ข่าว

"ประยุทธ์" ชี้คนอยากร่วม กก.ยุทธศาสตร์แต่ไม่อยากออกหน้า

"ประยุทธ์" ชี้คนอยากร่วม กก.ยุทธศาสตร์แต่ไม่อยากออกหน้า

23 ส.ค. 2560

"ประยุทธ์" ฟุ้งคนอยากร่วม กก. ยุทธศาสตร์เพียบ แต่ไม่อยากออกหน้า เพราะติดต้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน ปัด คสช.ถอยหลัง ยันมีแต่เดินหน้า

เมื่อเวลา 11.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการแต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ว่า ขั้นตอนก็กำลังแต่งตั้ง ก็ต้องเอาชื่อมาดูในเรื่องของคน ตนไม่ได้บอกว่ามีคนน้อย เพราะเขาไม่รักตน คนมาสมัครเยอะ แต่พอจะให้มาขึ้นชื่อเขาก็ไม่อยากมีชื่อ เขาอยากอยู่ข้างหลัง เขาอยากช่วยทุกอย่าง วันนี้ที่ตนทำงานได้คนมาช่วยเยอะมากเป็นร้อยๆคน แต่เขาไม่อยากออกหน้า บางคนเขาจะออกมาเป็นกรรมการ เขาต้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน เขาบอกว่ามันวุ่นวาย เพราะประกอบการถูกต้องตามกฎหมายอยู่แล้ว แต่เขาไม่อยากเอาออกมาเผยแพร่ให้คนด่าว่า บางทีจริงหรือไม่จริงก็ไม่รู้ บางทีเขาก็เสียหาย
 
    "เขาก็ยืนยันว่าเขาทำถูกกฎหมายทุกประการ แต่ขออยู่ข้างหลัง นั่นคือความหมายของตน อย่าไปตีความว่า เพราะตนเป็นรัฐบาลอย่างนี้เลยไม่มีคนอยากจะช่วย หรือคนมาช่วยน้อย แสดงว่าคสช.เริ่มถอยหลัง ไม่มีถอยหลังมีแต่เดินหน้า มีคนเยอะแยะไป มีรายชื่อเป็นร้อย แต่เวลาจะคัดมันจะเหลือน้อย เพราะว่าเขาอยากอยู่เบื้องหลัง มีดร.หลายคน เข้าใจรึยัง นี่ไม่ได้โม้นะ เดี๋ยวหาว่าโม้อีก" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
 
    นายกฯ กล่าวว่า เรื่องการปฏิรูป เรื่องยุทธศาสตร์ ถ้าว่างอยากให้ไปดู แต่ขึ้นไปดูไม่ได้ เอกสารเต็มโต๊ะเลย ซึ่งทั้งหมดต้องมีเอกสาร มีหลักการ และเหตุผล ต้องมีวิธีการทำงาน ต้องเอาปัญหามาดูว่ามีกี่ปัญหา ปัญหาหลัก ปัญหารอง มีปัญหาเป็นร้อยเป็นพัน แล้วแต่ละอันมีวิธีปฏิบัติอย่างไร และจะตรงกับกลุ่มเป้าหมายอย่างไรทั้งเกษตร อุตสาหกรรม เอสเอ็มอี และคนอีกกี่ประเภท นั่นเขาเรียกว่าปฏิรูป เสร็จแล้วจึงไปหากฎหมาย ว่าจะทำได้ไหม จะต้องแก้กฎหมายอีกหรือไม่ ต้องเข้าใจว่าการปฏิรูปมันเป็นอย่างนี้ ไม่ใช่สั่งเช้าแล้วได้เย็นเหมือนกินข้าวเช้าแล้วอิ่ม จึงต้องมีคณะทำงาน ที่ผ่านมาเขารู้ปัญหาหมดแล้วเป็นร้อยเป็นพันปัญหา และสรุปปัญหาเป็นกิจกรรม เป็นประเด็น11 วาระ 31 กิจกรรม จากเดิมเป็นร้อย และมีอีก 188 เรื่องที่ต้องทำ ใน 188เรื่องมีกฎหมายอีกเป็นพันฉบับ เขาปฏิรูปกันแบบนี้ พอเสร็จแล้วจะเป็นแผนแม่บทออกมา ทั้งหมดนี้จะต้องตอบโจทย์ว่าประเทศไทยจะต้องเป็นไปตามวิสัยทัศน์มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนใน20 ปี และจะตีกรอบด้วยแผนสภาพัฒน์ฯ ผู้ปฏิบัติคือรัฐบาลและประชาชน ต้องเข้าใจให้สอดคล้องกันหน่อย ถ้าไม่มีคณะนี้มันก็จะมาที่รัฐบาลอย่างเดียว รัฐบาลทำแบบนี้ รัฐบาลไหนจะทำแบบไหนตนไม่รู้ รัฐบาลนี้ทำเพราะต้องฟังผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด หาปัญหามาให้เจอ