"บิ๊กตู่"ระบุ 3 ปี คสช.แก้สารพัดปัญหา

การเมือง  :  19 พ.ค. 2560
การเมือง คมชัดลึก, ศาสตร์พระราชา คมชัดลึก, ศาสตร์พระราช 19 พค, บิ๊กตู่ระบุ, ปี, คสชแก้สารพัดปัญหา, บิ๊กตู่, คสช

"บิ๊กตู่" ระบุ3 ปี"คสช."แก้ประเทศไปหลายอย่าง ระบุต่างประเทศไว้ใจ  ลั่นไม่ใช้เงินแก้ปัญหา ระบุต้องลงทุนเพื่ออนาคต ยันรับฟังปัญหาทุกด้าน ขอทุกฝ่ายเสนอข้อคิดเห็น


          19 พ.ค. 60 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตอนหนึ่งว่า การทำงานของรัฐบาลและ คสช. ช่วง 3 ปี ที่ผ่านจากมุมมองต่างประเทศ มีทิศทางที่ดีขึ้น ล่าสุดมีรายงานผลการจัดอันดับ ประเทศที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2017 ของ U.S.News สหรัฐอเมริกา ที่ชี้ว่าประเทศไทย เป็นประเทศที่เหมาะสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจมากที่สุดในโลกเป็นอันดับ 1 ติดต่อกัน 2 ปี นอกจากนี้ยังยกให้ประเทศไทย เป็นประเทศที่โดดเด่นในเรื่องการเปิดโอกาสทางธุรกิจและการเริ่มต้นงานใหม่ รวมทั้งเป็นประเทศที่เหมาะสำหรับใช้ชีวิตยามเกษียณและมีคุณภาพชีวิตดี
          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ดังนั้นด้วยข้อมูลการจัดอันดับต่างๆ ที่ผ่านมาและล่าสุด ผนจึงไม่อยากที่จะกล่าวอะไรมากนัก เรื่องผลงานมีหรือไม่มี เพราะผลงานไม่ได้หมายความว่า จะต้องมีอะไรใหม่อย่างเดียว แต่ก็อยากให้ดูด้วยว่า เราจะต้องแก้ไขปัญหาประเทศอะไรบ้างที่สะสมมานาน อาทิเช่น การป้องกันและปราบปรามการทุจริต ที่ต้องทยอยดำเนินการอย่างต่อเนื่อง การปรับโครงสร้าง การบูรณาการ การส่งเสริมการมีส่วนร่วมร่วม และการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน เพื่อไปสู่จุดหมายอันเดียวกัน" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
          ลั่นไม่ใช้เงินแก้ปัญหา ระบุต้องลงทุนเพื่ออนาคต
          "เราจะต้องมีการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกาทำงานของเจ้าหน้าที่ ข้าราชการ และวิธีบริหารราชการแผ่นดิน  รวมทั้งการจัดทำโครงสร้างใหม่ๆ เพื่อจะเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ให้มีความเข้มแข็ง พร้อมมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ที่หลายคนอาจจะยังยึดติดอยู่และยังไม่เข้าใจว่า ทำไมไม่ให้เงินช่วยเหลือมากๆ คำพูดเหล่านั้นเป็นเพียงวาทะกรรม ที่หวังผลทางการเมืองในอนาคตมากกว่า" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่ตนอยากเน้นย้ำอีกครั้ง ก็คือการแก้ปัญหาด้วยการให้เงินสนับสนุน เป็นเพียงการแก้ปัญหาระยะสั้น ซึ่งจำเป็นก็ยังทำอยู่นะครับ แต่ทำให้ถูกต้องแต่การลงทุนเพื่ออนาคต โดยการให้ความรู้ เพิ่มเทคโนโลยี เปิดโอกาสและช่องทาง เพื่อเป็นทางเลือกของประชาชนทุกกลุ่มอาชีพ รวมทั้งเราจะต้องสร้างกลไกเพื่อสร้างความเข้มแข็งในระดับฐานรากให้มากยิ่งขึ้น เหล่านี้เป็นการแก้ปัญหาระยะยาวและยั่งยืน ซึ่งเป็นแนวทางที่รัฐบาลนี้ ให้ความสำคัญกว่า แต่เราก็ไม่ลืม ผู้มีรายได้น้อยเราจะทำยังไง ก็ต้องหาวิธีการทำให้ได้เร็วที่สุด
