ข่าว

“บิ๊กตู่” ขอโทษนักการเมือง

“บิ๊กตู่” ขอโทษนักการเมือง

21 ก.ค. 2560

 “บิ๊กตู่” ขอโทษนักการเมืองหากเกินเลยไปบ้าง เผยปชช. 5 แสนตอบ 4 คำถามนายกฯ

 

          21ก.ค.2560-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงผ่านรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตอนหนึ่งว่า  กรณีการแสดงความคิดเห็นต่อคำถาม 4 ข้อ ตนต้องขอขอบคุณ ซึ่งเป็นประโยชน์มากกับรัฐบาลและคสช. เพื่อการเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ตนยินดีและดีใจที่ประชาชนส่วนหนึ่งมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นที่สร้างสรรค์ ไม่ได้แสดงความคิดเห็นเพื่อสร้างความขัดแย้ง ทำให้ตนมองเห็นว่าเราน่าจะปฏิรูปประเทศได้ ด้วยมือของพวกเราทุกคน ขณะนี้มีผู้มาตอบคำถามประมาณ 5 แสนคน อยากให้ส่งกันมาอีก เพราะนี่ก็เป็นกระบวนการประชาธิปไตยอีกอย่างหนึ่งก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งเราจะต้องเตรียมพร้อมประชาชนที่จะเข้ามาเลือกตั้งให้มีความรู้ ความเข้าใจ ก่อนตัดสินใจเพียงไม่กี่นาทีในคูหาเลือกตั้ง

         พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า โดยคำตอบของประชาชนจนถึงปัจจุบันสามารถสรุปผลได้ ดังนี้ 1.สนับสนุนการได้มาซึ่งรัฐบาลที่มีคุณภาพ มีธรรมาภิบาลโปร่งใสไม่ทุจริต 2.อยากได้นักการเมืองที่ดีและใหม่ๆ หรือนายกรัฐมนตรีที่เป็นคนรุ่นใหม่ เข้ามาในระบบการเลือกตั้ง มีพรรคการเมืองนักการเมืองทางเลือกใหม่ให้กับประชาชน 3.การเข้ามาสู่การเลือกตั้ง ควรตรวจสอบให้เข้มข้น ให้ได้นักการเมืองที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน 4.หากนักการเมืองผู้ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมจะเข้ามา ก็ขอให้ให้องค์กรอิสระ กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม ตรวจสอบอย่างรัดกุมก่อนการเลือกตั้ง

         “5.ควรมีกฎหมายที่ทำให้คดีไม่หมดอายุความ ทั้งนักการเมือง ข้าราชการประจำ ทุกคนก็จะต้องมีกฎหมายมาดำเนินการในเรื่องเหล่านี้ ไม่เช่นนั้นก็จะเกิดแบบเดิม 6.ไม่มั่นใจว่าจะได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล เรื่องนี้ทุกคนต้องช่วยกัน ถ้าเราช่วยกันก็มั่นใจได้ การเลือกตั้งใครเข้ามาควรเลือกจากผู้เสียสละทำเพื่อส่วนรวม ไม่ใช่เลือกผู้คุ้นเคย ผู้ที่เคยเลือกกันมา ผู้ช่วยเหลือประชาชนเฉพาะราย เฉพาะกลุ่ม ก็อาจจะทำให้เกิดการแบ่งแยกประชาชนเป็นกลุ่มเป็นฝ่าย บ้านเมืองไม่สงบ วุ่นวาย เหมือนก่อนวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 7.หากบ้านเมืองไม่สงบขัดแย้ง ก็ต้องใช้การเลือกตั้งต่อๆไปจนกว่าจะได้รัฐบาลที่ดีมีธรรมาภิบาล เสียงบประมาณก็คงต้องยอม หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งเป็นความเห็นจากประชาชน และ 8.ให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง วันนี้เราก็ทำอยู่แล้ว” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

         พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เมื่อมีการถามมาเรื่องของนักการเมืองที่ไม่ดี เราก็ต้องพยายามหาทาง หามาตรการทางกฎหมายมาแก้ไขปัญหา สร้างนักการเมืองที่ดีขึ้นมา สร้างจิตสำนึกขึ้นมา ให้มีการเปลี่ยนแปลงในเจตนารมณ์ของการเข้ามาบริหารบ้านเมือง แต่ถ้าหากประชาชนยังยึดติดกับการช่วยเหลือแบบเดิมมายาวนาน เคยชินกับการแก้ปัญหาที่ปลายทาง ใช้งบประมาณถมลงไป แล้วไม่แก้ปลายทางมาเหมือนเดิม ที่เราต้องเริ่มจากผู้ผลิต เกษตรกรกลางทาง พ่อค้า จนถึงปลายทางตลาด ทั้งในและนอกประเทศ แล้วไม่คำนึงถึงพันธะสัญญาใดๆ กฎหมายระหว่างประเทศเขาก็มี ถ้าทำแบบนั้นย่อมทำให้ประชาชนพึงพอใจแน่นอน วันนี้รัฐบาลนี้จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนหลายอย่าง

         พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ที่เป็นปัญหาอยู่ในอดีตที่ผ่านมา มันจะได้ไม่เกิดปัญหาระยะยาว และหากโครงการต่างๆที่ทำลงไปไม่โปร่งใส รั่วไหล มันก็จะไม่เกิดปัญหาเช่นที่เกิดมาแล้ว ประชาชนที่ได้เงินส่วนหนึ่ง ก็จะได้เงินแต่เพียงส่วนน้อย จากงบประมาณดังกล่าวถ้าทำไม่ดี ทำแล้วไม่โปร่งใส มันก็จะเกิดเหตุการณ์อย่างนั้นเกิดขึ้นมา ต้องโปร่งใส ต้องไปดูว่าะดับนโยบายว่าอย่างไร ระดับขับเคลื่อนว่าไง ระดับปฏิบัติว่าไง มันทุจริตอยู่ตรงไหน ไม่ใช่ว่าเหมาจ่ายกันทั้งหมดว่ามันทุจริตตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง มันมีกฎหมายทุกตัว ทุกระดับ ระมัดระวังกันก็แล้วกัน และการที่มีนักการเมืองลงทุนเข้ามา ต้องตรวจสอบกันให้ดี บางคนอาจตั้งใจเสียสละ บางคนอาจต้องการผลประโยชน์ตอบแทน แต่ทั้งนี้ผลทางการเมืองก็ต้องให้ประชาชนพึงพอใจด้วย ซึ่งก็คือปัญหาตรงนี้อย่าให้อ้างได้ว่าเข้ามาแล้วจะทำให้ดีขึ้นมากขึ้น โดยไม่ต้องคำนึงถึงกฎหมายหรือความโปร่งใส

        ขอโทษนักการเมืองหากเกินเลยไป ขอในอนาคตให้รบ.-ฝ่ายร่วมมือกัน

         “ผมเชื่อมั่นว่านักการเมืองส่วนใหญ่อยากจะทำดี ผมขอบคุณ และขอโทษถ้าเกินเลยไปบ้าง แต่ระบบการเมืองไทยยังไม่เอื้ออำนวย ถ้าเราช่วยกันแก้ ถ้าไม่ใช้เงิน ก็ไม่ได้คะแนนเสียงอย่างนี้ไม่ได้ ทุกคนทุกพรรคอยากเป็นรัฐบาล ไม่อยากเป็นฝ่ายค้าน เพราะกิจกรรมหรือโครงการดีๆ คงต้องการความร่วมมือกันทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านเพราะว่าถ้าทำแล้วมันเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน แก้ปัญหาโดยรวมที่ทับถมทุกวันนี้อย่างเต็มที่ ถ้าหากว่าฝ่ายรัฐกับฝ่ายค้าน ค้านกันตลอดเวลา เพราะถือว่าไม่ใช่นโยบายของพรรคตน ประชาชนก็ลำบาก เพราะฉะนั้น ต้องร่วมมือกัน ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลก็ต้องช่วยกัน ร่วมมือกันแก้ไขให้ประชาชนเข้าใจ อย่าไปเรียกร้องอะไรที่ผิดๆกับเขา ช่วงนี้เราจะต้องช่วยกัน ตนพยายามทำทุกอย่างให้ได้อย่างเต็มที่ก่อนที่จะไปสู่การเลือกตั้ง แล้วก็ให้รัฐบาลใหม่ทำต่อไป ขอร้องว่าฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้านต้องร่วมมือกันด้วย นโยบายที่ตนได้เริ่มไว้แล้วหลายอย่างมันเป็นความจำเป็น” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

         พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ขอบคุณทุกคนที่ตอบมาและอาจจะยังไม่ได้ตอบมา สิ่งที่พูดมาไม่ได้เพียงกลั่นกรองมาให้รัฐบาลพอใจ หรือตนพอใจไม่ใช่เลย เป็นความคิดเห็นประชาชน 5 แสนคน ตนคิดว่ายังมีประชาชนที่สนใจอยากมีส่วนร่วมอีกเยอะ ส่งมาให้เยอะๆกว่านี้ อยากเขียนอะไรเพิ่มเติมนอกจากคำถามก็ได้ ตนพร้อมจะรับฟังความคิดเห็น บางทีก็อาจจะมาแต่ไม่รู้จะตอบอย่างไร บางทีก็อาจจะไม่เข้าใจ หากต้องการอะไรท่านก็เขียนมาเลย เขียนเพิ่มเติมมาได้ ตนพร้อมที่จะรับฟังและปฏิบัติตามกลไกของกฎหมายรัฐธรรมนูญที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อให้ประเทศชาติมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน

