
ชง"บิ๊กตู่"ตั้งตั้งหน่วยงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ
นศ.วปอ.รุ่น 59 แถลงยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ระบุอนาคตของไทยยังประสบความขัดแย้ง-การเมืองขาดเสถียรภาพ ชง "ประยุทธ์" ตั้งตั้งหน่วยงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ
14 ก.ย. 60 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เป็นประธานร่วมรับฟังการแถลงยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ตั้งแต่ปี 2561-2580 ของนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร หรือ วปอ. รุ่นที่ 59 ประจำปี 2560 จำนวน 281 คน โดยมี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและ ผบ.เหล่าทัพ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีฯ
โดย ยุทธศาสตร์ของนักศึกษา วปอ.ระบุถึงผลประโยชน์แห่งชาติและเป้าหมายระยะยาวของชาติพร้อมทั้งกำหนดวิธีการหรือแนวทางที่ชัดเจนเพื่อบรรลุเป้าหมาย ใช้กำลังอำนาจแห่งชาติเป็นเครื่องมือดำเนินการการจัดทำยุทธศาสตร์ระยะ 20 ปีตามรัฐธรรมนูญถือเป็นเรื่องสำคัญและเป็นวาระแห่งชาติ เป็นกรอบพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน จำนวน 6 ด้าน คือ 1.ยุทธศาสตร์เฉพาะด้านความมั่นคงแห่งชาติ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 2.ยุทธศาสตร์เฉพาะด้านเศรษฐกิจสังคมและพลังงาน 3.ยุทธศาสตร์เฉพาะด้านทุนมนุษย์และคุณภาพชีวิต 4.ยุทธศาสตร์เฉพาะด้านความเป็นธรรมในสังคม 5.ยุทธศาสตร์เฉพาะด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ 6.ยุทธศาสตร์เฉพาะด้านการเมืองการปกครองและระบบบริหารจัดการภาครัฐ ซึ่งสอดคล้องกับกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
นักศึกษา วปอ.ยังวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทั้งภายนอกและภายในประเทศ พบปัญหาสำคัญระดับชาติ 6 ด้านคือ 1.ปัญหาความขัดแย้งภายใน การเผชิญภัยคุกคาม หรือความท้าทายร่วมสมัยและความเสี่ยงจากภัยคุกคามตามแบบที่ยังอาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต 2.ประเทศไทยติดกับดักรายได้ปานกลางการส่งออกและการลงทุนจากต่างประเทศ ตลอดจนการค้าการลงทุนของภาคเอกชนชะลอตัว การใช้จ่ายภาคครัวเรือนลดลง แต่หนี้ภาคครัวเรือนกลับเพิ่มขึ้น
3.คุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ยังไม่เพียงพอต่อการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 4.ปัญหาความเหลื่อมล้ำหรือความไม่เสมอภาคในสังคม 5.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมหรือถูกทำลายโดยไม่ได้รับการอนุรักษ์อย่างถูกต้อง 6.การเมืองการปกครองขาดเสถียรภาพและความต่อเนื่อง และระบบบริหารจัดการภาครัฐไม่สอดคล้องหรือเพื่ออำนวยต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาวตามยุทธศาสตร์ชาติ
นักศึกษา วปอ.ได้ให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายระดับชาติให้กับภาครัฐเพื่อให้ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี บรรลุเป้าหมายระยะยาวของชาติ แบ่งออกเป็น 8 ด้าน คือ 1.ด้านกระบวนการโครงสร้าง และระบบบริหารจัดการยุทธศาสตร์ที่สมบูรณ์ครบวงจร ต่อเนื่องเพื่อให้การดำเนินอย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ รวมถึงการเร่งรัดกำหนดโครงสร้างยุทธศาสตร์ของชาติเชิงบูรณาการและแนวทางในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติที่ชัดเจน จัดให้มีระบบบริหารจัดการยุทธศาสตร์เชิงบูรณาการ เพื่อให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับภารกิจอำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบของหน่วยที่เกี่ยวข้อง
2.ด้านองค์ความรู้แนวทางและวิธีการในการกำหนดยุทธศาสตร์ กำหนดให้มีศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ชาติหรือสถาบันการศึกษาระดับชาติที่เหมาะสม ฝึกอบรมบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดบริหารจัดการยุทธศาสตร์ชาติทั้งกระบวนการ รวมถึงคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ควรกำหนดตัวแบบมาตรฐานในการจัดทำยุทธศาสตร์เชิงบูรณาการเพื่อให้เกิดความชัดเจนและความน่าเชื่อถือในการดำเนินการ
3.ด้านกรอบแนวคิดและเนื้อหาของยุทธศาสตร์ชาติ นายกรัฐมนตรีต้องแต่งตั้งคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีในการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติมีหน้าที่สรรหาหรือสร้างสรรค์ แนวคิดหลักเพื่อใช้เป็นกรอบแนวคิดในการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ รวมถึงแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ชาติในรายละเอียด โดยรับแนวคิดหลักมาจากคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เพื่อจัดทำภาพอนาคตของประเทศในอีก 20 ปีข้างหน้า ที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องและเข้าใจตรงกัน
4.ด้านระบบบริหารจัดการภาครัฐและการบูรณาการยุทธศาสตร์ชาติ ควรปรับปรุงมีเพียงระบบเดียว ชัดเจน นำไปสู่ความเป็น Digital Government อย่างแท้จริง ภาครัฐควรนำหลักการเงื่อนไขของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการบริหารจัดการภาครัฐ 5.ด้านการแปลงยุทธศาสตร์ชาติเป็นการปฏิบัติ 6.ด้านการพัฒนาและการบริหารจัดการบุคลากรภาครัฐ ต้องเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ปลูกจิตสำนึกและอุดมการณ์ในการทำงานเพื่อส่วนรวม
7.ข้อเสนอแนะด้านการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และการสื่อสารทางยุทธศาสตร์ ภาครัฐสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมไทยและประเทศไทยควรสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมโลกในความมุ่งมั่นจริงจังของทุกฝ่ายที่จะดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ และ 8.ข้อเสนอแนะด้านการตรวจสอบและประเมินผลยุทธศาสตร์ชาติ ภาครัฐควรเร่งรัดปรับปรุงการประเมินผลยุทธศาสตร์ชาติให้เป็นไปอย่างจริงจังและเที่ยงตรง มีการเพิ่มการทบทวนปรับปรุงแก้ไขยุทธศาสตร์ในห้วงระยะเวลาที่เหมาะสม และจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบประเมินผลยุทธศาสตร์ชาติเป็นแนวงานอิสระที่ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ตรวจสอบความก้าวหน้า และประเมินยุทธศาสตร์ชาติโดยผู้ตรวจสอบควรเป็นผู้แทนของทุกภาคส่วนที่เป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย
ทั้งนี้ นักศึกษา วปอ. ยังมองว่า หากยุทธศาสตร์ชาติประสบความสำเร็จ จะทำให้ประเทศชาติประชาชนทุกภาคส่วนได้รับผลประโยชน์จากความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ทั้งความมั่นคงแห่งชาติ และสถาบันหลัก ความมั่นคงจากทางเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีเสถียรภาพประโยชน์ รวมถึงประเทศที่เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ของประเทศไทยและความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น.