          "จะเห็นได้ว่าด้วยความพยายามของรัฐบาลและ คสช. ในการแก้ปัญหาทุกเรื่อง ให้ได้อย่างยั่งยืนนั้น เพื่อจะไปสู่วิสัยทัศน์มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ก็นับว่าเป็นการเลือกทำในสิ่งที่ยาก ถ้าเราทำง่ายๆ ก็ไม่ทำแบบนี้นะครับ แต่ก็เป็นทางออกที่ดีกว่าที่ผ่านๆ มา อาทิเช่น ปัญหาการค้ามนุษย์ IUU รวมถึง ICAO การบุกรุกป่า การจัดสรรที่ดินทำกิน การบริหารจัดการน้ำทั้งระบบอย่างบูรณาการ การปราบปรามยาเสพติด การป้องกันการทุจริต การสนับสนุนค้าขาย การส่งเสริมการลงทุน 
          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า อาจจะทำให้ดูเหมือนว่า เรายังไม่ได้ทำอะไรเลย ไม่เหมือนมาตรการช่วยเหลือทางการเงิน ที่ทันใจเพราะสัมผัสได้ ทำได้ง่าย และมีผลทางการเมืองโดยตรง ผมก็ขอฝากฝ่ายการเมืองต่างๆไว้ด้วย ขอให้ทบทวนช่วยกันพิจารณาดูให้ดีว่าความจริงแล้วสังคมไทย เราต้องการการแก้ปัญหาแบบไหน จึงจะนำพาประเทศหลุดพ้นกับดักต่างๆได้อย่างแท้จริง
          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับปัญหาด้านเศรษฐกิจ  ก่อนที่คสช.เข้ามานั้น ประชาชนอาจจะไม่ได้รับการดูแลในทุกมิติ อย่างครบวงจร  และไม่มีประสิทธิภาพอย่างที่ควรจะเป็นของระดับนโยบาย ในการกำกับดูแล หรือขาดการเอาใจใส่ สนับสนุนในการช่วยแก้ปัญหาให้กับระดับปฏิบัติการ และขาดแผนปฏิบัติการ ในระยะปานกลางและระยะยาว ยิ่งกว่านั้น มีการสร้างความต้องการเทียม เพื่อให้เกิดการลงทุนในประเทศ จนอาจจะอิ่มตัวที่เกินความต้องการ  เกินความเป็นจริง ไม่ส่งเสริมขีดความสามารถในการผลิต หรือไม่มีการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆมากนัก เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า ตั้งแต่ต้นทางการผลิต ในภาคเกษตรกรรมเอง ก็มีนโยบายบางอย่างที่ทำให้เกษตรกร อาจมีหนี้สินเพิ่มขึ้น ซึ่งก็ต้องค่อยๆ แก้กันไปนะครับ อันนี้เป็นปัญหาเดิมๆ อยู่ แต่เราจะต้องมีการปรับรูปแบบในการใช้พื้นที่ในเรื่องการเพาะปลูก ในเรื่องการทำเกษตรกรรมทุกประเภท
          ยันรับฟังปัญหาทุกด้าน
          พล.อ.ประยุธ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ผ่านมานั้นเราอาจจะไม่มีการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจระดับฐานรากของประเทศนะครับ ไม่ได้มีการเสริมสร้างความรู้เท่าที่ควร ไม่ได้มีการส่งเสริมการรวมกลุ่ม ไม่มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทำให้ไม่มีโอกาสที่จะลืมตาอ้าปาก หรือยืนบนขาของตนเองได้ ก็อาจจะช่วยตัวเองไม่ได้เสียทีนะครับ หนี้สินรุงรัง ก็เลยต้องรอแต่ความช่วยเหลืออย่างเดียวนะครับ ก็คาดหวังไปเรื่อยๆ เราต้องสร้างธุรกิจใหม่ เราต้องส่งเสริมการลงทุนใหม่ๆ 
