"สรยุทธ"เฮศาลให้ประกันห้ามออกตปท.-มาร์คบรรยายมธ.นศ.ป่วน

การเมือง  :  13 ก.ย. 2560
ศาลให้ประกัน, สรยุทธ, บิ๊กป๊อก

ศาลให้ประกัน “สรยุทธ” วางกฎห้ามออกนอกประเทศ “บิ๊กป๊อก” ขีดเส้น 15 วันสอบปมยกที่ป่าชุมชนห้วยเม็กให้เอกชน มาร์ค”เจอนศ.ถามเด็ก 17 ตายคดีสั่งสลายชุมนุมปี53

 

      ความคืบหน้าภายหลังที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อายุ 51 ปี อดีตพิธีกรรายการข่าวชื่อดังและกก.ผจก.บจก.ไร่ส้ม ที่สนับสนุนพนักงาน อสมท ซึ่งทำหน้าที่จัดคิวโฆษณา ปฏิบัติหน้าที่มิชอบที่ไม่รายงานการโฆษณาเกินจริง กระทั่งทำให้ อสมท เสียหาย ไปเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2560 ซึ่งศาลพิพากษายืนจำคุกนายสรยุทธและจำเลยร่วม 3 คน พร้อมกับปรับ บจก.ไร่ส้ม โดยนางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด หรือนางชนาภา บุญโต พนักงานจัดทำคิวโฆษณา จำเลยที่ 1, นายสรยุทธ จำเลยที่ 3 และ น.ส.มณฑา ธีระเดช อายุ 45 ปี พนักงาน บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 4 โดยจำเลยทั้งหมดไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างฎีกาคดี เนื่องจากศาลฎีกาเห็นว่าคดีต้องห้ามฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงและคดีอัตราโทษสูง ซึ่งหากจะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องมีผู้พิพากษาในสำนวน หรืออัยการสูงสุดเซ็นรับรองเท่านั้น

     ล่าสุดเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 12 กันยายน ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลได้อ่านคำสั่งของศาลฎีกา ที่นายสรยุทธ จำเลยที่ 3 และ น.ส.มณฑา จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา หลังจากเมื่อช่วงเช้า ได้มีผู้พิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตฎีกาซึ่งศาลอาญาคดีทุจริตฯ ได้รับคำฎีกาและสำนวนคดีทั้งหมดส่งให้ศาลฎีกาแล้ว โดยคำสั่งขอปล่อยชั่วคราวนั้น ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า ในชั้นนี้เห็นควรให้อนุญาตปล่อยชั่วคราว ตีราคาประกันคนละ 5 ล้านบาท และกำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล และให้จำเลยทั้งสองต้องมารายงานตัวต่อศาลทุก 3 เดือน ทั้งนี้ การให้ประกันตัวดังกล่าวจำเลยทั้งสองได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นสมุดบัญชีเงินฝากคนละ 5 ล้านบาท

 

"สรยุทธ"เฮศาลให้ประกันห้ามออกตปท.-มาร์คบรรยายมธ.นศ.ป่วน

‘บิ๊กตู่’ปัดดึงเกมเลื่อนโรดแม็พ

     ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคสช. และการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงความคืบหน้าการนำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยพรรคการเมือง ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ว่า มี 2 ฉบับที่ทูลเกล้าฯ ถวายเรียบร้อยแล้ว คือ ร่างพ.ร.ป.คณะกรรมการการเลือกตั้ง และร่างพ.ร.ป.พรรคการเมือง อีก 2 ฉบับที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง และที่มา ส.ว.-ส.ส. ยังร่างกันอยู่ไม่เสร็จ หลายคนไปกล่าวว่าตนจะดึงได้อย่างไร ถ้าไม่เสร็จก็แสดงว่ามีปัญหาอยู่ แล้วทำไมจะต้องเร่งเรื่องที่มีปัญหาให้เสร็จเร็วๆ ยังอยู่ในกรอบเวลาทั้งหมด ดึงไม่ได้อยู่แล้ว ก็เห็นอยู่ว่ามีพิจารณาในคณะกรรมาธิการ 3 คณะ มีข้อโต้แย้งข้อสังเกตมากมายต้องปรับแก้กันไปมาก็แล้วแต่ ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่แล้ว อย่ามากังวลมากนักเลย หลายคนกังวล จบเรื่องโน้นไปเรื่องนี้ ท้ายสุดมีปัญหาเรื่องของใครก็กลับมาหา ก็เป็นอย่างนี้เพราะมันต้องหาจำเลยสักคน ไม่ใช่จำเลยใครทั้งสิ้น เพราะยังไม่ได้ทำอะไรที่ไม่ถูกต้องตามขั้นตอนโรดแม็พ ใครจะมองอย่างไรก็แล้วแต่ รู้แก่ใจตัวเอง

