"บิ๊กตู่" วอนอย่าใช้เสรีภาพ-สิทธิมนุษยชน" ล้มทุกอย่าง

"นายกฯ" ปาฐกถา "วันสิทธิมนุษยชนสากล" ลั่น รบ. มุ่งส่งเสริม คุ้มครอง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นจากนานาชาติ ชี้จะอ้างกม.หลักโดยไม่ปฏิบัติตามกม.ลูก ไม่ได้

 

          12ก.พ. 61 เวลา 09.15 น. ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานงานวันสิทธิมนุษยชนสากลและกล่าวปาฐกถาพิเศษเพื่อประกาศ "วาระแห่งชาติ: สิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อน Thailand 4.0 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน" โดยมี ผู้เข้าร่วมงานกว่า 300 คน

 

          โด ยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ปัจจุบันเรื่องสิทธิมนุษยชนทุกประเทศให้ความสำคัญ โดยเฉพาะองค์กรระหว่างประเทศ เพราะเป็นหลักการสากลที่ทั่วโลกยอมรับที่จะช่วยให้เกิดสันติภาพ มีความเจริญก้าวหน้าต่อมวลมนุษยภาพ แต่ยอมรับว่ายังมีปัญหาอยู่บ้างที่ทุกคนจะต้องร่วมมือกันขับเคลื่อนและดำเนินการต่อไปให้ได้ แม้ว่ารัฐบาลนี้จะเข้ามาอยู่ในช่วงเวลาที่จำกัด แต่ก็พยายามที่จะเริ่มต้นแก้ไข ขจัดอุปสรรคต้างๆโดยเร็วที่สุดให้เป็นไปตามหลักสากล รัฐบาลไทยมีเจตนารมณ์และมุ่งมั่นในการส่งเสริมคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นกับนานาประเทศ รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนไทยด้วยกัน เพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ประเทศเกิดความสงบสุข ทุกคนมีความรักความสามัคคี รู้สิทธิหน้าที่ รู้กฎหมาย เคารพสิทธิซึ่งกันและกัน โดยไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น 


          "เราต้องพูดให้ครบ เรื่องการมีสิทธิเสรีภาพ เราจะต้องไม่ไปละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น ถือเป็นเรื่องสำคัญ จะต้องคำนึงถึงหลักปฏิญญาสากล สิทธิมนุษยชนในฐานะที่เราเป็นสมาชิกภาคีขององค์การสหประชาชาติ โดยเรามีสนธิสัญญาระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน ที่ผ่านมารัฐบาลปัจจุบันไม่เคยละเลยการดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งรัฐธรรมนูญก็มีการกล่าวไว้อย่างชัดเจน และทุกวันนี้เรามักไปอ้างในรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายหลักของประเทศ แต่อย่าลืมว่าเรายังมีกฎหมายลูกอีกจำนวนมากภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะเรื่องสิทธิเสรีภาพ เรามีพ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องหลายฉบับจึงขอความกรุณาช่วยศึกษากันให้รอบครอบด้วยไม่เช่นนั้นความขัดแย้งจะเกิดขึ้น เพราะกฎหมายลูกจำนวนมากไม่ได้รับการปฏิบัติ โดยอ้างกฎหมายหลักเพียงฉบับเดียวถือว่าไม่ถูกต้อง ซึ่งทุกประเทศก็คงเป็นเช่นนี้ เพราะแต่ละประเทศก็มีกฎหมายเป็นของตัวเอง" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว 

 

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี 2560 มีนโยบายลดความเหลื่อมล้ำ มีการออกกฎหมายหลายฉบับ การประกาศใช้แผ่นสิทธิมนุษยชนแห่งชาติฉบับที่ 3 ส่งเสริมและคุ้มครองศักดิศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพ และสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีหลายกลุ่มหลายฝ่ายที่ต้องคุ้มครองทั้งหมด เจ้าหน้าที่ก็ต้องได้รับการคุ้มครองด้วย จะทำงานข้างใดข้างหนึ่งอย่างเดียวก็ไปไม่ได้ทั้งหมด ทุกคนต้องอยู่ร่วมกัน ตนไม่ต้องการให้กฎหมายเป็นเครื่องมือที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง หรือทำให้เกิดความไม่เข้าใจ เกิดความสับสนอลหม่านในประเทศของเรา และทั่วโลก ดังนั้นเจ้าหน้าที่และประชาชนต้องร่วมมือกันลดความขัดแย้งที่เกิดจากกฎหมายให้ได้ 

 

