"บิ๊กตู่" ไม่ว่า "ปชป.จับมือ พท." ทวง ปชต. จากทหาร

บอกสังคมรับได้ถ้ามีอุดมการณ์ แขวะ ปมสมาชิกพรรคการเมือง ถ้าเชื่อมั่นอุดมการณ์จะกลัวคนหายไปไหน!! ไม่ห่วงหลัง "ปู่พิชัย" ชง ปชป.-พท.จับมือทวง ปชต.

         3 ม.ค.61- ที่ทำเนียบรัฐบาล "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคสช. กล่าวถึงกรณีที่นายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้พรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย จับมือทวงคืนประชาธิปไตยจากทหาร เพราะไม่เชื่อมั่นว่าปี 2561 จะมีการเลือกตั้งตามที่นายกฯ เคยระบุ ซึ่งหากยังมีความขัดแย้งสูงจะไม่รับประกันว่าจะมีเลือกตั้งหรือไม่ ว่า  "ทวงจากทหารที่ไหน ผมเคยบอกแล้วว่ารัฐบาลไม่ใช่ทหาร ถึงผมจะมาจากทหารก็ไม่ใช่ทหาร เพราะผมออกจากทหารมา 3 ปีแล้ว อย่าไปมองว่าอะไรก็ทหาร ต้องไปดูว่าเป็นการสร้างความเกลียดชังให้กับทหารหรือไม่ แล้วรัฐบาลนี้ก็ไม่ใช่ทหารทั้งหมด มีนักวิชาการด้วย ถ้าเป็นทหารก็ไปสั่งทหารด้วยกัน ผมไปสั่งอย่างนั้นไม่ได้ เรื่องใครจะไปจับมือใครเป็นสิทธิส่วนบุคคล ทุกพรรคการเมืองมีอุดมการณ์ที่ประชาชนยอมรับ มีสมาชิกพรรคที่ครบถ้วนถูกต้องก็จบ สังคมรับได้ ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหน"

         พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ข้อสำคัญคือ ต้องมีการทบทวนการเป็นสมาชิกพรรค เพราะที่ผ่านไม่มีการแสดงตน เรื่องการบำรุงพรรคก็ใช้วิธีการเสียภาษี ทำให้ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นสมาชิกพรรคไหนก็ต้องทำให้ชัดเจน แต่หากเชื่อมั่นในอุดมการณ์ของตัวเอง แล้วจะกลัวทำไมว่าคนจะไปไหน ซึ่งหลายๆ เรื่อง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ช่วยแก้ปัญหาได้ แต่ประชาชนและสื่อก็ต้องช่วยกันคิดว่า วันข้างหน้าเราต้องการใครเข้ามา ซึ่งเป็นเรื่องของประชาชนที่จะตัดสินด้วยการกาบัตรเลือกตั้ง ไม่ใช่ให้ตนไปสั่งกาบัตรให้ใครเพราะทำไม่ได้ ที่ผ่านมาเขาเลือกตั้งกันอย่างนี้ ไม่ใช่หรือ ตนคงทำอะไรไม่ได้ เพราะเป็นการเลือกตั้งของประชาชน ตนไม่อยากใช้คำว่า เป็นการต่อสู้ทางการเมือง เป็นเรื่องของทหารที่ต้องการมีอำนาจต่อ ตนบอกไปแล้วว่าเบื่อการใช้อำนาจ เพราะตนเป็นทหารมา 30-40  ปี ใช้อำนาจในการปกครองบังคับบัญชาลูกน้องมาตลอด ตนไม่ได้รู้สึกว่าอยากมีอำนาจ เพราะการมีอำนาจมีเอาไว้เพื่อปกครอง บังคับบัญชาทหาร ทั้งในยามปกติและยามศึกสงคราม นั่นเขาเรียกว่าอำนาจทางทหาร และจำเป็นต้องมีระเบียบวินัย แต่วันนี้ตนเป็นนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลการทำงานของรัฐบาลและมอบนโยบายต่างๆ ตนไม่ได้ใช้ความคิดของทหารเลย ซึ่งตนเอาความคิดของทหารมาใช้แค่เรื่องเดียวคือ การขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติ เพื่อให้เกิดขึ้นให้ได้ แต่ต้องไม่ลืมว่าประเทศเรา มีคนหลายส่วน ซึ่งบังคับเขาไม่ได้มากนัก ถึงแม้ว่าตนจะมาแบบนี้ก็ตาม ตนก็คำนึงถึงเรื่องนี้อยู่เสมอ และมีแต่ทำให้เกิดความชัดเจนขึ้น

          ส่วนการประกาศความชัดเจนในการเลือกตั้ง ทุกอย่างยังเป็นไปตามโรดแม็พ ตนไปพูดกับต่างประเทศแบบนี้ และหลายประเทศที่ตนไปอธิบายเขาก็เข้าใจ เพราะตนบอกว่า อยู่ที่กฎหมายลูกที่เหลือ 2 ฉบับ หากประกาศใช้เมื่อไรก็เมื่อนั้น แต่อย่ามาบอกว่าดึงเรื่องคงทำไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เขาร่างกฎหมายโดยความคิดเห็นของกรธ.เอง ตนจะไปยุ่งอะไรกับเขา เพราะที่ผ่านมาเคยบอกแล้วว่า หน้าที่ใครหน้าที่มัน แต่ทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกันว่า บ้านเมืองจะสงบสุขได้อย่างไร ประชาชนก็ต้องเข้าใจตามนี้

        เมื่อถามว่า ยังจะมีการเลือกตั้งในเดือน พ.ย.61 หรือไม่ "พล.อ.ประยุทธ์" กล่าวว่า "ก็ประกาศไปแล้วไง ถ้ากฎหมายลูกเสร็จก็เลือกตั้ง แต่ถ้าไม่เสร็จก็ไม่ใช่เรื่องของตน หรือเสร็จก็ไม่ใช่เรื่องของตน แล้วไม่ใช่ไปโทษสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ดึงเรื่อง มันไม่ใช่ เวลาสนช.อภิปรายกันลองไปดูเขาเถียงกันเรื่องอะไร เขาไม่ได้พูดเข้าข้างผมสักคน บางเรื่องเขาก็ไม่เห็นด้วย ถ้าบอกว่าผมมีอำนาจทับซ้อนสนช.จริงแล้วเขาจะกล้าเหรอ แสดงว่าผมก็ปล่อยเสรีเขาไม่ใช่หรือ ผมจะไปสร้างเรื่องทำไม วันนี้งานก็เยอะอยู่แล้ว ปัญหามากมาย"

      เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทย มีความเห็นตรงกันว่าอาจยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 53/2560 ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ "พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญ ตนไม่ได้คำนึงถึงเรื่องนี้ เป็นเรื่องของกระบวนการ หากไม่ดีไม่ถูกต้อง ก็อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา แต่คำสั่งคสช.ที่ออกมาทั้งหมดในกฎหมายรัฐธรรมนูญระบุว่าเป็นกฎหมายที่มีผลบังคับใช้ แต่ต้องไม่ละเมิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องไปดูว่าละเมิดตรงไหนอย่างไร

 


เปิดอ่าน