‪ประชุม คสช.- ครม.วันนี้ ...จับตาอะไร?

การเมือง  :  20 มิ.ย. 2560

“ประยุทธ์ จันทร์โอชา”ปธ.ประชุมคสช. จับตาการพิจารณาให้วิศวกรจีนไม่ต้องสอบใบอนุญาต ในการเข้าดำเนินการรถไฟฟ้าความเร็วสูง

          วันนี้(20มิ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคสช.ก่อนที่จะประชุมครม.ต่อ โดยวาระการประชุมคสช.ที่น่าจับตาคือการขอความเห็นชอบให้วิศวกรจีนไม่ต้องสอบใบอนุญาตในการเข้ามาดำเนินโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา แต่ขอให้ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้วิศวกรรมสถานมหาวิทยาลัยของรัฐและสมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง โดยให้วิศวกรไทยเข้าไปร่วมดำเนินร้อยละ 30

         ส่วนการประชุมครม.มีวาระที่น่าสนใจดังนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จะพิจารณารายงานผลการประเมินองค์การมหาชนตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี เรื่องการทบทวนความจำเป็นในการมีอยู่ขององค์การมหาชน โดยสรุปเห็นควรให้องค์การมหาชนจำนวน 32 แห่ง คงเป็นองค์การมหาชนต่อไป แต่อาจต้องปรับบทบาท ภารกิจ ประสิทธิภาพ 

       บางส่วนต้องลดงบประมาณค่าใช้จ่ายในองค์กรลง เช่น ให้แยก “ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ” ออกจาก สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์กรมหาชน) มาเป็น สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์กรมหาชน) โดยให้ สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) ปรับเปลี่ยนสถานะของหน่วยงานภายใน โอนบรรดา กิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ และงบประมาณของสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ไปเป็นขององค์การสวนสัตว์ และ “ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้า นานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา” ไปเป็นของกระทรวงการคลัง เป็นต้น

        ขณะที่กระทรวงอุตสาหกรรม เสนอของบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 สำหรับการบริหารสำนักงาน เพื่อการพัฒนาระเบียบเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ สกรศ. จำนวน 498 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายรายการค่าตอบแทนบุคลากร ค่าเบี้ยประชุม ค่าสำนักงาน ค่าประชัมพันธ์ ค่าจัดทำแผนการลงทุน ค่าชักชวนนักลงทุนรายสำคัญ

         คณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ คปต. เสนอขออนุมัติกรอบวงเงินเกือบ 600 ล้าน เพื่อจัดทำ 9 โครงการ เช่น การจัดตั้งชุดคุ้มครองตำบล หรือชคต. เพิ่มเติม 60 ตำบล โครงการประชารัฐญาลันนันบารู โครงการเร่งรัดติดตามความคืบหน้าคดีความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โครงการจัดซื้อแพขนานยนต์ เพื่อการค้าเศรษฐกิจระหว่างไทยกับมาเลเซีย และ โครงการขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นต้น


เปิดอ่าน