ถกลับ..!"สปท."ประชุมสกัดฉาว ซื้อขายตำแหน่งบิ๊กสีกากี

การเมือง  :  19 มิ.ย. 2560

สปท.ประชุมวาระลับ ถกซื้อขายตำแหน่งตำรวจ  “สุวิระ”ออกโรงแฉพวกขี้อิจฉาปล่อยข่าว ยันไม่มีซื้อขายเก้าอี้ตำแหน่งผู้บังคับบัญชา

           19 มิ.ย. 60 ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่มี น.ส.วลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธาน สปท. คนที่ 2 เป็นประธานการประชุม ภายหลังหมดวาระการประชุมที่ประชุมได้เปิดให้สมาชิกหารือ โดยพล.ต.อ.สุวิระ ทรงเมตตา  สปท. และที่ปรึกษา สตช. ( สบ.10 ) ได้หารือว่า กรณีที่นายวิทยา แก้วภราดัย อดีต สปท. พูดเรื่องโยกย้ายตำรวจจนทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จะมีการฟ้องร้อง ตนไม่อยากให้เอา สปท. ไปเกี่ยวข้อง เพราะการกล่าวหาว่า มีการซื้อขายตำแหน่งมีการกล่าวกันมาหลายครั้งแล้ว และตนก็เคยอภิปรายมาหลายครั้งในสภาแห่งนี้ แต่มีข้อเท็จจริง โดยมีการสอบถามจากเพื่อนตำรวจ รุ่นพี่ รุ่นน้อง 300 คน และลูกศิษย์ตำรวจอีก 3 หมื่นคน จากการตรวจสอบไม่มีใครจ่ายเงิน และไม่มีใครรับเงินจากการซื้อขายตำแหน่งเลย

           "ผมยืนยันไม่มีผู้บังคับบัญชาขายตำแหน่ง เพราะเรื่องการซื้อขายตำแหน่งในยุคนี้ ไม่สามารถกระทำได้ มีข้อมูลย้อนกลับมาว่าเรื่องการซื้อขายตำแหน่งไม่สามารถทำได้  แค่คิดผู้บังคับบัญชาก็ได้ยินแล้ว ตั้งแต่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแล สตช. และพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มีหูมีตา และมีหน่วยปฏิบัติงานในพื้นที่ทั้งหน่วยทหาร หน่วยข่าว ฝ่ายปกครอง จึงสามารถรับรู้ข้อมูลต่างได้" ที่ปรึกษา สตช. กล่าว 

           พล.ต.อ.สุวิระ กล่าวต่อว่า การที่มีการโจษขานกันนั้น จากการตรวจสอบพบว่า ต้นตอข่าวลือมาจาก 1.กลุ่มที่ผิดหวัง จากการแต่งตั้งโยกย้าย มีความโกรธเคืองกับผู้บังคับบัญชาที่ไม่แต่งตั้งตนเอง ให้มีตำแหน่งสูงขึ้นตามความต้องการ จึงปล่อยข่าวลือเพื่อเป็นข้ออ้างถึงเหตุที่ตัวเองไม่ได้รับการแต่งตั้ง เป็นข้ออ้างกับพวกพ้องเพื่อนฝูง และผู้ใต้บังคับบัญชาเพื่อลบล้างความจริงที่พบว่า ตัวเองมีผลงานไม่ดีสู้คนอื่นไม่ได้ คำกล่าวอ้างที่ดีที่สุดคือ ไม่มีเงินซื้อตำแหน่งจึงไม่ได้รับการแต่งตั้ง  2.ผู้ที่มีความความผิดหวังจากการแต่งตั้งโยกย้าย และมีความโกรธเคืองผู้ที่ได้รับตำแหน่งใหม่ หรือคนที่มาแทนตำแหน่งที่ตนครองอยู่ จึงมีความริษยาใส่ร้ายผู้ที่ได้รับตำแหน่งที่ตนต้องการหรือมาแทนในตำแหน่งที่ตนครองอยู่เดิม โดยกล่าวหาว่า มีการซื้อตำแหน่งเพื่อให้เกิดความเกลียดชัง หรือเสียหายด้านชื่อเสียงเป็นความโกรธแค้นส่วนตัว 3.กลุ่มผู้มีบารมีที่อยู่ในพื้นที่ ที่ฝากลูกน้องเพื่อนฝูง ญาติสนิท มาเพื่อขอรับการสนับสนุนในตำแหน่งที่สูงขึ้น เมื่อไม่สามารถแต่งตั้งให้ได้จึงเกิดความแค้น และปล่อยข่าวว่า มีการซื้อขายตำแหน่ง และ4.กลุ่มที่เป็นกองเชียร์ของข้าราชการตำรวจที่กำลังจะขึ้นสู่ตำแหน่ง

