ข่าว

กม.ควบรวม " 11 รัฐวิสาหกิจ" จ่อเข้าสนช.

กม.ควบรวม " 11 รัฐวิสาหกิจ" จ่อเข้าสนช.

23 ส.ค. 2560

สนช.จ่อถกกม. ควบรวม 11 รสก. เป็นบรรษัทรัฐวิสาหกิจแห่งชาติ"ครูหยุย"ชี้กม.ฉบับนี้หนักกว่าแปรรูป หวั่นเล่นแร่แปรธาตุสมบัติชาติระบุยังรับฟังความเห็นตาม ม.77ไม่ครบ

          วันที่ 23ส.ค.2560-ที่รัฐสภา  นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษก คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้า สนช.จะพิจารณาร่างพ.ร.บ.การพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ (รสก.) พ.ศ... ซึ่งกฎหมายนี้เป็นกฏหมายใหม่ ร่างขึ้นเพื่อปฏิรูปการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจให้เหมาะสมกับบริทของเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจหรือ คนร .มีอำนาจหน้าที่ในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์รัฐวิสาหกิจเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เสนอแนะให้คำปรึกษาต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายและแนวทางในการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งจัดตั้งบรรษัทรัฐวิสาหกิจแห่งชาติ ทำหน้าที่ในฐานะผู้ถือหุ้นในรัฐวิสากิจที่เป็นบริษัทแทน ทั้งนี้การเสนอร่างดังกล่าวเป็นการแก้ปัญหาการตั้งบุคคลหรือพรรคพวกเข้ามาเป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจ และบางคนก็ไม่ความรู้ความสามารถเกี่ยวกับรัฐวิสาหกิจ ทำให้รัฐวิสาหกิจไม่พัฒนา ทำให้การบริหารขาดทุน

        ด้านนายวัลลล ตังคณานุรักษ์ สนช. กล่าวว่า เท่าที่ดูกฏหมายฉบับบนี้จะรวมรัฐวิสาหกิจที่มีอยู่ 11แห่ง เช่น ทีโอที ไปรษณีย์ ขสมก. ปตท. การบินไทย การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ฯให้เป็นบรรษัทรัฐวิสาหกิจบริหารในลักษณะบอร์ด โดยมี คนร.เป็นผู้กำกับดูแล ซึ่งในมาตรา 44-48กำหนดให้ คนร. แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 9คน มาบริหารบรรษัทรัฐวิสาหกิจ ซึ่งบรรษัทนี้จะรวมรวมกิจการ หุ้น ที่กระทรวงการคลังถือหุ้นอยู่ให้มารวมไว้ในที่เดียวกัน ซึ่งตนมองว่า เป็นเรื่องที่ใหญ่มาก เพราะได้เอาสมบัติของชาติมาให้เอกชนดูแล โดยเฉพาะกรรมการผู้ทรงวุฒิจำนวน 9 คนที่จะมีอำนาจในการบริหาร

        “บรรษัทแห่งชาติจะดูแลควบคุมการบริหารงานของรัฐวิสาหกิจทั้งหมด หรือทุกอย่างอยู่ในอุ้งมือของบรรษัทดังกล่าว ซึ่งสามารถบริหารอย่างไรก็ได้ และหากว่า ผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากนักการเมืองที่ไม่ดี ประเทศชาติจะเป็นอย่างไรผมหวั่นว่าจะมีการเล่นแร่แปรธาตุสมบัติของชาติ ซึ่งกฏหมายฉบับจะหนักกว่าการแปรรูปรัฐวิสาหกิจเสียอีก”นายวัลลภ กล่าว

         นายวัลลภ กล่าวว่า นอกจากนี้กฎหมายดังกล่าว ตนมองว่า ยังไม่ได้รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนหรือผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 77 มีเพียงรับฟังจากผู้ถือหุ้น คนบางกลุ่ม ขณะที่ตัวแทนจากสหภาพของรัฐวิสาหกิจมีการรับฟังน้อยมาก บางแห่งก็ไม่ได้รับฟัง ถือว่า ไม่ได้รับฟังอย่างครบถ้วนดีพอที่จะสามารถส่งมายังสนช.ให้พิจารณากฏหมายนี้ได้