ข่าว

ร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมืองถูกใจมวลมหาประชาชน

ร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมืองถูกใจมวลมหาประชาชน

23 เม.ย. 2560

“สุเทพ” ชี้ ร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมือง กันคนนอกครอบงำได้ ถูกใจมวลมหาประชาชน

 

               23 เม.ย. 60  นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก “Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ)” ถึงกรณีการพิจารณาร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ว่า

               ในอดีตของพรรคการเมือง เรามักจะเห็นว่าพรรคการเมืองถูกครอบงำโดยคนภายนอกเพื่อผลประโยชน์ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้ยกร่างกฎหมายพรรคการเมืองฉบับใหม่ โดยคำนึงถึงปัญหานี้ แล้วมีบทบัญญัติชัดเจนไว้ในมาตรา 28 ว่า ห้ามมิให้พรรคการเมืองยินยอมให้คนที่ไม่ใช่สมาชิก หรือคนนอก เข้ามาครอบงำ ชี้นำพรรคการเมืองโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม และมีมาตรา 29 ห้ามไม่ให้ใครก็ตาม ที่ไม่ใช่สมาชิกของพรรคการเมืองนั้นเข้าไปครอบงำ เข้าไปควบคุมชี้นำพรรคการเมืองใดๆ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ใครฝ่าฝืนกฎหมาย 2 มาตรานี้ มีโทษจำคุก 5 - 10 ปี นั่นหมายความว่า ถ้าหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค ฟังคำสั่งจากคนนอก ปฏิบัติตามคำสั่งคนนอก หรือคนนอกคนนั้นที่บังอาจเข้าไปชี้นำ ครอบงำพรรคการเมืองมีความผิด มีโทษจำคุก 5 - 10 ปี ด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย ตรงนี้ถูกใจมวลมหาประชาชน

               “ที่สำคัญคือมีบทบัญญัติในกฎหมายพรรคการเมืองใหม่ฉบับนี้ เช่น ไม่ให้พรรคการเมืองกระทำการที่ไม่สมควร เป็นอันตรายต่อประเทศชาติและประชาชน เช่น ที่เขียนในมาตรา 44 ห้ามไม่ให้พรรคการเมืองกรรมการพรรค หรือสมาชิกพรรคการเมือง ไปรับเงินใคร แล้วมากระทำการที่เป็นการทำลายความมั่นคงของราชอาณาจักร ราชบัลลังก์ เศรษฐกิจของประเทศ หรือทำลายระบบราชการ นี่ไม่เคยมีในกฎหมายพรรคการเมืองมาก่อน แล้วถ้าใครฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 10 ปี และเพิกถอนสิทธิ สมัครรับเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรค หัวหน้าพรรค” นายสุเทพ กล่าว

               นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันก็มีบทบัญญัติใหม่ที่ดีมาก คือ มาตรา 45 ห้ามไม่ให้พรรคการเมือง กรรมการพรรคการเมือง ไปกระทำการใดๆ ที่ส่งเสริมการกระทำอันเป็นการก่อกวนหรือคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือไปทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ใครฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 10 ปี และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง คิดว่าเป็นบทบัญญัติที่สอดคล้องกับสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ถ้าพรรคการเมือง นักการเมือง ไม่เข้าไปยุยงส่งเสริม เรื่องวุ่นวายนี้ก็ไม่เกิดขึ้น ดังนั้น การที่ กรธ. มีบทบัญญัตินี้ไว้ จึงถือว่าเป็นการสร้างคุณประโยชน์ทางการเมืองให้กับประเทศไทยอย่างมหาศาล สมกับที่เราตั้งความหวังว่ายุคนี้ต้องเป็นยุคของการปฏิรูปการเมือง

               นอกจากนี้ นายสุเทพยังกล่าวอีกว่า ในเรื่องการคัดเลือกตัวผู้สมัครลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกแบบแบ่งเขตหรือแบบบัญชีรายชื่อเป็นเรื่องสำคัญมาก วันนี้ในร่าง ก.ม. พรรคการเมืองที่ กรธ. ร่างไว้ในมาตรา 47 - 48 และมาตรา 49 ไม่ค่อยตรงใจประชาชนเท่าไหร่ ในร่างนี้ให้มีกรรมการสรรหาที่พรรคการเมืองต่างๆ จะต้องเลือก จะต้องตั้งกันขึ้นมา