ข่าว

“ไพบูลย์”ค้านผู้สมัครส.ส.จัดมหรสพดึงคนช่วงหาเสียง

“ไพบูลย์”ค้านผู้สมัครส.ส.จัดมหรสพดึงคนช่วงหาเสียง

15 ม.ค. 2561

“ไพบูลย์”ค้านผู้สมัครส.ส.จัดมหรสพดึงคนช่วงหาเสียง "ชี้”เสียของ”ทำลายหลักการปฏิรูป-ลดเหลื่อมล้ำ เปิดช่องโกงถอนทุน

         15 ม.ค. 61 นายไพบูลย์  นิติตะวัน  อดีตสปช. ในฐานะประธานเครือข่ายประชาชนปฏิรูป กล่าวถึงกรณีร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)เสนอให้ผู้สมัครลงรับเลือกตั้งส.ส.จัดมหรสพ รื่นเริงเพื่อจูงใจประชาชนให้มาฟังการปราศรัยหาเสียงในระหว่างการเลือกตั้งนั้นว่า  ขอคัดค้านข้อเสนอนี้เต็มที่ แม้จะอ้างว่า

         ให้คิดเป็นค่าใช้จ่ายของผู้สมัครคนนั้น ๆ ที่ให้ใช้ได้จำนวนมากถึง 1,500,000 บาทต่อคน ซึ่งถ้าพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครทั่วประเทศทั้ง 350 เขต จะต้องหาเงินจากนายทุนพรรคมาทำ และลงทุนพรรคละไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท ที่สุดพรรคการเมืองจะกลับกลายเป็นบริษัทลงทุนทางการเมืองของกลุ่มทุนเช่นเดิม แล้วเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ทุจริตจากรัฐถอนทุนคืนพร้อมแสวงหากำไรเป็นวงจรอุบาทว์ จะเป็นการทำลายการปฏิรูปการเมืองที่ตนเคยเสนอต่อกรธ.ไว้ ที่ต้องการให้ลดอิทธิพลของนายทุนพรรค กลุ่มทุนใหญ่ โดยต้องลดค่าใช้จ่ายหาเสียงของผู้สมัคร ส.ส.ให้เหลือน้อยที่สุด เพราะไม่ว่าการสมัครเข้าไปสู่ตำแหน่งของรัฐใด ๆ เช่น สมัคร ส.ว.  กรรมการองค์กรอิสระ ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ ล้วนแต่ไม่ต้องเสียเงินค่าใช้จ่ายในการสมัครเข้าสู่ตำแหน่ง หากปล่อยให้เริ่มต้นให้ใช้เงินเป็นปัจจัยหลักจำนวนนมากๆเพื่อสมัคร ส.ส. ก็จะมีการถอนทุน ทุจริตคอร์รัปชัน เพราะถือเป็นต้นทุนในการก้าวเข้าสู่อำนาจ หรือตำแหน่งทางการเมือง จะทำให้คนดี ๆ รังเกียจที่จะเข้าสมัครเป็น ส.ส.มีผลให้การเมืองเข้าสู่ความล้มเหลวเหมือนก่อน วันที่ 22 พ.ค. 57 ก็จะเสียของ ซ้ำรอยเดิม

          ทั้งนี้จึงเสนอกรธ.ให้ผู้สมัคร และพรรคการเมือง ต้องเสียแต่เงินค่าสมัคร 10,000 บาท แต่ไม่ต้องเสียเงินค่าประชาสัมพันธ์หาเสียงเพราะรัฐโดยกกต.ต้องเป็นผู้ดำเนินการประชาสัมพันธ์หาเสียงตามหน้าที่ให้แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งและพรรคการเมืองอยู่แล้ว โดยให้ผู้มีสิทธ์เลือกตั้งทุกคนได้รับข้อมูล นโยบายของผู้สมัครและพรรคการเมืองให้ครบถ้วน ทั่วถึง เท่าเทียม เพื่อประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงจะได้ใช้ดุลยพินิจตัดสินใจเลือกตัวแทนด้วยข้อมูลที่เปิดเผย เท่าเทียมปราศจากการให้อามิสสินจ้างใด

         หากสนช. เปิดช่องอนุญาตให้ผู้สมัคร ส.ส.ลงทุนจัดมหรสพหาเสียงได้ในวงเงิน 1,500,000 บาทต่อคนได้  เท่ากับเป็นการทำลายหลักการปฎิรูปการเมืองที่สำคัญที่สุด เพราะการจัดมหรสพให้ฟรีเพื่อหาเสียงเป็นการให้อามิสสินจ้างซื้อเสียงอีกรูปแบบหนึ่ง ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม เหลื่อมลํ้า มือใครยาวสาวได้สาวเอา สนับสนุนพรรคนายทุนการเมืองให้เอาเปรียบพรรคของประชาชนที่มีทุนน้อย และมีผลให้คำสั่ง คสช. ฉบับที่ 53/2560 ที่ต้องการปฏิรูปพรรคการเมืองที่ลดความเหลื่อมลํ้า ให้เท่าเทียมระหว่างพรรคการเมืองต้องสูญเปล่าและเสียหลักการ ทั้งยังจะก่อให้เกิดความวุ่นวาย ไม่สงบขึ้น เป็นห่วงคสช. จะตกเป็นที่ครหาของประชาชนว่า ไม่มีความสามารถรักษาความสงบเรียบร้อยในระหว่างจัดการเลือกตั้ง ทั้งที่เรื่องนี้เป็นผลงานเด่นที่สุดของ คสช.ในสายตาประชาชน