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้เราประกาศยกระดับสิทธิมนุษยชนให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศไม่ใช่เป็นเรื่องความขัดแย้ง สร้างความเหลื่อมล้ำ ไม่เป็นธรรม ปัจจุบันโลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเป็นโลกยุคใหม่ การประกอบธุรกิจจะต้องคำนึงถึงหลักสำคัญ 3 ประการ คือ เคารพ คุ้มครอง และเยียวยา ถ้าสามารถดำเนนิการควบคู่ไปกับการพัฒนาประเทศได้เท่ากับเป็นการเพิ่มศักยภาพ และขับเคลื่อนแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ 3 ซึ่งใกล้หมดอายุในปีเดียวกันนี้ และจะมีการประกาศเริ่มในฉบับที่ 4 ต่อไป


"รัฐบาล" ยันทำทุกอย่างสู่ความสงบ เพื่อความเป็นปชต.ที่ยั่งยืน สากล

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สังคมสันติสุขจะอยู่ได้ด้วยมนุษย์ ประชาชน รัฐบาล เจ้าหน้าที่ ตราบใดที่ประเทศไม่มีสันติสุขก็จะพัฒนาไม่ได้ หลายประเทศได้ก้าวพ้นปัญหาความขัดแย้งไปแล้ว แต่ละประเทศมีปัญหาที่แตกต่าง 
                                            
          "รัฐบาลนี้ยืนยันที่จะผ่อนคลาย ทำทุกอย่างไปสู่ความสงบเรียบร้อยให้มากที่สุดเพื่อไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่ยั่งยืนและเป็นสากล ผมหวังว่าทุกภาคส่วนจะร่วมมือกันนำกรอบนโยบายในวาระแห่งชาตินี้ไปเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและบูรณาการร่วมกัน โดยเอาเป้าหมายปัญหาอุปสรรคของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาพิจารณา เพื่อยกระดับความเหลื้อมล้ำของประชาชน" นายกฯ กล่าว
                                                     

"บิ๊กตู่" ย้ำไม่ได้นิ่งนอนใจ การละเมิดสิทธิมนุษยชน เผยทำอย่างไรให้ "การเมือง-กม." สมดุล ไม่ให้สังคมวุ่น ในการจะเป็น "ปชต."
          นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลไทยไม่ได้นิ่งนอนใจกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ยังเกิดขึ้นในหลายแห่ง พยายามส่งเสริมความรู้ สร้างความตระหนักแก่เจ้าหน้าที่รัฐในการส่งเสริม คุ้มครองสิทธิมนุษยชนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นกับนานาประเทศ ทั้งการป้องกัน เฝ้าระวัง และลดปัญหาดังกล่าวจนการละเมิดสิทธิมนุษยชนมีแนวโน้มลดลง 

          นายกฯ กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญคือเรื่องการเมืองจะทำอย่างไรให้การเมืองกับกฎหมายเกิดความสมดุลเพื่อไม่ให้สังคมเกิดความวุ่นวายมีปัญหาในการที่จะเป็นประชาธิปไตย ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า ประชาชนที่ถูกดำเนินคดีไม่รู้กฎหมาย ไม่รู้เลยว่าอะไรผิดถูก ขณะเดียวกันมีผู้นำเข้าไปขับเคลื่อนสิ่งต่างๆเหล่านี้ทำให้แก้ปัญหาไม่ได้ แก้ไม่ถูกจุด ตรงนี้ถือเป็นประเด็นที่ขอฝากไว้ด้วย 

 

"บิ๊กตู่" ลั่น พบใคร "ละเมิดสิทธิมนุษยชน" ลงโทษสถานหนัก ชี้ต้องแยกให้ออก ระหว่างละเมิดสิทธิมนุษยชน-ละเมิดกม.
                                                                                                              
          "เรื่องวัฒนธรรม การศึกษา ศาสนา สาธารณสุข เสรีภาพการสื่อสาร สื่อมวลชน ต้องช่วยกันสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ด้วย ถ้ารัฐบาลทำจะไปไม่ได้ หลายๆ ประเทศอย่างที่บอกเมื่อมีปัญหาในประเทศ ก็มีผู้นำ จะดีหรือไม่ดีเราไม่รู้ ผมไม่อาจกล่าวอ้างว่าเป็นผู้นำที่ดีที่สุด แต่มีเจตนารมณ์อันมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาของประเทศนี้ให้ได้ นี่ผมพูดกับท่านผู้มีเกียรติทั้งหลายที่เป็นชาวต่างประเทศ ถ้าเปรียบเทียบวันก่อนกับวันนี้ หลายคนที่อยู่ในประเทศมากกว่าหนึ่งถึงสามปีขอให้คำนึงถึงตรงนี้ด้วย ฉะนั้น เราต้องสื่อสารด้วยกันทั้งสองทาง มีเรื่องก็แจ้งมาเราจะตรวจสอบให้ เมื่อตรวจสอบได้ข้อเท็จจริงมาก็จบแค่นั้น กฎหมายกระบวนการยุติธรรมว่าอย่างไรก็ไปว่ามา ไม่ว่าเจ้าหน้าที่หรือใครก็ตาม รัฐบาลจะลงโทษสถานหนักกับผู้ที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่ขอให้แยกให้ออกว่าอะไรคือการละเมิดกฎหมาย หรือละเมิดสิทธิมนุษยชนผู้อื่น อะไรคือเจ้าหน้าที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน เส้นตรงนี้มันบางๆใกล้กัน ฉะนั้นขอฝากให้ช่วยกันดูแลด้วย จึงจะแก้ปัญหาได้" นายกฯ กล่าว