 

สั่งสืบคนพา‘ยิ่งลักษณ์’หนี

    พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังติดตามอยู่ ซึ่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ก็ได้ให้ข้อมูลไปแล้ว ทั้งในเรื่องเกี่ยวกับกล้องซีซีทีวี ที่ทำให้เห็นถึงเส้นทางการหลบหนี แต่ไม่พบว่าข้ามแดนไปในช่องทางใด ซึ่งต้องมีผู้ให้การสนับสนุนในการหลบหนีอยู่แล้วที่ต้องสืบต่อว่าเป็นใคร แต่ยืนยันว่าไม่ใช่รัฐบาล คสช. และฝ่ายความมั่นคงแน่นอน อย่างไรก็ตามมีการออกหมายจับแล้วในเรื่องการหลบหนีไม่ฟังคำพิพากษาของศาล แต่ตามกฎหมายฉบับใหม่ก็สามารถอุทธรณ์ได้แต่ตัวต้องอยู่ ทั้งนี้รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้แต่ไม่อยากให้เป็นประเด็น

  

 

"สรยุทธ"เฮศาลให้ประกันห้ามออกตปท.-มาร์คบรรยายมธ.นศ.ป่วน

 

 

"ศรีวราห์”แฉแผนพา “ปู” หนี

     ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.) ด้านความมั่นคง กล่าวว่า ขณะนี้มีความคืบหน้า โดยวันที่ 23 สิงหาคม พบรถเข้าออกบ้านพัก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในซอยโยธินพัฒนา 3 รวม 20 คัน แต่ขณะนี้พบรถยนต์ต้องสงสัยในการพา น.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนี 2 คัน โดยในวันที่ 23 สิงหาคม เวลาประมาณ 14.00 น. พบรถคันแรกออกจากบ้านพักในซอยโยธินพัฒนา 3 มีผู้หญิงโดยสารในรถ มีคนขับให้ แล้วขับไปที่ย่านมีนบุรี กทม. โดยผู้หญิงลงจากรถคันที่นั่งออกจากบ้าน เปลี่ยนขึ้นรถคันใหม่ที่มารอรับ มีคนขับอีกคน มุ่งหน้าไปยัง จ.สระแก้วในทันที แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ชัดว่าผู้หญิงคนดังกล่าวคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ใช่หรือไม่ เพียงแต่สงสัย เพราะกล้องวงจรปิดที่ได้อยู่ไกล มองเห็นไม่ชัด

     รองผบ.ตร.กล่าวว่า รถคันดังกล่าวออกจากมีนบุรีไปถึง จ.สระแก้วหลังเวลา 22.00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองปิดแล้ว หลังจากนั้นก็ยังไม่สามารถระบุได้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปไหนต่อ เช่นเดียวกับยังไม่สามารถยืนยันว่าออกนอกประเทศแล้วหรือไม่ ส่วนรถคันต้องสงสัยที่ว่าพาหนี จะใช่รถคันเดียวกับที่สื่อมวลชนนำเสนอ อ้างว่ากล้องวงจรปิดที่ จ.สระแก้ว จับภาพได้หรือไม่ ยังไม่สามารถระบุได้เพราะยังไม่เห็นภาพรถที่สื่อเสนอ รถที่ตามอยู่จะเป็นรถอะไรก็บอกไม่ได้ บอกแค่ว่าติดตามอยู่ทั้ง 2 คัน และไม่ขอตอบว่าขณะนี้พบรถต้องสงสัยแล้วหรือไม่ เรื่องอยู่ในสำนวน ทั้งนี้รถคันต้องสงสัยผ่านเส้นทางด่านตรวจหลายจุด ซึ่งทำให้เราได้ข้อมูลจากจุดตรวจเหล่านี้

"สรยุทธ"เฮศาลให้ประกันห้ามออกตปท.-มาร์คบรรยายมธ.นศ.ป่วน

‘บิ๊กป๊อก’จ่อเพิกถอนปมป่าห้วยเม็ก

     วันเดียวกัน เมื่อเวลา 08.40 น. ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเซ็นอนุมัติยกป่าชุมชนในที่สาธารณะห้วยเม็ก 31 ไร่ ใน อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ให้แก่บริษัทกลุ่มกระทิงแดงว่า เรื่องการขอใช้ที่ดินสาธารณประโยชน์ สามารถขอได้ไม่ว่าจะเป็นเอกชน ราชการ ภาคประชาชน โดยขอใช้ได้ตามระเบียบ 5 ปี แต่หากทำผิดเงื่อนไข สามารถเพิกถอนได้ในทันที ซึ่งกระบวนการเรื่องนี้จะต้องทำประชาพิจารณ์ แล้วส่งเรื่องมายังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) แล้วมาสู่คณะกรรมการจังหวัดซึ่งมีกว่า 10 หน่วย จากนั้นจึงส่งเรื่องมายังกรมที่ดินแล้วมาเข้าระดับกระทรวง ยืนยันว่าการดำเนินการตามกระบวนการเหล่านี้ถูกต้องตามขั้นตอน โดยเมื่อช่วงดึกของวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมาได้ตรวจสอบเรื่องนี้ทั้งคืนแล้วพบว่า มีประชาชนเห็นคัดค้านกับเรื่องดังกล่าว แต่เหตุใดไม่มีเอกสารที่ประชาชนไม่เห็นด้วยส่งขึ้นมา ตรงนี้ต้องไปตรวจสอบในระดับจังหวัด โดยจะต้องตรวจสอบคณะกรรมการทั้งหมดว่า รู้เรื่องนี้หรือไม่ ซึ่งหากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่เป็นไปตามเงื่อนไขจะต้องดำเนินการยกเลิกการขอใช้พื้นที่ดังกล่าวโดยทันที 

ลั่นค้านแค่คนเดียวเพิกถอนทันที

    “จากการตรวจสอบก็น่าจะเป็นจริงตามที่ประชาชนแสดงความไม่เห็นด้วยจริง แต่เอกสารกรมที่ดินยืนยันว่าไม่มีเอกสารที่เกี่ยวกับความไม่เห็นด้วยของประชาชน ซึ่งเช้าวันนี้รองอธิบดีกรมที่ดินได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลว่าทำไมถึงไม่มีเอกสารที่ประชาชนไม่เห็นด้วย ผมยืนยันว่าคนเดียวก็ไม่ให้แล้ว ถ้าไม่เห็นด้วยแค่คนเดียว เพราะมันเป็นที่สาธารณะร่วมกัน ทำไมถึงไม่มีเอกสารขึ้นมา ก็ต้องตรวจสอบทั้งหมดตั้งแต่ระดับจังหวัด รวมถึงคณะกรรมการทั้งหมดได้รู้เรื่องนี้หรือไม่ และเมื่อตรวจสอบยืนยันได้ว่ามีประชาชนไม่เห็นด้วยก็จะดำเนินการเพิกถอนคำสั่งทันที ในเมื่อประชาชนที่ใช้ประโยชน์ในที่สาธารณะได้รับความเดือดร้อน ก็มีเหตุให้ยกเลิกคำสั่ง และต้องหาคนทำผิดให้ได้” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว

 

"สรยุทธ"เฮศาลให้ประกันห้ามออกตปท.-มาร์คบรรยายมธ.นศ.ป่วน

 

