
เพิ่มอำนาจป.ป.ช.ดักฟังข้อมูล กระทบประชาชน
"มีชัย" เชื่อเพิ่มอำนาจป.ป.ช.ดักฟังข้อมูล กระทบประชาชน มากกว่าได้ประโยชน์
21ธ.ค. 60 - นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เพิ่มบทบัญญัติให้อำนาจคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ปช.) สามารถสืบค้นข้อมูลของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองข้าราชการ และประชาชน ผ่านอุปกรณ์สื่อสารทั้งหมด ว่า เป็นประเด็นที่หมิ่นเหม่ต่อการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ตามที่รัฐธรรมนูญคุ้มครอง ดังนั้นโอกาสที่ประชาชนจะเดือดร้อนมีมากกว่าการได้ประโยชน์ แม้ตาม ร่างพ.ร.ป.ปราบทุจริต จะกำหนดให้ต้องขออนุญาตจากศาล แต่เชื่อว่าศาลจะฟังเหตุผลด้านของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.เท่านั้น ดังนั้นเท่ากับ ป.ป.ช.จะมีอำนาจถึง 90 วัน เพื่อจับผู้ร้ายเพียงคนเดียว แต่สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ดักฟังโทรศัพท์ ดูอีเมล์ได้นับ 100 คน กรณีที่สงสัยว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดด้วย
"ผู้ที่ได้รับอำนาจก็สนุกดี แต่คนถูกละเมิดมันไม่สนุกด้วย ส่วนจะเป็นการให้อำนาจซ้ำซ้อนกับที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ มีอยู่หรือไม่นั้น ผมคิดว่า มันไม่ซ้ำซ้อน แต่เท่ากับว่าประชาชนอยู่ตรงกลาง โดยที่ทุกหน่วยงานมีอาวุธกันหมด ถ้าเช่นนี้ประชาชนก็อยู่ลำบาก และถ้าจะอ้างว่าป.ป.ช.ควรมีอำนาจเหนือกว่าดีเอสไอตามศักดิ์กฎหมายลูก จะคิดแบบนั้นก็ไม่ได้อย่างไรก็ตาม กรธ.ยังพูดตอนนี้ไม่ได้ว่าจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่ายหรือไม่ เพราะต้องให้รอการพิจารณาในชั้นสนช.ให้เสร็จเรียบร้อยเสียก่อน" นายมีชัย กล่าว
นายมีชัย กล่าวถึงการใช้อำนาจตามมาตรา 44 เพื่อขยายให้พรรคการเมืองทำงานด้านธุรการด้วยว่า เชื่อเป็นประเด็นที่พิจารณาตามความจำเป็น เพราะหากให้ สนช. แก้ไขส่วนพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง อาจใช้เวลาเกิน3 เดือน.



