ข่าว

ลุ้นตัดสิน"อดีตนายกฯ-อดีตผบ.ตร."สลายม็อบพธม.

ลุ้นตัดสิน"อดีตนายกฯ-อดีตผบ.ตร."สลายม็อบพธม.

02 ส.ค. 2560

ศาลฎีกานักการเมือง นัดพิพากษาคดี ป.ป.ช.ฟ้อง“อดีตนายกฯสมชาย –บิ๊กจิ๋ว-พัชรวาท อดีตผบ.ตร.-พล.ต.ท.สุชาติ อดีต ผบช.น.”คดีสลายม็อบพธม.เช้านี้  

            2 ส.ค.60 จากกรณีที่มีการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) เมื่อปี 2551 เพื่อกดดันให้รัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ น้องเขย ของนายทักษิณ ชินวัตรลาออก กระทั่งมีการชุมนุมล้อมอาคารรัฐสภาเพื่อไม่ให้รัฐบาลของนายสมชายแถลงนโยบายต่อสภา จนมีการออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ทำการเปิดทางจากกลุ่มผู้ชุมนุมแต่ระหว่างปฏิบัติการดังกล่าวมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต จึงมีการสอบสวนแล้วดำเนินคดี โดย ป.ป.ช.ได้ยื่นฟ้องคดีนั้น

           ในวันนี้ (2 ส.ค.) เวลา 09.30 น.ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยนายธนสิทธิ์ นิลกำแหง ว่าที่รองประธานศาลฎีกา เจ้าของสำนวนคดีดังกล่าวและองค์คณะผู้พิพากษารวม 9 คน ได้นัดฟังคำพิพากษา ภายหลังไต่สวนพยานนัดสุดท้ายเสร็จเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา

            ซึ่ง ป.ป.ช.ได้ยื่นฟ้องคดีนี้เมื่อปี 2558 โดยยื่นฟ้อง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 26 อายุ 70 ปี น้องเขยนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ , พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ หรือบิ๊กจิ๋ว อดีตรองนายกรัฐมนตรี อายุ 85 ปี นักการเมืองที่เคยร่วมทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านหลายสมัย , พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. อายุ 68 ปี น้องชายของ พล.อ.ประวิตร รองนายกฯ รัฐบาล คสช. , พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.น. อายุ 66 ปี เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริต เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีกล่าวหาว่าเมื่อวันที่ 7 ต.ค.51 รัฐบาลนายสมชาย ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจขอคืนพื้นที่การชุมนุมจากกลุ่ม พธม.ที่ปิดล้อมทางเข้ารัฐสภา ซึ่งภายหลังการสลายการชุมนุมโดยมิชอบ ไม่เป็นไปตามหลักสากล กระทั่งมีผู้เสียชีวิต 2 ราย และผู้บาดเจ็บ 471 ราย
โดยข้อกล่าวนั้นระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งจำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธต่อสู้คดี

             โดยคดีนี้ศาลฎีกาฯ ได้รับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำอม.2/2558 เมื่อวันที่ 9 ก.พ.58 และให้ประกันตัวนายสมชาย อดีตนายกฯ จำเลยที่ 1 ในวงเงิน 9.5 ล้านบาท  ส่วน พล.อ.ชวลิตหรือบิ๊กจิ๋วอดีตรองนายก ฯ จำเลยที่ 2 ได้ประกันตัววงเงิน 8 ล้านบาท และพล.ต.อ.พัชรวาทอดีต ผบ.ตร. กับพล.ต.ท.สุชาติ อดีต ผบช.น. จำเลยที่ 3-4 ได้ประกันวงเงินคนละ 6 ล้านบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขด้วยห้ามจำเลยทั้งสี่เดินทางออกนอกประเทศเว้นแต่ได้รับการอนุญาตจากศาล ซึ่งเป็นแนวทางปกติที่ใช้กับทุกคดีในศาลฎีกาฯ 

            ผู้สื่อข่าวรายงาน อย่างไรก็ดีหากวันนี้ ศาลฎีกาฯ ได้อ่านคำพิพากษาแล้ว คู่ความสามารถใช้สิทธิอุทธรณ์คดีได้ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญฯ ปี 2560 รับรองสิทธิไว้ตามมาตรา 195 ได้ถายในเวลา 30 วัน ซึ่งหากเป็นกรณีที่จำเลยซึ่งมีโทษตามคำพิพากษา จำเลยก็ต้องยื่นหลักทรัพย์เพื่อประกันระหว่างอุทธรณ์ด้วยและเป็นดุลยพินิจองค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่าจะให้ประกันหรือไม่