“บิ๊กตู่”ไม่รู้กระทิงแดงขอใช้ป่า

     ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีบริษัทในเครือกระทิงแดง ถูกกล่าวหาว่ารุกที่ป่าชุมชนห้วยเม็ก จ.ขอนแก่น ว่า เพิ่งทราบว่าเป็นบริษัทในเครือนี้ และได้สอบถาม รมว.มหาดไทย ก็บอกว่าไม่ทราบเช่นเดียวกัน ซึ่งขณะนี้กำลังสอบสวนข้อเท็จจริงอยู่ ว่าที่ผ่านมาไม่มีข้อมูลแนบท้ายหรืออย่างไร แล้วมีปัญหาอะไรหรือไม่ ซึ่งกรณีนี้เป็นการทำงานปกติ ที่เริ่มจากท้องถิ่น อำเภอ และผู้ว่าราชการจังหวัด ที่เสนอขึ้นมาขอใช้พื้นที่ จึงไม่รู้ว่าเป็นลูกหลานใคร ขออย่าเอาไปเป็นประเด็นเกี่ยวข้องกัน ส่วนกรณีที่มีชาวบ้านบางส่วนแจ้งว่าถูกสวมชื่อในการประชาพิจารณ์นั้น ถามว่ามีคนร้องเรียนจำนวนเท่าไหร่ แต่การทำประชาพิจารณ์ต้อง 16 ล้านกว่าเสียง ซึ่งกระทรวงมหาดไทยกำลังตรวจสอบอยู่ แต่ไม่ใช่ว่ามีข่าวอย่างนี้มาแล้วทั้งหมดจะล้มเหลว ประชาพิจารณ์ไม่ถูกต้อง ทำงานอย่างนี้ก็ตายเหมือนกัน จึงต้องไปดูใครผิดใครถูก ถ้าผิดจริงก็ตัดคนเหล่านี้ออกไป ไม่ใช่ว่าถูกสวมสิทธิ์ทั้งหมด คิดแบบนี้ ไม่เช่นนั้นทำงานไม่ได้

“มาร์ค”ปาฐกถาที่ธรรมศาสตร์

     เมื่อเวลา 10.30 น. ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ปาฐกถาในหัวข้อ “จากนักวิชาการสู่นายกรัฐมนตรี ภาพการเมืองที่เปลี่ยนไปของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ว่าในปัจจุบันสังคมยังไม่ได้พิจารณาถึงวิสัยทัศน์ที่จะเดินหน้าประเทศไทยอย่างชัดเจน ในตอนนี้เห็นว่าแม่น้ำ 5 สายนั้น พยายามจะทำให้โครงสร้างการเมืองกลับไปก่อนปี 2535 อาทิ การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี โดยมี ส.ว.ร่วมด้วย ซึ่งบางคนก็เรียกระบบนี้ว่า เปรมโมเดล และล่าสุดพูดเรื่องรัฐบาลแห่งชาติ ที่จะเอาคนกลางเข้ามา ซึ่งมองว่าแนวคิดนั้นเป็นไปได้ยากมาก เพราะในปัจจุบันประชาชนมีความตื่นตัวในเรื่องสิทธิเสรีภาพมาก มีความตื่นตัวตอนไปเลือกตั้งมากกว่าแต่ก่อน ที่ผ่านมาการรัฐประหารทั้ง 2 ครั้ง ทั้งปี 2549 และปี 2557 นั้น ยอมรับว่าปัญหาส่วนหนึ่งก็มาจากนักการเมือง ดังนั้น อยากให้มองภาพความเป็นจริงว่าจะแก้ไขปัญหาตรงนี้อย่างไร ปัญหาของประเทศนั้นไม่ได้อยู่ที่ตัวกฎหมาย แม้จะร่างกฎหมายมาดีเท่าไร แต่ถ้าคนจะหาช่องทางทุจริตมันก็ทำได้ ดังนั้น การแก้ปัญหาจะอยู่ที่วัฒนธรรมทางการเมือง ในต่างประเทศนั้นเขาไม่มีการบังคับว่านักการเมืองต้องมาสภา แต่เป็นเรื่องที่อยู่ในจิตใต้สำนึกอยู่แล้วว่าต้องทำหน้าที่

"สรยุทธ"เฮศาลให้ประกันห้ามออกตปท.-มาร์คบรรยายมธ.นศ.ป่วน

ชี้ “บิ๊กตู่” ลงสมัคร ส.ส.ไม่ได้

      เมื่อถามว่า ทิศทางการนำประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นความต้องการของประชาชนจริงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่ทราบว่า พล.อ.ประยุทธ์จะมีบทบาท มีส่วนร่วมในกระบวนการการเลือกตั้งอย่างไร เพราะว่า พล.อ.ประยุทธ์ สมัครลงเลือกตั้ง ส.ส.ไม่ได้ ก็ไม่ทราบว่า ท่านจะยินยอมให้พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ที่ผ่านมาเรียกร้องมาโดยตลอดว่าจะให้ ส.ส.รวบรวมเสียงข้างมากเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีก่อน เพราะว่าต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชนที่เลือก ส.ส.เข้ามา

 

