
ดึงภาคเอกชนร่วมปราบทุจริต
สนช.รับหลักการกม.มาตรการองกันและปราบปรามการทุจริตเพิ่มอำนาจป.ป.ท.ตั้งกก.ร่วมภาครัฐและเอกชนร่วมปราบทุจริต พร้อมมาตรการคุ้มครองพยาน
1 ธ.ค.60 ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.ทำหน้าที่ประธาน โดยได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.มาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่...) พ.ศ....ซึ่งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า มาตรา 63 ของรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ได้บัญญัติให้รัฐต้องส่งเสริม สนับสนุน และให้ความรู้ประชาชนถึงอันตรายที่เกิดจาการทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งกลไกในการส่งเสริมให้ประชาชนรวมตัวกันเพื่อให้มีส่วนร่วมในการรณณรงค์ให้ความรู้ ต่อต้านหรือชี้เบาะแส โดยได้รับความคุ้มครอง เพื่อให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)และสำนักงาน ป.ป.ท.มีส่วนร่วมในเรื่องดังกล่าวและเพื่อให้สอดคล้องกับพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) จึงควรเพิ่มอำนาจหน้าที่ให้ป.ป.ท.และสำนักงาน ป.ป.ท.
นายวิษณุ กล่าวว่า สาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ คือ ให้มีคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน มีเลขาธิการป.ป.ท.เป็นประธานกรรมการ มีผู้แทนของสำนักงานป.ป.ท. ผู้แทนจากภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตไม่เกิน 4 คน และผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกิน 3 คน เป็นกรรมการ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนรวมตัวเพื่อต่อต้านการทุจริต แก้ไขเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการป.ป.ท.และสำนักงานป.ป.ท.ให้สามารถมีส่วนร่วมดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 63 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรการป้องกันการทุจริตในภาครัฐเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเพิ่มเติมการให้ความคุ้มครองบุคคลที่ถูกกันไว้เป็นพยาน โดยห้ามมิให้ดำเนินคดีอาญาหรือดำเนินการทางวินัยกับบุคคลดังกล่าวในคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการดำเนินคดี ยกเว้นบุคคลนั้นฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือเงื่อนไขการกันไว้เป็นพยาน อย่างไรก็ตามหากคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ตั้งขึ้นเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้เห็นสมควรแก้ไขรายละเอียดในกฎหมายนี้เพื่อให้สอดคล้องกับการแก้ไขร่างพ.ร.ป.ป.ป.ช. ที่สนช.กำลังพิจารณาอยู่รัฐบาลก็ไม่ขัดข้อง
จากนั้นได้เปิดให้สมาชิกอภิปราย ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่อภิปรายสนับสนุน อาทิ นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ นายกิตติ วะสีนนท์ นายอิสระ ว่องกุศลกิจ เป็นต้น โดยเห็นว่า ป็นกม.ที่มีความชัดเจน และสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและกม.ป.ป.ช.ซึ่งเป็นการออกแบบให้ภาคเอกชนเข้ามีส่วนร่วมในการช่วยการต่อต้านการทุจริตแต่ตั้งข้อสังเกตในกรณีที่พยานถูกศาลเห็นว่ามาส่วนร่วมกับคดีจะมีการปกป้องหรือคุ้มครองอย่างไร ซึ่งนายวิษณุ ชี้แจงว่า ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ทำขึ้นด้วยความประดักประเดิดเพราะถูกกำหนดไว้ตามกรอบเวลา 240 วัน ขณะที่คณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)ต้องทำกม.ป.ป.ช.ในกรอบระยะเวลาเดียวกัน ซึ่งร่างทั้ง 2 ฉบับมีความเกี่ยวข้องกัน ดังนั้นจะต้องทำกฎหมายไม่ให้มีความซ้ำซ้อนกัน อย่างไรก็ตามหากคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ตั้งขึ้นเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้เห็นสมควรแก้ไขรายละเอียดในกฎหมายนี้เพื่อให้สอดคล้องกับการแก้ไขร่างพ.ร.ป.ป.ป.ช. ที่สนช.กำลังพิจารณาอยู่รัฐบาลก็ไม่ขัดข้อง หลังจากพิจารณาเสร็จสิ้นแล้วที่ประชุมมีมติรับหลักการร่างพ.ร.บ.มาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่...) พ.ศ.. วาระแรก ด้วยคะแนนเอกฉันท์ 160 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ 15 คน