          "เห็นได้จากการที่รัฐบาลเปิดกว้างรับฟังปัญหาจากภาคเอกชน เพื่อให้รัฐบาลและภาคเอกชนสามารถปรับตัวเข้าหากัน อันเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย ซึ่งผมได้ย้ำอยู่เสมอนะครับ ว่าเรายินดีต้อนรับนักลงทุนจากต่างชาติ ยินดีสนับสนุนนักลงทุนในประเทศพร้อมทั้งเร่งรัดให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมผลักดันให้อันดับความยาก-ง่ายในการประกอบธุรกิจของประเทศไทยนั้นดีขึ้น ซึ่งรัฐบาลได้ตั้งเป้าให้การยกระดับการจัดอันดับความยาก-ง่าย ของการประกอบธุรกิจในประเทศไทย ให้ขยับอันดับมาอยู่ในกลุ่ม 30 อันดับ แรกให้ได้ โดยกำหนดเป็นแผนระยะสั้น ระยะ กลาง ระยะยาว ซึ่งมีทั้งหมด79 กิจกรรม ที่เราต้องแก้ไข เราได้ปรับแก้ไปแล้วระหว่างนี้ 26 กิจกรรม ที่เหลือก็ทยอยดำเนินการทำกันอย่างต่อเนื่องภายใต้การบูรณาการ ของการทำงานของภาครัฐกับภาคเอกชน และความร่วมมือกับธนาคารโลก" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
          ขอทุกฝ่ายเสนอข้อคิดเห็น ร่วมถกปัญหาบ้านเมือง
          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ก็ไปสู่การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน  ขอให้ทุกคนทุกฝ่าย ได้สามารถเสนอข้อคิดเห็น ซักถาม ข้อสงสัยนะครับ อันนี้ก็ฝากข้าราชการในพื้นที่ทุกคนด้วย
กทม.ด้วย มันก็จะเกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเองและประเทศชาติ เป็นส่วนรวม  ทั้งนี้ผมต้องการให้เกิดการอยู่ร่วมกันในสังคม อย่างสันติสุข มีความพึงพอใจ มีความปรองดองร่วมมือกัน และมีประชาธิปไตยที่มีธรรมาภิบาลเกิดขึ้น ในอนาคตนะครับ  
          "ขอให้คสช.ได้ช่วยสนับสนุน และดูแลกิจกรรมเหล่านี้ด้วย กระทรวงศึกษา ครู อาจารย์ต่างๆทั้งหมดทุกภาคส่วน ขอให้ช่วยกันในเรื่องนี้ คุยกันให้มากขึ้น ไม่จำเป็นต้องไปเปิดเวทีอะไรมากมาย คุยกันในหมู่บ้าน ในชุมชน ในครอบครับอะไรต่างๆ เหล่านี้ว่าปัญหาประเทศไทยมันอยู่ตรงไหน และวันนี้รัฐบาลทำอะไรไปบ้าง อะไรที่ยังทำได้ไม่ดีหรือทำดีก็พูดกันถึงกันบ้าง อย่างน้อยมันก็เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้และแลกเปลี่ยนความคิดพื้นฐานกันได้ ผมอยากให้ย้อนกลับไปดูในอดีต ว่าปัญหามันเกิดอะไรขึ้น และรัฐบาลได้ทำอะไรไปบ้าง เพื่อแก้ปัญหาเหล่านั้น  บางอย่างสำเร็จ เร็วช้า ก็ตามความยากง่าย ปัญหาที่มีความซับซ้อนกัน มันก็ยากหน่อย เพื่อจะไปสู่การปฏิรูปประเทศ" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ที่สำคัญก็คือในเรื่องของการปฏิรูปประเทศ การปฏิรูปประเทศนั้นต้องการการเรียนรู้ นอกจากระบบการศึกษาที่เรากำลังปฏิรูปกันอยู่ เราต้องปฏิรูปทางความคิดไปพร้อมๆกันด้วย โดยการสร้างหลักคิด กระบวนการคิด ที่เป็นเหตุเป็นผล มีการคิดวิเคราะห์ที่ถูกต้อง โดยต้องเริ่มที่ตนเองก่อนเสมอ  นอกจากนี้เราจะต้องเข้าใจกัน เชื่อใจกัน ไม่อย่างนั้น ก็จะเกิดการโทษกันไปมา และไม่เกิดความร่วมมือ ก็จะไม่นำไปสู่การปฏิบัติ ไม่ได้ผลลัพธ์เป็นรูปธรรมเสียที เหมือนลักษณะที่เราเรียกว่าย่ำเท้าอยู่กับที่ เราให้ความสำคัญกับการศึกษาทั้งระบบ และต้องให้ความสำคัญกับการสร้างการเรียนรู้ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งรัฐบาลนี้ให้ความสนใจ
         วอนอย่าปล่อยรบ.-ขรก. ทำลำพัง ซัดอย่าอ้างประชาธิปไตยอย่างเดียว ลั่นพร้อมทุ่มเทแก้ปัญหายากๆ