นศ.ชูป้ายประท้วงสลายชุมนุมปี53 

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการปาฐกถา มีนักศึกษาประมาณ 4 คน โดยนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน มาชูป้ายต่อต้าน โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการสลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 ซึ่งนายอภิสิทธิ์ได้กล่าวขอบคุณที่มาแสดงความเห็น และขอบคุณที่ไม่แสดงออกอย่างรุนแรง แต่ปัญหาในตอนนั้นก็คือว่ามีผู้ติดอาวุธแฝงอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม ทำให้การแก้ไขสถานการณ์ทำได้ยาก อันที่จริงก็ถูกวิจารณ์จากอีกฝ่ายว่าทำไมส่งทหารไม่มีอาวุธเข้าไปในวันที่ 10 เมษายน 2553 ทำให้เกิดความสูญเสีย โดยพยายามอธิบายได้ทำตามขั้นตอนของกฎหมายในการแก้ปัญหา ซึ่งต่อมาหลังจากเหตุการณ์การยิงอาวุธจากทางฝั่งผู้ชุมนุมแล้ว เจ้าหน้าที่ก็ไม่มีทางเลือกต้องขอติดอาวุธเพื่อเข้าปฏิบัติการต่อไป แต่การปฏิบัติการนั้นต้องมีขั้นตอน มีการออกคำสั่งว่าจะสามารถใช้อาวุธได้ในตอนไหน

     “ขอย้ำว่าพยายามจะหลีกเลี่ยงความสูญเสีย แต่เมื่อมีการใช้อาวุธกลับมา มันก็ยากที่จะเลี่ยงความสูญเสีย ซึ่งทุกวันนี้ก็มีวาทกรรมมาต่อว่าอยู่แม้ว่าศาลจะได้ตัดสินไปแล้วก็ตาม ดังนั้น ขอตั้งคำถามถามว่าแทนที่จะใช้วาทกรรมมาชี้หน้ากันว่าอีกฝ่ายขี้โกง เป็นฆาตกร ทำไมไม่มาพูดคุยกันแบบปัญญาชน มาค้นหาความจริงกันดีกว่าว่ามันคืออะไร ผมยึดมั่นในคำขวัญของพรรคประชาธิปัตย์ว่าให้อยู่กับความจริง ถ้าเรายึดมั่นอยู่กับความจริงแล้ว สักวันหนึ่งสิ่งที่เรายึดมั่นก็จะได้รับการพิสูจน์” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว

เกือบวุ่นโดนถามประเด็นเด็ก17ตาย

     ภายหลังการบรรยาย นายพริษฐ์เข้าไปถามว่า “คิดอย่างไรกับการที่เด็กอายุ 17 ถูกยิงตายที่รางน้ำ” โดยนายอภิสิทธิ์ตอบว่า “ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ” 

     ทั้งนี้ นายพริษฐ์ พยายามสอบถามโดยระบุ 3 คำถามต่อนายอภิสิทธิ์ ว่า 1.วันนี้ท่านบอกว่าท่านเริ่มต้นชีวิตการเมืองในช่วง รสช. โดยมีแรงบันดาลใจว่าท่านจะสู้เพื่อไม่ให้มีการยึดอำนาจเกิดขึ้นมาอีก 2.ท่านบอกว่าท่านเติบโตมาพร้อมกับเหตุการณ์ 14 ตุลา 6 ตุลา พฤษภาทมิฬ ทุกเหตุการณ์ล้วนแต่มีเลือด มีคนตาย เหตุใดในระหว่างที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านจึงปล่อยให้มีการสังหารคน 99 ศพ รวมถึง เด็ก สตรี และคนชรา ทั้งๆ ที่เหตุการณ์นี้มีคนตายมากกว่าครั้งอื่นๆ ที่ท่านบอกว่าทำให้ท่านสะเทือนใจเสียอีก 3.ท่านบอกว่าบางทีพวกผมก็เข้าใจผิดหรือบิดเบือนเจตนารมณ์ ทำให้เกิดความแตกแยก อยากจะถามท่านว่า หลายครั้งที่ท่านให้สัมภาษณ์โจมตีฝ่ายตรงข้าม/คนคิดต่าง จะถือว่าเป็นการบิดเบือน ยุยงให้แตกแยกหรือไม่ ขออภัยที่ไม่ได้ถามต่อหน้าวันนี้ เพราะเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวาย และหวังว่าท่านจะมีคำตอบที่ชัดเจนสำหรับคำถามที่ว่า

 

"สรยุทธ"เฮศาลให้ประกันห้ามออกตปท.-มาร์คบรรยายมธ.นศ.ป่วน

แง้มไม่ปิดช่องรัฐบาลแห่งชาติ

     ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เปิดเผยว่า ไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับข้อเสนอการตั้งรัฐบาลแห่งชาติของนายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แต่สำหรับข้อสงสัยบางประการว่าบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ปี 2560 เปิดทางให้เกิดการตั้งรัฐบาลแห่งชาติได้หรือไม่นั้น ส่วนตัวคิดว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 ก็ไม่ได้บัญญัติข้อห้ามแต่อย่างใด

     นายมีชัย กล่าวว่า การจัดตั้งรัฐบาลโดยหลักขึ้นอยู่กับเสียงข้างมากของพรรคการเมืองภายหลังการเลือกตั้งว่าจะตกลงกับพรรคการเมืองที่มีส.ส.อย่างไรก็ได้ว่าอยากได้เสียงในสภาผู้แทนราษฎรมากหรือน้อย เช่นเดียวกันหากทุกพรรคการเมืองเห็นตรงกันว่าถ้าจะให้สภาผู้แทนราษฎรไม่ต้องมีบุคคลมาทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรก็สามารถทำได้เช่นกัน ซึ่งทั้งหมดอยู่ที่การตกลงกันของพรรคการเมือง เพียงแต่การเลือกบุคคลที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด

ครม.แต่งตั้งผู้ว่าฯ 22 จังหวัด

     วันเดียวกัน มีรายงานว่าคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการตำแหน่งบริหารระดับสูง (ผู้ว่าราชการจังหวัด) เป็นการแต่งตั้งจากการสรรหาข้าราชการตำแหน่งบริหารระดับต้น (รองผู้ว่าฯ-รองอธิบดี) 26 ตำแหน่ง ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ โดยมีผู้ว่าฯ ว่างอยู่ 22 ตำแหน่ง 1.นายสยาม ศิริมงคล รองผู้ว่าฯ สมุทรปราการ เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง 2.นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ รองผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง 3.นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองผู้ว่าฯ ปทุมธานี เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง 4.นายสมคิด จันทมฤก ผู้ช่วยผู้ตรวจราชการมท.เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง 5.นายธัชชัย สีสุวรรณ รองผู้ว่าฯ พิษณุโลก เป็นผู้ว่าฯ กำแพงเพชร 6.นายประจญ ปรัชญ์สกุล รองผู้ว่าฯ พะเยา เป็นผู้ว่าฯ พะเยา 7.นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ รองผู้ว่าฯ เพชรบุรี เป็นผู้ว่าฯ แพร่ 8.นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นผู้ว่าฯ ลำพูน 9.นายเสถียรพงศ์ มากศิริ รองผู้ว่าฯ สุพรรณบุรี เป็นผู้ว่าฯ อุตรดิตถ์ 10.นายไกรสร กองฉลาด รองผู้ว่าฯ เพชรบูรณ์ เป็นผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์

       11.นายณรงค์ วุ่นซิ้ว รองผู้ว่าฯ นครราชสีมา เป็นผู้ว่าฯ ชัยภูมิ 12.นายไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ รองผู้ว่าฯ นครพนม เป็นผู้ว่าฯ มุกดาหาร 13.นายนิกร สุกใส รองผู้ว่าฯ อุบลฯ เป็นผู้ว่าฯ ยโสธร 14.นายรณชัย จิตรวิเศษ รองผู้ว่าฯ กาญจนบุรี เป็นผู้ว่าฯ หนองคาย 15.พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร รองผู้ว่าฯ สิงห์บุรี เป็นผู้ว่าฯ กระบี่ 16.นายสุรพร พร้อมมูล รองผู้ว่าฯ นราธิวาส เป็นผู้ว่าฯ นราธิวาส 17.นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ รองผู้ว่าฯ ยะลา เป็นผู้ว่าฯ พัทลุง 18.นายอนุชิต ตระกูลมุทุตา รองผู้ว่าฯ สงขลา เป็นผู้ว่าฯ ยะลา 19.นายวิชวุทย์ จินโต รองผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี เป็นผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี 20.นายจีระเกียติ ภูมิสวัสดิ์ รองผู้ว่าฯ กำแพงเพชร เป็นผู้ว่าฯ กาญจนบุรี  21.นายรณภพ เหลืองไพโรจน์ รองอธิบดีกรมการปกครอง เป็นผู้ว่าฯ ชัยนาท 22.นายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ รองผู้ว่าฯ เลย เป็นผู้ว่าฯ ตราด 23.นายพัลลภ สิงหเสนี รองผู้ว่าฯ ประจวบคีรีขันธ์ เป็นผู้ว่าฯ ประจวบคีรีขันธ์ 24.นายสุปกิต โพธิ์ปภาพันธ์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นผู้ว่าฯ ลพบุรี 25.นายพรพจน์ เพ็ญพาส รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นผู้ว่าฯ สระแก้ว 26.นายสุทธา สายวาณิชย์ รองผู้ว่าฯ ตาก เป็นผู้ว่าฯ สิงห์บุรี

