี หรือเครื่องมือเพื่อช่วยเหลืออื่น ๆ

          อย่างไรก็ตามประเด็นที่กรธ.โต้แย้งถือเป็นปัญหาเชิงเทคนิค และการจัดการ ดังนั้นเชื่อว่าจะมีการแลกเปลี่ยนความเห็นเพื่อให้เกิดข้อยุติได้ และกรธ. เตรียมเสนอ ตัวแทน 5 คน ประกอบด้วย พล.อ.อัฎพร เจริญพานิช , นายภัทระ คำพิทักษ์, นายศุภชัย ยาวประภาษ , นายธนาวัฒน์ สังข์ทอง และนายนรชิต สิงหเสนี เป็นกมธ.

         ขณะที่ ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. มี 3 ประเด็นโต้แย้ง ได้แก่ 1. การแบ่งกลุ่ม ส.ว. ที่เหลือเพียง 15 กลุ่ม เพราะกรธ.เห็นว่าเป็นสิ่งที่ไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ต้องการให้ ส.ว. เป็นสภาของพลเมืองเป็นตัวแทนของทุกภาคส่วน การจำกัด โดยการรวบกลุ่มอาชีพ, กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ หรือกลุ่มผลประโยชน์ เท่ากับลดโอกาสภาคส่วนที่จะเข้าเป็น ส.ว.

         2.การแบ่งประเภท ส.ว. ออกเป็น 2 ประเภท คือ สมัครโดยอิสระ และผ่านการคัดกรองจากองค์กร  ซึ่งเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญต้องการให้บุคคลทุกคนสามารถสมัครได้โดยอิสระ แม้สิ่งที่สนช. ต้องการให้องค์กรคัดกรองบุคคลก่อนเข้าสมัคร เพื่อให้เกิดการยอมรับ แต่ไม่ใช่วัตถุประสงค์สร้างวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่                     3.ยกเลิกวิธีเลือก ส.ว.แบบไขว้กลุ่ม โดยไม่มีมาตรการป้องกันการสมยอมระหว่างผู้สมัคร เป็นความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการสมยอมและไม่มีมาตรการป้องกันการฮั้วลงคะแนนได้ ซึ่ง กรธ. มีมติส่งตัวแทน 5 คนร่วมเป็น กมธ.ของสนช. คือ   นายอัชพร จารุจินดา, นายชาติชาย ณ เชียงใหม่, นายปกรณ์ นิลประพันธ์, นายอภิชาต สุขัคคานนท และ ตน  ทั้งนี้ในประเด็น ของพ.ร.ป.ส.ว. นั้น ถือเป็นเรื่องความเห็นที่แตกต่างกันมาก แต่ตนเชื่อว่า สนช. และกรธ. จะมีโอกาสหารือว่ารัฐธรรมนูญต้องการอะไร และทำให้เจตนารมณ์เป็นจริงได้

        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สนช ได้บรรจุวาระการประชุมดังกล่าวไว้ในวัที่ 15 ก.พ. นี้ และจะมีมติตั้งกรรมาธิการฯ ที่มาจากส่วนของกรธ., กกต. และ สนช. ทั้งนี้เมื่อแต่งตั้งแล้วเสร็จ กมธ.ฯ ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน
 

 


เปิดอ่าน