           สั่งมท.-ศูนย์ดำรงธรรม หากช่องให้ปชช.ตอบคำถามเพิ่ม จี้ขรก.ตอบด้วย ลั่นอยากฟังเสียง66ล้านคน

         “วันนี้ก็ได้หารือไปยังกระทรวงมหาดไทย หากวันนี้มาแต่ไม่สะดวก คนอยากจะมาแต่มาไม่สะดวก ลองไปดูที่ศูนย์ดำรงธรรมไม่รู้ว่าตอนนี้รวบรวมได้หรือยัง ทุกพื้นที่เพิ่มเติมมาได้ไหม หรือจะให้หน่วยทหารรวบรวมไปที่กระทรวงมหาดไทยให้ก็ได้ อันนี้ก็ฝากกระทรวงมหาดไทยช่วยพิจารณาด้วย ประชาชนจะได้มาลงความคิดเห็นกันได้มากขึ้น ไม่ใช่โพลชอบผมไม่ชอบผมไม่ใช่ เป็นการแสดงความคิดเห็น ก็ขอให้ช่วยกันหารือ คสช.และกระทรวงมหาดไทย ทุกหน่วยงานจัดสรรพื้นที่ให้ประชาชนได้มาร่วมกันมากขึ้น ผมต้องการความคิดเห็นทั้งข้าราชการ พลเรือน ตำรวจ ทหาร ประชาชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อปท. ที่ผ่านมาผมเห็นมีแต่ประชาชน แล้วคนอื่นไม่ใช่ประชาชนหรือ ทุกคนที่เป็นคนไทยคือประชาชนทั้งสิ้น เสนอมาผมจะได้เห็นว่าส่วนใหญ่เป็นอย่างไร วันนี้ได้มาแค่ 5 แสนคน ตัด แล้วที่เหลืออีก 66 ล้านคนเศษอยู่ที่ไหน ผมต้องการฟังตรงนี้ด้วย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

          สวดนักโทษหนีคดีตปท.เคลื่อนไหวทำลายประเทศ เปิดทางให้กลับมาต่อสู้คดี ยันผิด-ถูกให้ศาลตัดสิน รบ.-คสช.พร้อมให้ความเป็นธรรม

         พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่น่าห่วงอีกเรื่องหนึ่งคือ ภาพที่มีคนไทยหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ มีความเคลื่อนไหวในการบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาล ประเทศไทย สถาบัน หลายคนมีการโอนสัญชาติไปแล้ว แล้วก็มีเหตุผลที่อ้างคือ การถูกปฏิวัติรัฐประหารไม่เป็นธรรม ตนว่าเราต้องช่วยกันสร้างความเข้าใจ ทุกคนที่ทำแบบนี้ทำผิดกฎหมายในประเทศของเราหรือเปล่า ถ้าผิดมันก็คือผิดกระบวนการตรวจสอบวันนี้ก็ไม่ใช่คสช. ที่ผ่านมาครั้งที่แล้วก็คตส. ก็ไม่ใช่เป็นผู้ตัดสินว่าผิดหรือถูก คือทั้งหมดเป็นแต่เพียงนำทุกคน ทุคดีเข้าไปสู่การดำเนินคดี ด้วยกฎหมายปกติ ด้วยศาลปกติ ศาลการเมือง ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง คดีอาญาการเมืองก็เป็นเรื่องของศาลปกติ เพียงแต่เอาเข้าไป ไม่อย่างนั้นก็ไม่ได้เข้าก็แค่นั้นเอง ผิดถูกก็ไปพิสูจน์กันเอง ผิดหรือไม่ผิด มีหลักฐานหรือไม่ ถ้าไม่ผิดไม่มีคดี ใครจะดำเนินการท่านได้

         “กฎหมายรัฐมีขื่อมีแป เพราะฉะนั้นเป็นการใช้กฎหมายปกติ เป็นการทำงานขององค์กรอิสระทั้งสิ้นในการตรวจสอบ หน้าที่ของรัฐบาลมีหน้าที่ในการนำเข้าทุกรัฐบาลต้องทำแบบนี้ สิ่งที่น่าสงสัยก็คือคนเหล่านั้นที่หนีไป ผมสงสัยว่าเขาสามารถอยู่อาศัยในต่างประเทศได้อย่างไร เอาเงินจากที่ไหนมาใช้ มีอาชีพ มีรายได้จากที่ไหน ช่วยกันตรวจสอบด้วย รัฐบาลและ คสช. พร้อมให้ความเป็นธรรมทุกคดี ทุกคน ขอให้กลับเข้ามาสู่กระบวนการต่อสู่คดี ผมไปบังคับศาลไม่ได้ครับ ไม่ต้องกลัว ศาลก็คือศาล กระบวนการยุติธรรมคือกระบวนการยุติธรรม ผมมีหน้าที่ในการนำเข้าเท่านั้นเอง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว