นายกฯบอกทุกคนอยู่เรือลำใหญ่ไปด้วยกันไม่ใช่เรือแป๊ะ

การเมือง  :  14 ก.ย. 2560

นายกฯพอใจยุทธศาสตร์ชาตินศ.ปอ.ตรงรัฐบาล รับแก้ปัญหายากเพราะนิสัยคนระบุคกก.ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อขับเคลื่อนทิศทางเดียวกันทุกคนอยู่เรือลำใหญ่ไปด้วยกันไม่ใช่เรือแป๊ะ

            14 ก.ย.60 ที่สโมสรทหารบก วิภาวดี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รับฟังการแถลงยุทธศาสตร์ชาติ - ยุทธศาสตร์ทหาร พ.ศ. 2561-2580 ของคณะนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร นักศึกษาวิทยาลัยเสนาธิการทหาร และนักศึกษาวิทยาลัยการทัพทั้ง 3 เหล่าทัพ ประจำปีการศึกษา 2560 โดยมีพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้แทนจากองค์กรต่าง ๆ เข้าร่วมรับฟังด้วย ทั้งนี้ยุทธศาสตร์ชาติ และยุทธศาสตร์ทหาร คณะนักศึกษาฯ ร่วมกันจัดทำโดยอาศัยกรอบยุทศาสตร์ชาติ 20 ปีของรัฐบาลเป็นแนวทาง โดยมีความมุ่งหมายเพื่อเสนอแนะทางวิชาการแนวคิด เพื่อให้ผู้บริหารระดับสูงได้พิจารณานำไปใช้ประโยชน์ รวมทั้งนำเสนอแนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติให้มีความชัดเจนมากขึ้น 

            โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ตนในฐานะศิษย์เก่ารุ่นที่ 50 ซึ่งทุกคนคาดหวังว่าทำอย่างไรจะให้ประเทศมียุทธศาสตร์ชาติ ถ้าตนไม่มายืนตรงนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ ถ้าไม่มีการคิดวิเคราะห์ตามหลักวิชาการ ปัญหาที่จะตามมาต่อไปคือ ทำอย่างไรที่จะให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง เพราะทุกคนรู้อยู่แล้วว่าปัญหาคืออะไร รู้ถึงวิธีการแก้ปัญหาทั้งเชิงวิชาการ การบริหารจัดการ แต่ในช่วงที่ผ่านมามันเกิดขึ้นไม่ได้ ซึ่งจะโทษใครไม่ได้ ตนจึงจะต้องทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้นให้ได้ ทุกคนจะต้องร่วมมือกัน วันนี้ตนรับหน้าที่เป็นประธานเกือบทุกกลุ่มจนหัวสมองเกือบแยกไม่ออก นั่งฟังไปก็คิดตามจนไฟช็อตในหัวไปหมด ยอมรับว่ายุทธศาสตร์ชาติของรุ่นนี้เป็นที่น่าพอใจ เพราะตรงกับยุทธศาสตร์ชาติที่รัฐบาลได้วางไว้ ซึ่งทั้งหมดก็ได้รับความร่วมมือจากอาจารย์โรงเรียนเสนาธิการทหารมาช่วยกันทำ พร้อมกับคณะสนช. และสปท. 

            "วันนี้เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเร็วจนคนตามไม่ทัน ทำให้เกิดความแตกต่างในขั้นพื้นฐาน ซึ่งเราก็ต้องพัฒนาให้ได้ เด็กรุ่นใหม่เรียนรู้ได้เร็วทุกเรื่อง แต่ปัญหาคือไม่รู้จะทำงานอย่างไร ติทุกอย่างแต่ทำงานไม่ได้ พวกคนแก่ เก่า ๆ อย่างตนกลับทำงานได้ แต่อาจจะมีความทันสมัยน้อยหน่อย" นายกฯ กล่าว

            พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า  พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงมีรับสั่ง 2 คำด้วยกันคือ ความเท่าเทียม และความเป็นธรรม หมายความว่าจะต้องทำให้คนทุกคน เข้าถึงโอกาสทางเลือก รายได้ อาชีพอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นคนรวย คนจน หรือผู้มีรายได้ปานกลาง เราต้องคำนึงถึงสิทธิของทุกคนในฐานะที่เป็นพลเมืองไทย ซึ่งยอมรับว่ายาก แต่ถ้าคนไม่เข้าใจก็จะกลายเป็นว่าไม่เกิดความเท่าเทียม เราจึงต้องพยายามสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้น สิ่งที่เราต้องเร่งทำวันนี้คือ ลดปัญหาของทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย ลดความเหลื่อมล้ำให้ได้ แต่ต้องยอมรับว่าแต่ละพื้นที่ย่อมมีความไม่เท่าเทียม ทุกอย่างคือความเหลื่อมล้ำของแต่ละจังหวัด ซึ่งรัฐบาลได้หยิบขึ้นมาพิจารณา เพราะถ้าปล่อยให้เป็นแบบเดิมปัญหาก็จะเป็นแบบเดิมตามกลไกประชาธิปไตยเหมือนที่ผ่านมา เราจึงต้องมียุทธศาสตร์ชาติ เพื่อลดปัญหา และเพิ่มการพัฒนา

            ประเทศไทยมีคนหลายกลุ่มหลายฝ่าย มีความแตกต่าง ปัญหาปัจจุบันที่ยังแก้ไม่ได้ คือคนไทยยังติดกับปัญหาเดิม ๆ ทั้งความไม่พร้อมของประชาชน การศึกษา หลักคิดต่าง ๆ เป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุด ฝ่ายบริหารวางแผนและเขียนออกมาได้ แต่เวลาทำไม่ง่าย เพราะพื้นที่ทุกตารางนิ้วของประเทศมีเจ้าของ ไม่ว่าจะแก้หรือปรับอะไรก็ติดปัญหาที่คนทั้งหมด แต่ก็ต้องทำและแก้ แม้จะยากเพราะทุกอย่างมันกลายเป็นนิสัยของคนไปแล้ว ผมไม่ได้โทษใครทุกคนมีส่วนร่วมทำให้เกิดปัญหา เพราะมีประชาธิปไตยมาโดยตลอด และเราจะต้องมีต่อไป เพียงแต่จะทำอย่างไรไม่ให้ประชาธิปไตยเป็นเหมือนเดิมอีก ต้องทำให้ทุกอย่างเดินหน้าตามกรอบความจำเป็น ถือเป็นความเป็นความตายของประเทศ ต้องคิดว่าทำอย่างไรให้ทั้ง 6 ภาคของประเทศมีศักยภาพ และเจริญเติบโตด้วยตัวเอง โดยไม่เกิดการทับซ้อน แย้งการตลาด หรือการผลิต

           วันนี้ถ้าเราไม่สร้างจิตสำนึกให้กับทุกคนให้รู้ว่าปัญหาของประเทศอยู่ตรงไหน ไม่มีทางสำเร็จ ไม่ต้องไปรอศตวรรษที่ 21 เพราะถ้ามัวรออยู่ก็แก้ไม่ทัน ตั้งแต่ผมเข้ามาก็ทำตามโรดแมปที่วางไว้ มีการขับเคลื่อนเป็นระยะ จนกระทั่งมีรัฐธรรมนูญ ตลอด 3 ปี ทั้งรัฐบาล คสช. ทำงานมาโดยตลอด ทั้งแผนยุทธศาสตร์ชาติ การสร้างความปรองดอง และการปฏิรูป จึงได้มีการตั้งคณะกรรมการปยป. ขึ้นมา แต่การทำงานเมื่อยังช้าอยู่ก็จึงต้องมีสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี (พีเอ็มดียู) เพื่อขับเคลื่อนให้กิจกรรมเร่งด่วนสำคัญ และอาจจำเป็นต้องใช้กฎหมายมาตรา 44 ซึ่งคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน ตอนนี้เราทุกคนกำลังนั่งเรือลำใหญ่ไปด้วยกัน ซึ่งไม่ใช่เรือแป๊ะ 

              เตือนนศ.วปอ.อย่าเรียนเพื่อคอนเน็กชัน
              พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ฝากไว้สุดท้าย การเป็นนักศึกวปอ.ไม่ใช่มาเพื่อสร้างคอนเน็กชัน จำไว้นะ มาสร้างในเรื่องของการทำความดีร่วมกัน ขับเคลื่อนประเทศร่วมกัน คนดีไม่ดีรู้อยู่แล้ว ทุกคนรู้หมดใครเป็นอย่างไรใครดีไม่ดี แต่ถ้าเมื่อใดก็ตามเพื่อนทำไม่ดีก็อย่าทำกับเขา เข้าใจไหม ตักเตือนชักจูงกลับมาให้เป็นคนดี การที่เราจะคบกับคนมันเลือกคบคนไม่ได้มีทั้งมีคนดีและคนไม่ดี แต่เราจะทำอย่างไรที่เราจะเติมความรู้ให้คนไม่ดีเหล่านั้นให้มาดีให้ได้ อย่างน้อยก็ไม่ไปดูถูกคนอื่น ต่อให้ตัดหัวมันก็คือเพื่อน ท้ายสุดมันยังไม่ดีขึ้นก็ตัดหางปล่อยวัดไป อย่าให้เขามาใช้คอนเน็กชันเพื่อผลประโยชน์ในวันหน้า" จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ ได้ชี้ถามด้วยว่า "ใครทำอย่างนั้นยกมือขึ้น ไม่มีนะสัญญากับผมแล้วนะ เป็นคอนเน็กชันกับรัฐบาลเพื่อเดินหน้าประเทศไปข้างหน้า"

 
 


เปิดอ่าน