          "ทั้งหมดจะต้องมีหลักคิดที่ร่วมกันที่ถูกต้องร่วมกันเสียก่อน มากกว่าการที่จะกล่าวอ้างแต่ประชาธิปไตยอย่างเดียว สำหรับเรื่องนี้มีความสำคัญต่อการปฏิรูปทางการเมืองด้วย ก็อยากให้ทุกคนได้ร่วมมือกัน  เราต้องการความคิดพื้นฐานของสังคม เพื่อสร้างความสามัคคีของคนในชาติ เราทุกคน ทุกฝ่าย ต้องช่วยกันผลักดัน อย่าปล่อยให้รัฐบาล ข้าราชการ ทำเพียงลำพัง ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม รวมทั้งท้องถิ่น ต้องยื่นมือมาจับกัน เชื่อมโยงกัน ช่วยกันคนละไม้คนละมือ อย่ามองเห็นปัญหาแต่เพียงอย่างเดียว ต้องหาว่าเราจะแก้ปัญหากันอย่างไรในส่วนตนเองรับผิดชอบ และเราต้องดำเนินการอย่างมียุทธศาสตร์ มีเป้าหมายอันเดียวกัน ภายใต้วิสัยทัศน์ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ มันจะไม่มีพลัง ไม่มีทิศทางี่เหมาะสมถูกต้อง" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลนี้พยายามจะทุ่มเทในการแก้ปัญหายากๆ ที่จะเป็นต้นตอของปัญหาปากท้องของประชาชนอย่างจริงจัง เน้นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า วันนี้เราต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าทั้งระยะสั้น ระยะยาว เพราะเวลาแต่ละรัฐบาลก็สั้น อาจจะแค่ 4 ปีเต็มที่หรืออาจจะไม่ถึง เพราะฉะนั้นก็แน่นอน ก็คงต้องทุ่มเทให้กับนโยบายที่มีผลทางการเมืองไปด้วย มากกว่าการที่จะมุ่งหวังแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างยั่งยืน เพราะเป็นสิ่งที่ยาก  แต่เป็นสิ่งที่รัฐบาลนี้ คสช. กำลังดำเนินการอยู่ โดยเราจะสร้างกลไกการทำงานงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน หลายองค์กร ที่มีหลายกฎหมาย ของแต่ละหน่วยงาน ที่เป็นอุปสรรคระหว่างกัน ที่เดิมเคยแก้ตรงนี้ไปติดตรงโน้น ก็ทำอะไรไม่ได้ซักอย่าง เราต้องมองปัญหาให้ครบทุกมิติ
          "นี่คือสิ่งที่รัฐบาลนี้กำลังทำ กำลังวางรากฐาน กำลังเริ่มวางยุทธศาสตร์ระดับชาติ ระดับนโยบาย เพื่อให้เป็น เข็มทิศนำทางไปสู่ แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ไว้ให้ก่อน ด้วยเวลาที่จำกัด ที่เรามีอยู่ ดังนั้นผมจึงต้องขอให้ทุกคนเข้าใจ ขอความร่วมมือ ขอเวลาในทำงาน และขอให้อดทนนะครับ  เพราะการปลูกต้นไม้กว่าจะออกดอกออกผล ยังต้องอาศัยเวลา ยิ่งมีโรคต่างๆเข้ามาเกี่ยวข้อง ต้นไม้ก็โตไม่ค่อยได้นะครับ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นพืช ผัก ผลไม้ ประเภทใดก็เช่นกัน การสร้างชาติ การวางรากฐานเพื่ออนาคต ก็เป็นฉันนั้น" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
          ฝากนักการเมืองอย่าลบล้างสิ่งที่คสช.วางรากฐาน ขออย่าใช้การเลือกตั้งแค่พิธีกรรม
          พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า สำหรับการเตรียมการสำหรับทำงานการเมือง หรือการเดินหน้าประเทศสู่ประชาธิปไตยในอนาคต  เราคงไม่จำเป็นต้องทำลาย ลบล้าง สิ่งที่คสช.วางรากฐาน หรือปรับไว้หลายอย่าง  ก็ทำให้ท่านทั้งหมด ที่เราพยายามปรับสิ่งที่  เอียงให้ค่อยๆตั้งตรง พร้อมกับเสริมความเข้มแข็งเข้าไปอย่างต่อเนื่อง เหมือนที่ผมพูดตั้งแต่ 22 พฤษภาคม 2557 อย่างไรก็ตามก็อาจจะมีคนที่ไม่เห็นชอบ ไม่เห็นด้วย แล้วพยายามทำลาย เซาะให้เอนเอียง เหมือนเดิมอีกครั้ง เพื่อแสวงหาหนทางเข้าสู่อำนาจทางการเมือง และให้ประชาชนกลับไปสนับสนุนเป็นฐานเสียง โดยไม่ได้มุ่งหวังให้ประชาชนเข้มแข็งช่วยตัวเองได้ วันหน้าก็คงต้องพึ่งพารัฐ หรือฝ่ายการเมืองเหมือนเดิม 
          "อันนี้เป็นจุดอ่อนของประชาธิปไตยของประเทศไทย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ขอทุกคนไปใคร่ครวญด้วย  รวมถึงเราไม่อาจสร้างธรรมาภิบาลเกิดขึ้นได้จริง ในการบริหารราชการมา รัฐบาลนี้พร้อมที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยของเรา ไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่ใช่เป็นเพียงพิธีกรรมเหมือนการเลือกตั้ง ที่แต่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ส่วนใหญ่กลับให้ความสำคัญ มากกว่าหลักการต่างๆอันเป็นสาระ" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
         ชมนักการเมืองบางคนพูดสร้างสรรค์ 
          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้ตนยินดีที่มีนักการเมืองหลายท่าน ออกมาพูดในเรื่องที่สร้างสรรค์  เช่น เราจะต้องร่วมมือกัน ขจัดคนไม่ดีออกไปจากการเมืองไทยให้ได้ เราต้องมีการพัฒนาอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน  ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชนคนไทย ว่าเราต้องการจะหลุดพ้นจากกับดักหรือวังวนแห่งปัญหา ให้ได้หรือไม่ อย่าทำให้นักการเมืองดีๆ ที่ก็มีอยู่เยอะ หรือคนที่คิดว่าจะมาเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ทางเลือกใหม่ ต้องเสียกำลังใจ เสียความตั้งใจ หรือเกิดวิกฤติศรัทธา ที่จะเข้ามาทำงานช่วยชาติ  
          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ผมอยากให้พี่น้องประชาชน ใช้คำสอนทางศาสนา ทุกศาสนาที่ตนนับถือ มาเป็นแสงสว่างนำทางในการอยู่ร่วมกันด้วยความปรองดอง และสันติสุข พร้อมทั้ง ร่วมกันปลูกฝังอุดมการณ์รักชาติ  และร่วมกันสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองเชิงบวกและสร้างสรรค์ ให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา ให้จงได้  ทั้งนี้เพื่อการปฏิรูปประเทศ และการเลือกตั้งในอนาคต ที่ตนถือว่าเป็นวาระชาติโดยขอให้พวกเราทุกคนอดทน เข้มแข็ง
         รับตัวเลขศก.ดีแต่ยอดซื้อ-ขายสินค้าตก ซัดอย่าเชื่อพวกบิดเบือน
          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลยอมรับว่า ถึงแม้ตัวเลขประเมินทางเศรษฐกิจจะดีขึ้นในภาพรวม  แต่การกระจายรายได้ ยังทำได้ไม่ทั่วถึง จำเป็นต้องแสวงหามาตรการ มาดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพราะอาจจะทำให้ประชาชนรู้สึกว่า ยังไม่ได้อะไรจากรัฐบาล  ยอดซื้อขายสินค้าบางอย่างตกลง แสดงว่าประชาชนขาดกำลังซื้อ รัฐบาลพยายามทำทุกอย่าง ซึ่งอาจทำได้ไม่รวดเร็วนักเพราะเราต้องระมัดระวัง เรื่องข้อกฎหมายต่างๆ 
