นปช.งัดคำสั่งศาลฎีกาจี้อสส.-ป.ป.ช.เอาผิด“มาร์ค-สุเทพ"

นปช.งัดคำสั่งศาลฎีกาจี้อสส.-ป.ป.ช.เดินหน้าเอาผิด“มาร์ค-เทือก”สั่งฆ่าปชช.คดีสลายแดง 53 “เต้น”จ่อยื่นหลักฐานใหม่รื้อคดีสัปดาห์หน้าเอาผิดม.157 ทุกช่องกฎหมาย

             14 ก.ย.60 - ที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)  นำโดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. นางธิดา ถาวรเศรษฐ  ประธานที่ปรึกษานปช. นพ.เหวง โตจิราการ  นายโชคชัย อ่างแก้ว ทนายความ ร่วมแถลงกรณีติดตามคดีทวงความยุติธรรม 99 ศพ เหตุสลายชุมนุมกลุ่ม นปช. ปี 2553  

            นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า สืบเนื่องจากกรณีที่ศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทย์ยื่นฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นจำเลยที่ 1 และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี จำเลยที่ 2 เป็นจำเลยฐานร่วมกันก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำหรือฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและพยามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ให้อยู่ในเขตอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น

             "แกนนำได้หารือร่วมกับฝ่ายกฎหมายและผู้รู้หลายท่านเห็นตรงกันว่าคดีนี้ศาลฎีกาไม่ได้ตัดสินให้นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพพ้นผิดจากการสลายการชุมนุม นปช. ปี 53 เป็นแต่เพียงการวินิจฉัยว่ากรณีนี้อยู่ในอำนาจศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งสามารถรับฟ้องไว้พิจารณาได้ทั้งความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และ เป็นผู้ก่อการหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดข้อหาฆ่าคนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 80 83 84 และ 288"นายณัฐวุฒิ กล่าว

               นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ คำพิพากษาศาลฎีกาย่อมผูกพันคู่ความคือโจทก์ ได้แก่ พนักงานอัยการ และจำเลยทั้ง 2 รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามคำวินิจฉัยของศาลฎีกา คือสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งหน่วยงานดังกล่าวมีหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลฎีกาต่อไป              
              นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า แกนนำ นปช. จึงมีแนวทางดำเนินการทั้งทางกฎหมายและด้านอื่น ๆ เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม ให้ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังนี้ 1 ผู้เสียหายในดคีนี้จะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อ อสส.ในสัปดาห์หน้าเพื่อให้ส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช. เพื่อไต่สวนความผิดของจำเลยทั้ง 2 ว่ากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 หรือไม่ตามคำพิพากษาศาลฎีกา หากป.ป.ช.อ้างว่าต้องมีพยานหลักฐานใหม่ก็ต้องรับฟังว่า  

             "ขณะนี้ได้มีพยานหลักฐานใหม่ที่สำคัญ ซึ่งคำพิพากษาศาลฎีกาชี้ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่าเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองระหว่างวันที่ 7 เม.ย.-19 พ.ค.53 ทั้งเวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน สาเหตุที่มีบุคคลถึงแก่ความตายและมีผู้ได้รับอันตรายสาหัสเกิดการปฏิบัติการทางทหารในการผลักดันผู้ชุมนุม สลายการชุมนุม กระชับพื้นที่หรือขอคืนพื้นที่โดยเจ้าหน้าที่ทหารใช้อาวุธปืนจริงตามคำสั่งของจำเลยที่ 1 และสำนวนการไต่สวนชันสูตรพลิกศพซึ่งทั้ง 2 กรณียังไม่เคยมีในการไต่สวนครั้งก่อน ประกอบการหลักฐานอื่น ตามอำนาจหน้าที่ของ อสส. นอกจากนี้เห็นว่า ป.ป.ช.ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยการไต่สวนจำเลยทั้ง 2 ตามมาตรา 157 ตามที่ศาลฎีกาตัดสินทันที แม้จะยังไม่มีผู้ร้องหรือยังไม่ได้รับเรื่องจาก อสส.ก็ตาม"นายณัฐวุฒิ กล่าว

              นายณัฐวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า  หากป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดตามมาตรา 157 อสส.ต้องนำคำสั่งฟ้องเดิม ซึ่งมีคำสั่งฟ้องจำเลยทั้ง 2 ไว้แล้ว ฐานเจตนาฆ่าร่วม สำนวนของ ป.ป.ช. เพื่อเข้าสู่การพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป ในกรณีที่เห็นว่า อสส.และป.ป.ช.มิได้มีการปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตก็จะดำเนินมาตรการทางกฎหมายกับทั้ง 2 หน่วยงานในทุกบทบัญยัติของกฎหมาย เช่น เอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 หรือตามมาตรา 236 ที่ระบุให้รวบรวมรายชื่อประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวน 2 หมื่นชื่อ หรือจะดำเนินการให้ถึง 1 ล้านชื่อ เพื่อตั้งกรรมการไต่สวนอิสระต่อ ป.ป.ช. และหากดำเนินการตามแนวทางดังกล่าวแล้วยังไม่ปรากฎความยุติธรรมฝ่ายกฎหมายจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติในทุกจุดทุกเหตุการณ์ที่มีผู้สูญเสียตามคำวินิจฉัยแรกของ ป.ป.ช.ทุกกรณีตามพยานหลักฐานต่อไป                   
           “เรื่องนี้เราไม่มีเป้าหมายแอบแฝงทางการเมืองอื่น เราจะไม่มีการเคลื่อนไหวเดินขบวนหรือปลุกระดมใด ๆ แต่ถ้าปลุกได้อยากปลุกสังคมไทยให้ตื่นมารับรู้ความจริงว่าคนถูกฆ่าตายเกือบร้อยคนกลางเมืองหลวง ผ่านไป 7 ปียังเข้าถึงความยุติธรรมไม่ได้ และวันนี้ยังไม่รู้ด้วยว่าความยุติธรรมจะมาถึงเมื่อไร ผมต้องการให้คดีนี้ไปถึงการพิจารณาในชั้นศาล เมื่อกระบวนการพิจารณาและคำพิพากษาเป็นอย่างไร พวกผมเคารพและพร้อมรับ” นายณัฐวุฒิ กล่าว
           นางธิดา กล่าวว่า  นอกจากมาตรการทางกฎหมายแล้ว เรายังจะมีมาตรการทางสังคม การทำความจริงให้ปรากฏและเปรียบเทียบคำวินิจฉัยแห่งคดี เป็นเรื่องที่เราต้องทำและเนื้อหาสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องนำเสนอต่อสังคมไทยและเวทีโลก ควรจะต้องมีการจัดเวทีวิชาการในทุกระดับทั่วประเทศให้นักวิชาการ ฝ่ายกฎหมาย และผู้เกี่ยวข้องได้ถกเถียงกันในประเด็นนี้เพื่อให้ความยุติธรรมขยายไปอย่างกว้างขวาง นี่ไม่ใช่ภารกิจของ นปช.อย่างเดียวแต่เป็นภารกิจของประชาชนที่จะกดดันให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นได้ ไม่ใช่การเคลื่อนไหวทางการเมือง เพราะไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของคนใดคนหนึ่ง แต่ต้องการให้เกิดหลักนิติธรรมขึ้นในประเทศนี้

           นพ.เหวง กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. เปิดเผยสำนวนการไต่สวนคดีสลายการชุมนุม นปช.ของนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ อดีตประธาน ป.ป.ช.ต่อสาธารณะ ซึ่งพวกตนพร้อมที่จะไล่ดูสำนวนทุกตัวอักษร เพื่อดูว่ามีพยานหลักฐานใหม่หรือไม่ เพราะเราเชื่อว่านายปานเทพทำสำนวนไม่ครอบคลุมและยังตกหล่นอยู่
             


เปิดอ่าน