           ต่อมานายอนุสิษฐ์ คุณากร สปท. ได้ลุกขึ้นประท้วงว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ของสังคม การแสดงข้อมูลต้องชัดเจน แต่ใครจะยืนยันว่า สิ่งที่พูดออกมานั้นถูกต้องทั้งหมด จึงขอเสนอให้เป็นการประชุมลับ เพื่อให้พูดความจริงออกมา และนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างถูกต้อง จากนั้น น.ส.วลัยรัตน์ จึงสั่งให้เป็นการประชุมลับ โดยใช้เวลาเกือบ 1 ชม.  โดยในที่ประชุม สปท.ที่เป็นตำรวจ 4  นาย  ทหาร 2  นาย และอดีตข้าราชการอีก1 ราย โดยเฉพาะ สปท. ในสายที่เคยรับราชการตำรวจมาก่อนต่างชี้แจง ไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง อาทิ พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ สปท. ได้หยิบยกการทำงานของตำรวจที่ได้รับการยอมรับ โดยเฉพาะตำรวจตรวจคนเข้าเมืองของไทย ที่ทำงานต่างจากตำรวจตรวจคนเข้าเมืองประเทศอื่น แต่ของเราไม่ว่า ใครจะไปจะมาต่างดูแลอย่างดี ส่วนที่มีคนเคยวิพากษ์วิจารณ์นั้น ก็อยากให้ยึดตามหลักกาลามสูตร 10 ของพระพุทธเจ้าที่มีสิบข้อ หนึ่งในนั้นคือ อย่าเชื่อเพียงเพราะได้ยินจากใครมา

           ขณะที่ สปท. สายทหาร อาทิ  พล.อ.ชูศักดิ์ เมฆสุวรรณ ก็ได้ชี้แจงถึงสิ่งที่รัฐธรรมนูญระบุไว้ ที่จะต้องมีการปฏิรูปตำรวจให้แล้วเสร็จใน 1 ปี แต่หลังจากรัฐธรรมนูญประกาศใช้มา 2เดือน แต่ยังไม่ค่อยมีความคืบหน้าเท่าที่ควร อยากให้มีการปรับ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของประชาชน  ส่วนสมาชิก สปท. คนอื่น ๆต่างชี้แจงไปในทิศทางเดียวกัน หลังจากมีข่าวจากอดีต สปท. ระบุในการโยกย้ายนายตำรวจมีการวิ่งเต้น ซื้อขายตำแหน่งกันนั้น ก็ไม่อยากให้ถูกมองว่า สปท. ไปเป็นคู่ขัดแย้งกับ สตช. เข้าใจว่า เมื่อมีข่าวการซื้อขายตำแหน่งออกมาทาง สตช. ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบและโยกย้ายนายตำรวจที่ถูกพาดพิงออกจากพื้นที่แล้ว ซึ่งปัญหาใน สตช. มีมากจึงจำเป็นต้องมีการปฏิรูป เมื่อสมาชิก สปท. ฟังการชี้แจงแล้วก็เข้าใจกันมากขึ้น.  


เปิดอ่าน