 

ไฟเขียวอัตราใหม่ภาษีสุรา-ยาสูบ

      นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่าที่ประชุมครม.มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงการคลัง ว่าด้วยกำหนดอัตราภาษีสินค้าประเภทสุรา ยาสูบ และไพ่ ซึ่งออกตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 ฉบับใหม่ ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 16 กันยายนนี้ โดยคาดว่าจะประกาศลงราชกิจจานุเบกษาก่อนวันที่มีผลบังคับใช้ หลังจากนั้นกรมสรรพสามิตจะแถลงรายละเอียดเกี่ยวกับอัตราภาษีและพระราชบัญญัติทั้งหมดให้รับทราบอีกครั้ง ส่วนอัตราภาษีประเภทอื่นที่ ครม.เห็นชอบไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาอีก 1-2 วันนี้ ยืนยันการปรับปรุงโครงสร้างภาษีสรรพสามิตครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการเพิ่มภาระให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภค ส่วนสถานการณ์การกักตุนสินค้าได้ประสานงานผู้ประกอบการแล้ว ซึ่งการดำเนินการครั้งนี้เป็นการขยายฐานภาษีให้กว้างขึ้นเท่านั้น

     ด้านนายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง กล่าวว่า การกำหนดเพดานภาษีสุราที่จัดเก็บใหม่ขึ้นอยู่กับปริมาณแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่มแต่ละชนิด โดยหลักการเราคำนึงถึงเรื่องสุขภาพ เดิมทีโครงสร้างภาษีเหล้ากับเบียร์จะอิงตามราคาขายมากกว่าปริมาณแอลกอฮอล์ แต่ในกฎหมายฉบับใหม่ได้ให้น้ำหนักไปตามความแรงของแอลกอฮอล์มากขึ้น เช่นเดียวกับยาสูบและบุหรี่ จากเดิมคิดตามมูลค่าและตามน้ำหนัก ราคาแพงเสียสูง ราคาถูกเสียต่ำ เพื่อจะลดผู้บริโภคหน้าใหม่ แต่ได้เปลี่ยนจากคิดตามน้ำหนักมาคิดตามมูลค่าราคาขายต่อมวน ดังนั้นในเชิงปริมาณบุหรี่ราคาแพงกับราคาถูกการคิดปริมาณเท่ากัน แต่มูลค่าใครขายแพงก็ต้องเสียแพง ส่วนข้อกังวลของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่ระบุว่า อัตราภาษีใหม่จะทำให้คนหันกลับไปบริโภคเหล้ามากขึ้นนั้น อยากให้รอดูในรายละเอียดอีกทีหนึ่งก่อน เชื่อว่าการปรับอัตราภาษีครั้งนี้จะไม่ได้เปลี่ยนแปลงราคาจำหน่ายอย่างมีนัยสำคัญ

      แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า จะมีผลทำให้สุราที่มีดีกรีสูง เช่น เหล้าขาว ถูกจัดเก็บภาษีสูงขึ้น ส่วนไวน์จะจัดเก็บจากราคาขายปลีก โดยราคาที่ต่ำกว่าขวดละ 1,000 บาท จะมีอัตราการจัดเก็บถูกกว่าไวน์ที่มีราคาที่เกินกว่า 1,000 บาทต่อขวด จึงไม่เกี่ยวข้องว่าเป็นไวน์ผลิตในประเทศหรือนำเข้า ส่วนโครงสร้างการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตของบุหรี่จะมีผลให้ราคาบุหรี่ทุกชนิดเพิ่มขึ้น และทำให้ช่องว่างของบุหรี่ราคาถูกและบุหรี่ราคาแพงลดลง


เปิดอ่าน