เอ็นจีโอร่วมเป็นกก.สรรหา กสม.
กมธ.3 ฝ่ายยอมแก้ ร่างพ.ร.ป.กสม. ปมเอ็นจีโอต้องร่วมเป็นกก.สรรหา
6ก.ย.60 - นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณา(กมธ.ร่วม 3 ฝ่าย) ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้พิจารณาข้อโต้แย้งของกสม.ในประเด็นเกี่ยวกับกรรมการสรรหากสม.ที่ร่าง พ.ร.ป.ที่สนช.ให้ความเห็นชอบไปแล้วนั้น ใน มาตรา 11 วรรคสี่ ที่กำหนดว่าหากพ้นกำหนดเวลาเลือกกรรมการสรรหาที่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยแล้ว ยังไม่มีกรรมการสรรหาที่เป็นผู้แทนองค์กรเอกชนด้านสิทธิมนุษยชน ให้กรรมการสรรหาเท่าที่มีอยู่ปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อน ซึ่งนายวัส ติงสมิตร ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้ชี้แจงเหตุผลและยืนยันว่าไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 246 วรรคสี่ ที่บัญญัติให้มีผู้แทนองค์กรเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนมีส่วนร่วมในการสรรหาด้วย ปรากฏว่าที่ประชุมได้มีการถกเถียงและเห็นคล้อยตามข้อโต้แย้งของประธานกสม.ว่ามีเหตุผลฟังได้ จึงได้แก้ไขว่า ในการสรรหากสม.จะต้องมีตัวแทนองค์กรเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนร่วมเป็นกรรมการสรรหาด้วยอย่างน้อย 1 คน จากเดิมให้กรรมการสรรหาเท่าที่มีอยู่สรรหาได้เลย
นายวัลลภ ยังกล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ขัดรัฐธรรมนูญว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับกรณีที่สนช.กำหนดให้ผู้ตรวจการแผ่นดินชุดปัจจุบันอยู่ต่อจนครบวาระไม่ขัดรัฐธรรมนูญนั้น ถือว่าชัดเจนแล้ว การที่กรรมการองค์กรอิสระจะเซ็ตซีโร่หรือไม่อยู่ที่อำนาจของสนช.จะพิจารณาตามความเหมาะสมของอำนาจหน้าที่ แต่ไม่ใช่ว่าเรามีหลายมาตรฐาน อย่างเช่นที่ผ่านมาได้กำหนดให้เช็ตซีโร่กกต. ซึ่งการจะกำหนดอย่างไรจะต้องมีเหตุผลตอบสังคมได้ ไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าไม่ผิดแล้วสนช.จะทำได้ตามใจชอบ ไม่มีบรรทัดฐาน.



