
"บิ๊กตู่" พบผู้นำศาสนา 3 จว.ใต้ ลั่นดูแลทุกศาสนาเท่าเทียม
"ประยุทธ์" พบผู้นำศาสนา 3 จว.ใต้ ขอทำงานช่วยปชช. ลั่นดูแลทุกศาสนาเท่าเทียม ยันไม่ใช้ความรุนแรง มุ่งขจัดความขัดแย้ง
27 พ.ย. 60 - เมื่อเวลา 17.20 น. ห้องจัดเลี้ยงอาคารสมาคมนายทหารสัญญาบัตร กองพลทหารบที่ 15 ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พบผู้นำศาสนาและผู้นำท้องถิ่นของจังหวัดชายแดนใต้ เพื่อรับทราบปัญหา ความเดือดร้อน และข้อเสนอแนะตลอดจนเพื่อเป็นการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างรัฐบาลและผู้นำท้องถิ่นของจังหวัดชายแดนใต้
โดยตัวแทนของผู้นำศาสนาและผู้นำท้องถิ่นได้กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลที่ใส่ใจและให้ความสำคัญกับปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ พร้อมกับให้โอกาสมาพบและรับฟังด้วยตนเอง โดยผู้นำทั้งสองกลุ่มได้บอกเล่าถึงสภาพปัญหา และแนวทางที่ต้องการรับการส่งเสริมและสนับสนุนจากรัฐบาล
ซึ่งภายหลังรับทราบปัญหา ความเดือดร้อน และข้อเสนอแนะจากผู้นำแล้ว นายกรัฐมนตรีได้กล่าวตอนหนึ่งว่า รัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงคือหน่วยงานเดียวกัน โดยจะเร่งขับเคลื่อนการทำงานให้รวดเร็วขึ้น ทั้งนี้ ต้องอาศัยการทำงานของผู้นำศาสนา และส่วนท้องถิ่นร่วมแบบบูรณาการเพื่อประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด ซึ่งภาคใต้ชายแดนมีความพร้อมเพื่อการเติบโตในหลายๆ ด้าน ทั้งเรื่องทรัพยากรทางธรรมชาติ การท่องเที่ยว มีวัฒนธรรมที่โดดเด่น ไม่ว่าจะนับถือศาสนาไหนทุกคนล้วนเป็นคนไทยด้วยกันทั้งหมด ความสงบจะไม่เกิดขึ้นและไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้หากปราศจากความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า รัฐบาลพร้อมดูแลทุกศาสนาอย่างเท่าเทียมเป็นรูปธรรมและสันติวิธี ยืนยันรัฐบาลไม่ต้องการใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา ซึ่งผู้นำศาสนาต้องช่วยกันดูแลแก้ไขปัญหาในท้องถิ่น พยายามขจัดความขัดแย้งในพื้นที่ของตัวเองให้ได้ ส่วนเรื่องเศรษฐกิจ ทุกคนต้องปรับเปลี่ยนตัวเองเตรียมความพร้อมรองรับการลงทุน ถ้าหากไม่มีการพัฒนา ความเจริญและการเติบโตก็ไม่เกิดขึ้น ต้องช่วยกันแก้ไขปัญหา รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ส่งเสริมเศรษฐกิจ
ทั้งนี้การดำเนินการต่างๆต้องเป็นไปตามกลไกของกฎหมาย โดยเฉพาะการกระทำความผิดตามกฎหมาย สำหรับการแก้ไขปัญหาขาดแคลนข้าราชการในพื้นที่ นายกรัฐมนตรีเห็นชอบให้ส่วนท้องถิ่นเสนอโครงการ เหตุผลต่อกระทรวงที่รับผิดชอบเพื่อพิจารณาหลักเกณฑ์การสอบเข้ารับราชการของพนักงาน ลูกจ้างที่เป็นคนท้องถิ่นอยู่แล้วให้เข้ารับราชการเพื่อสร้างขวัญกำลังใจต่อไป.



