ข่าว

สนช.โชว์ผลงานรอบปี 60

สนช.โชว์ผลงานรอบปี 60

30 ธ.ค. 2560

สนช.พอใจทำงานปี 60  กางปฏิทินงาน 61 เร่งดันกฎหมายปฏิรูปและยุทธศาสตร์ชาติ จี้ องค์กรอิสระ เร่งพิสูจน์ผลงานเป็นที่ประจักษ์ให้สมกับไม่โดนเซตซีโร่

             นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 เปิดเผยว่า การทำงานสนช.ว่า ตลอดปี2560 สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) มีกฎหมายเข้าสู่การพิจารณา334ฉบับ ผ่านการพิจารณา 271ฉบับ ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา 263ฉบับ มีผลบังคับใช้ 259ฉบับ ในจำนวน 334ฉบับนั้นเป็น พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ4ฉบับ ที่ประกาศและมีผลบังคับใช้แล้ว ประกอบด้วย พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

          นายสุรชัย กล่าวว่า อย่างไรก็ดียังมี พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญอีก3ฉบับ ผ่านการพิจารณาจากสนช.และอยู่ในขั้นตอนทูลเกล้าฯ คือ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ สำหรับพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ผ่านการพิจารณาจากสนช. ขั้นตอนต่อไป ประธานสนช. จะส่งร่างที่ผ่านวาระ3 ให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และประธานปปช. ทำความเห็นกลับมาใน10วัน ว่าจะมีประเด็นโต้แย้งอะไรมาหรือไม่ หากไมมีถือว่าการพิจารณาถึงที่สุด จากนั้นส่งให้นายกรัฐมนตรี นำขึ้นทูลเกล้าฯ แต่ถ้ามีข้อโต้แย้งกลับมาจะต้องมีการตั้งกรรมาธิการร่วม3ฝ่าย เพื่อพิจารณาอีกครั้ง 

             นายสุรชัย กล่าวว่า สำหรับพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสส. และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสว.ที่ยังค้างในชั้นสนช. มีกรอบเวลาต้องพิจารณาแล้วเสร็จในวันที่ 26ม.ค.2561 เท่าที่ทราบคณะกรรมาธิการวิสามัญที่พิจารณากฎหมายทั้งสองฉบับจะเรียกสมาชิกสนช.ที่เสอนคำแปรญัตติที่ขอแก้ไขกฎหมายมาชี้แจง จึงคิดว่าจะเสนอร่างกฎหมายเข้าที่ประชุมสนช.เพื่อลงมติในวาระที่ 3 และ 3 ภายในสัปดาห์ที่3 เดือนม.ค.2561 และกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา จากนั้นจะเริ่มนับหนึ่ง เข้าสู่การเลือกตั้ง150วัน ตามที่รัฐธรรมนูญระบุไว้

             นายสุรชัย กล่าวอีกว่า นอกเหนือไปจากผลงานด้านกฎหมายของสนช.ตลอดปี2560แล้ว สนช.ยังมีผลงานเกี่ยวกับการรับเรื่องราวร้องทุกข์และแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยสนช.ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน 349เรื่อง แจ้งกลับไปยังหน่วยงานต่างๆ 218เรื่อง อยู่ระหว่างพิจารณา 131เรื่อง ในจำนวนเรื่องร้องเรียนทั้งหมด พบว่าเป็นเรื่องการเมืองมากที่สุด เกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่ การทุจริต การประพฤติตนไม่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่รัฐมากถึง 97เรื่อง รองลงมาเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาล 81เรื่อง อันดับสาม เป็นเรื่องการไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรม 70 เรื่อง โดยเรื่องการเมือง หน่วยงานของรัฐที่ถูกร้องเรียนมีทั้งระดับท้องถิ่นและส่วนกลาง มีการตรวจสอบเรื่องที่ร้องมามีมูลหรือไม่ ถ้ามีมูลจะส่งต่อให้องค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องตรวจสอบต่อไป ถ้าไม่มีมูลก็เป็นอันยุติ  

            สำหรับการพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ นายสุรชัย กล่าวว่า ในปี 2561 จะมีการเสนอกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศหลายฉบับพร้อมกันและมาเป็นชุดเดียวกัน โดยจะเป็นการพิจารณากฎหมายที่จะออกตามแผนการปฏิรูปประเทศและแผนยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งทุกอย่างจะเชื่อมโยงกันหมด โดยแผนยุทธศาสตร์ชาติต้องรองรับการปฏิรูปประเทศ และ แผนการปฏิรูปประเทศต้องสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งรัฐธรรมนูญพ.ศ.2560 กำหนดให้ต้องมีการปฏิรูประเทศในภาพรวมภายใน 1 ปีนับตั้งแต่วันที่รัฐธรรมนูญพ.ศ.256ประกาศใช้ ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 6 เม.ย. 2561 เพราะฉะนั้น เมื่อเดือนเข้าสู่เดือนม.ค.2561 จะมีเวลา 3 เดือนในการลงมือปฏิรูปประเทศ

            เมื่อถามว่า แสดงว่าก่อนเดือนเม.ย.2561 จะต้องมีการแผนยุทธศาสตร์ชาติมาให้สภาให้ความเห็นชอบ นายสุรชัย กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าควรต้องมีการเสนอเข้าสภา เพื่อที่จะรองรับให้ฝ่ายปฏิบัติการสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ในการปฏิรูปประเทศตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่จะเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้ง   

              เมื่อถามว่า การที่สนช.แก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญโดยกำหนดให้กรรมการองค์อิสระบางองค์กรได้อยู่ในตำแหน่งต่อไปแต่บางองค์กรต้องพ้นจากตำแหน่ง จะเป็นปัญหาในการสร้างบรรทัดฐานหรือไม่ นายสุรชัย กล่าวว่า เรารับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายและพยายามสอบถามคณะกรรมาธิการวิสามัญที่พิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับองค์กรอิสระแต่ละฉบับและคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญว่ามีเหตุผลอย่างไร โดยส่วนใหญ่อ้างถึงภารกิจของแต่ละองค์กร ประกอบกับ มีการตีความมาตรา 273ของรัฐธรรมนูญว่าการพิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเป็นดุลพินิจของสนช. จึงทำให้กฎหมายต้องออกมาเช่นนี้

            เมื่อถามว่า จะเป็นปัญหาความน่าเชื่อถือของแต่ละองค์กรหรือไม่ นายสุรชัย กล่าวว่า แม้สังคมจะตั้งคำถามกับเรื่องนี้ค่อนข้างมาก แต่ส่วนตัวคิดว่าสุดท้ายปัจจัยที่จะเป็นตัวชี้ขาด คือ ผลงานการทำงานขององค์กรอิสระ โดยเฉพาะองค์กรอิสระที่กฎหมายบัญญัติให้กรรมการองค์กรอิสระชุดปัจจุบันได้ทำหน้าที่ต่อไป ซึ่งจะต้องระวังและต้องมีความตั้งใจในการทำงานเพื่อพิสูจน์ตัวเองให้สังคมได้เห็นว่าได้ทำงานให้เกิดประโยชน์แก่บ้านเมืองจริงๆ ตามที่กฎหมายได้เปิดโอกาสให้ทำงานต่อไปแล้ว