          "แต่อาจมีการบิดเบือนให้ร้าย จนไม่เข้าใจ เกิดความร่วมมือน้อยกว่าที่ควรจะเป็น เพราะความยากจน เพราะผู้มีรายได้น้อยลำบาก วันนี้ก็อาจมีการให้คำสัญญา จากนักการเมืองที่ไม่ดี มาใช้โอกาสนี้ สร้างความเข้าใจผิดเหมือนเดิมๆ บอกว่าจะเข้ามาแก้ไขปัญหาให้ วันหน้าเมื่อเข้ามาแล้ว ก็เป็นการแก้ไขปัญหาชนิดที่เป็นการแก้ปลายเหตุเช่นเดิม ประชาชนก็เลยจะรู้สึกว่าน่าจะดีขึ้น ผมก็ไม่อยากจะบอกว่าใครผิด ใครถูก มันต้องทำไปพร้อมๆกัน จึงจะเกิดความยั่งยืน ทั้งแก้ไขความเดือดร้อน ซึ่งต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก รัฐต้องหาเงินมาให้เพียงพอ ไปพร้อมกับการลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆเป็นทางเลือก เป็นโอกาสให้ประชาชน หลายอย่างที่เป็นมาตรการออกไป บางอย่างอาจจ่ายตรงไม่ได้ ติดขัดข้อกฎหมาย เช่นที่เคยเกิดขึ้นเป็นคดีความต่างๆ และเป็นปัญหาอยู่ในปัจจุบัน หากเราไม่รอบคอบ ไม่ระวังเท่าที่ควร อาจเกิดปัญหาในระยะยาว" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลก็จะพยายามหามาตรการที่เหมาะสม มาแก้ไขให้ได้โดยเร็ว เราต้องเลือก หรือผสมกันให้ได้ทำสิ่งที่ถูกต้อง แล้วเราก็จะไม่ทำสิ่งที่ผิดให้มันถูกต้อง ก็ทำสิ่งที่ถูกให้มันถูกขึ้น หรือถูกมากกว่า และรวดเร็วทันเวลา ในเรื่องของการลงทุนขนาดใหญ่ รถไฟทางคู่  รถไฟไทย - จีน  รถไฟฟ้า  ถนนโทลเวย์ เราก็คงต้องเร่งทำ แต่มีข้อโต้แย้งมีคำคัดค้านมาตลอดเวลา วันนี้อยากจะเรียนว่า  มันไม่ใช่เวลาปกติ เราต้องเร่งดำเนินการ ก็ขอฝากทำความเข้าใจด้วย ถ้าท่านจะโต้แย้งแล้วก็ทำใหม่ทั้งหมด ทำแบบเดิมๆ ก็เอาไว้ไปทำตอนเป็นประชาธิปไตยแล้วกันมันจะได้ทำไม่ได้อยู่เหมือนเดิม  เราคิดแบบเดิมทำแบบเดิม จะไม่ทันการณ์ ในเวลานี้ เรากำลังปฏิรูปประเทศ กำลังเปลี่ยนผ่าน บางอย่างก็เข้าใจด้วย
          "การใช้จ่ายภาครัฐ เราก็ต้องทำผ่านส่วนราชการซึ่งก็ยังคงมีข้อขัดข้อง ล่าช้าด้วยระเบียบการใช้จ่ายงบประมาณ มีขั้นตอนจำนวนมาก บางอย่างตัดออกไม่ได้ เพราะเป็นผลทางกฎหมาย ถ้าประชาชนเข้าใจ ไม่มีปัญหาหรอก  หลายคนมองว่า มีอำนาจพิเศษทำไมผมทำไม่ได้  แล้วผมไม่ต้องฟังเสียงคนส่วนใหญ่ด้วยหรือ  ก็ต้องฟังไปพร้อมๆกันส่วนใหญ่ส่วนน้อย  แต่ว่าถ้าจะให้ทำผมจะทำให้  แต่ต้องได้รับความเห็นชอบ จากเสียงส่วนใหญ่ว่ามันควรจะทำนะ  มันควรจะมีความเปลี่ยนแปลงบ้างนะ  มันควรจะมีการที่จะลดปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นเหมือนเดิม การต่อต้านเหมือนเดิม    การประท้วง การคัดค้าน  แล้วมันจะแก้ไขอะไรได้บ้าง ก็กลับไปที่เก่าหมด เพราะฉะนั้นก็ถ้าอยากจะให้ผมใช้อำนาจที่มันถูกต้องก็บอกผมมาว่าพร้อมที่จะให้ผมทำแบบนั้น  แต่ผมก็รับรองว่าผมจะไม่ทำในสิ่งที่ผิด จะทำให้มันดีขึ้นถ้ามันจำเป็นอันนี้เราก็ต้องระวังอีกอันก็คือ การตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ ในสื่อโซเชียล วันนี้ก็กว้างขวางมากมาย ถูกบ้างผิดบ้าง ตรงบ้าง ไม่ตรงบ้าง และการปฏิบัติงานขององค์กรอิสระ ก็ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 

 

 


เปิดอ่าน