    
"นายกฯ" เผยต้องสร้างหลักคิดที่ถูกให้ ปชช. ไม่มีรบ.ประเทศใด อยากไปทำร้ายรังแก ปชช.

          นายกฯ กล่าวว่า เราต้องสร้างหลักคิดที่ถูกต้องให้กับประชาชน ไม่ได้หมายความว่า ต้องมาชอบ คสช. รัฐบาลหรือมาชอบตน ท่านต้องชอบประเทศของท่าน ต้องรักประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประชาชน เจ้าหน้าที่ ข้าราชการ สื่อมวลชน ต้องรู้ว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศเป็นสังคมที่สันติสุข หลายท่านทำโดยไม่รู้กฎหมาย หลายท่านทำโดยเจตนาดี โดยลืมไปว่าอะไรคือกฎหมาย อะไรคือขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม โลกโซเชียลมีเดียค่อนข้างจะกว้างขวางรวดเร็ว แม้กระทั่งวันนี้การตัดสินประชาชนเป็นได้ทุกอย่างแม้กระทั่งศาล ตำรวจ หมอ แสดงความคิดได้หมด ซึ่งมันไม่ใช่ ไม่มีความรู้อย่างแท้จริงก็วิพากษ์วิจารณ์ตัดสินใจไป และทำให้หลายอย่างวุ่นวาย กับการปฏิบัติงาน ทำให้โอกาสของคนอื่นหายไป ไม่มีความสุข เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ไม่มีรัฐบาลประเทศใดอยากไปทำร้ายรังแกประชาชน โดยเฉพาะประเทศไทยที่นับถือศาสนาพุทธไม่ได้สอนให้คนเป็นอย่างนั้น มีคนดีและไม่ดีต้องแยกให้ออก 
                                    
          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนขอเน้นคำว่าการใช้สิทธิต่างๆต้องไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่นด้วย ในรัฐธรรมนูญเขียนไว้มีสิทธิเสรีภาพ แต่มีพ.ร.บ.หลายฉบับต้องไม่ละเมิดปัญหาการจราจร ทำให้เกิดความวุ่นวาย หรืออาจจะมีการบิดเบือนหวังผลทางการเมืองด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์หรือบริสุทธิ์ก็แล้วแต่ ส่ิงเหล่านี้ต้องนำไปพิจารณาด้วยในเรื่องของสิทธิมนุษยชน ฝากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.)ด้วย หากมองประเด็นใดประเด็นหนึ่งก็จะไม่สงบไม่ยั่งยืน จะมีปัญหาแน่นอนในวันหน้าต่อไป ซึ่งจะต้องเป็นประเทศที่มีประชาธิปไตยอยู่แล้ว จึงขอให้ศึกษากฎหมายลูกทุกฉบับที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญด้วย ไม่อย่างนั้นจะมีกฎหมายลูกไว้ทำอะไร กฎหมายลูกรองรับทุกมาตราของรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะต้องเป็นกฎหมายที่ใช้ในเชิงการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ เพราะถ้ามองรัฐธรรมนูญอย่างเดียวทำอะไรไม่ได้หรอก ตนถามว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นมาใครจะรับผิดชอบของแบบนี้ก็เป็นตัวอย่างให้เห็นทั้งโลกใบนี้อยู่แล้ว หลายประเทศก็หลุดพ้นไปแล้ว เพราะพื้นฐานต่างกัน 


"นายกฯ" ลั่นไม่เคยสั่งไปทรมานใคร หาก จนท.ผิดจริงต้องลงโทษ ถามการเมือง เคลื่อนไหว จะปล่อยให้ไร้ กม.ได้หรือ มันบานปลาย 
          "ประเด็นของโลกใบนี้คือการลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งจะทำให้เกิดความขัดแย้ง ประชาชนไม่พอใจ เกิดศึกสงครามขึ้น ตนไม่ต้องการให้ประเทศไทยไปสู่จุดนั้น และจะไม่ยอมเด็ดขาด อย่างเรื่องของสิทธิของผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมที่ถูกซ้อมทรมาน ประเทศไทยก็ยึดถือกติกาและต้องยืนยันเราจะไม่ทำแบบนั้น ไม่ว่าจะใครจะมากล่าวอ้างอะไร ผมไม่เคยสั่งให้ใครไปทรมานใคร ไม่เคยจริงๆ เพราะไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง หากมีเจ้าหน้าที่ทำผิดจริงก็ต้องถูกลงโทษ ที่ต้องมีหลักฐาน มีการสอบสวนตามกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่สังคมบอกผิดหรือถูกทั้งที่ยังไม่เข้ากระบวนการตรวจสอบ" นายกฯ กล่าว


          นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ประเทศไทยยังมีปัญหาอยู่ โดยเฉพาะปัญหาทางการเมือง ยังมีการกระทำผิดกฎหมาย เพราะมุ่งหวังผลทางการเมือง เหล่านี้เรากำลังแก้ปัญหา ที่ผ่านมาการเมืองของไทยยังมีความขัดแย้งอยู่บ้าง แต่ไม่รุนแรงเหมือนขณะนี้ สาเหตุเกิดจากอะไรฝากไปคิดดูด้วย รัฐบาลนี้เข้ามาเพื่อทำอะไร แล้วเราจะไปสู่ประชาธิปไตยที่เป็นสากลได้อย่างไร ตนคิดว่าจะเป็นบทเรียนที่สำคัญทั้งในภูมิภาคและโลกใบนี้ด้วย ทำอย่างไรโดยไม่ใช้วิธิการที่ตนดำเนินการอยู่ในขณะนี้ ต้องอยู่ที่ประชาชนแล้ว เศรษฐกิจไทยดีขึ้นมาถึง 20 ลำดับ หากตนเข้ามาแล้วทำไม่ดีมันจะขึ้นมาได้หรือไม่ แต่ก็มีคนไปถ่วงรั้ง ไปดึงเรื่องสิทธิมนุษยชนโดยไม่คำนึงถึงเรื่องข้อกฎหมาย 

 

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เราจะต้องดูแลกลุ่มผู้เปราะบาง เรื่องการเมืองก็คือการเมือง วันนี้ถามว่าออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองกันหรือไม่ ก็ออกมาทุกวัน แล้วจะปล่อยให้ไม่มีกฎหมายเลยได้หรือไม่ มันก็บานปลายไปเรื่อยๆ พอดำเนินการตามกฎหมายปล่อยตัวออกมาก็เคลื่อนไหวกันอีก ถามทุกประเทศจะแก้ปัญหานี้อย่างไร


"นายกฯ" เผยใครคิดว่าแก้ปัญหาไม่ถูก ช่วยแนะด้วย อย่าใช้สิทธิเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน ไปล้มทุกอย่าง

          "ใครคิดว่าประเทศไทยแก้ปัญหาไม่ถูกต้อง ช่วยแนะนำผมด้วย เพราะการเคลื่อนไหวนี้มีเจตนามุ่งหมายเป็นอย่างอื่น ไม่ใช่เจตนาที่บริสุทธิ์ อนุโลมทุกวันไปเรื่อยๆ ถ้าสังคมโอเครับแบบนั้น ถ้าวุ่นวายก็แล้วแต่เลือกเอา การจะแก้ปัญหาบางอย่างต้องใช้เวลา ทั้งเรื่องการบังคับใช้กฎหมายหรือผู้ที่ถูกบังคับการใช้กฎหมาย ซึ่งมีปัญหาหมด ฉะนั้นเราอยากให้คำว่าสิทธิเสรีภาพหรือสิทธิมนุษยชนไปล้มทุกอย่างก็จะเป็นปัญหากับเจ้าหน้าที่ รัฐบาล กสม. อัยการ และศาล ปัญหาเหล่านี้ไม่ควรเกิดขึ้นอีกแล้วในโลกนี้ ไม่อย่างนั้นจะเกิดการสู้รบ และต้องดูว่าใครที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง และใครทำให้เกิดความสงบสุข คือประชาชนทุกคน" นายกฯ กล่าว

 

          นายกฯ กล่าวว่า สำหรับการแก้ปัญหาภาคใต้ก็เช่นกันที่ไม่เหมือนที่อื่น ไม่มีสูตรสำเร็จเหมือนที่อื่น ดังนั้นจะเอาสูตรสำเร็จจากที่อื่นมาแก้ก็ไม่ได้ เราจึงต้องตัดเสื้อของเราเพื่อให้แก้ปัญหาได้สบายตัว พอใจทุกคนมีความสุข.