
“เกียรติ”แนะ“บิ๊กตู่”เปลี่ยนนโยบายเศรษฐกิจ
“เกียรติ”ระบุถ้า“บิ๊กตู่”ไม่เปลี่ยนทีมศก.ก็ควรเปลี่ยนนโยบายให้เหมาะสม แนะรัฐบาลแจงปชช.ปมขัดแย้งโสมแดง เชื่อส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยแน่
19 เม.ย. นายเกียรติ สิทธีอมร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีระบุว่าไม่จำเป็นต้องปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ด้านเศรษฐกิจ ว่า ส่วนตัวคิดว่าถ้าหากมองในเศรษฐกิจภาครวมอาจจะดูไม่มีปัญหาอะไรเพราะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 3 แต่ถ้าไปดูรายละเอียดลึก ๆ ก็จะพบว่ามีปัญหาอยู่หลายเรื่อง เช่นเรื่อง เกษตรกรในพื้นที่ชนบท ที่ประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจเป็นต้น ส่วนการแก้ปัญหาให้ได้ผลนั้น ถ้าจำเป็นจะเปลี่ยนคนก็ต้องเปลี่ยน แต่ถ้าไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนคน ก็ขอให้เปลี่ยนนโยบายให้มีความเหมาะสมด้วย เพราะปัญหาหลาย ๆ เรื่องในขณะนี้ นโยบายที่มีการใช้กันอยู่ไม่สามารถจะแก้ปัญหาได้ตรงจุด ต้องใช้นโยบายอื่น ๆเข้ามาช่วยเหลือด้วย ตนพูดเสมอว่าไม่เคยให้ความสำคัญกับหน้าตาของคนว่าจะเป็นอย่างไร แต่ให้ความสำคัญว่านายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำรัฐบาลจะเอานโยบายอะไรมาใช้และตอบโจทย์หรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า นับตั้งแต่มีการเปลี่ยนชุด ครม.เศรษฐกิจมาเป็นชุดที่ 2 เห็นความเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นบ้างหรือไม่ นายเกียรติ กล่าวว่า ปัญหาดั้งเดิมทั้งปัญหาหนี้ภาคประชาชน หนี้คนจน ปัญหาด้านราคาพลังงานที่ไม่สะท้อนความเป็นจริง ปัญหาด้านส่วนต่างดอกเบี้ยที่สูงมาก ซึ่งปัญหาทั้งหมดนี้ไม่ได้รับการแก้ไขเลยแม้ว่าจะมีการเปลี่ยน ครม. มาแล้วก็ตาม ดังนั้นขอย้ำว่ารัฐบาลควรจะให้คำตอบว่าจะสร้างระบบให้เกษตรกรมีความยั่งยืนได้อย่างไร โดยที่รัฐบาลชอบพูดว่าจะผลักดันเรื่องระบบภาคการเกษตรให้เป็น 4.0 นั้น เท่าที่ตนดูในตอนนี้ก็พบว่าระบบห่วงโซ่ระบบการผลิตสินค้าต้นทุนรวมไปถึงการส่งออกสินค้าการเกษตรนั้นยังมีปัญหาอยู่ ทำไมถึงไม่มีใครเข้าไปดูตรงนี้
“เกียรติ”แนะรัฐบาลแจงปชช.ปมขัดแย้งโสมแดง เชื่อส่งผลต่อศก.ไทยแน่
นายเกียรติ สิทธีอมร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีระบุว่าประเทศไทยไม่ได้มีมาตรการรองรับความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจที่มาจากสถานการณ์โลกในขณะนี้ว่าสิ่งที่ดีที่สุดที่จะรับมือกับภาวะการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง (Economic Shock) คือทำให้เศรษฐกิจภายในเข้มแข็งอย่างเต็มที่ตามศักยภาพที่มีและพึ่งพาประเทศที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด แต่ปัญหาของประเทศไทยก็คือในวันนี้เศรษฐกิจฐานรากก็ยังไม่ดี ส่วนเรื่องสถานการณ์โลกในตอนนี้ ตนคิดว่าไม่ควรประมาทเพราะมีความล่อแหลมในหลายพื้นที่ทั้งในตะวันออกกลางและในคาบสมุทรเกาหลี แล้วในภาวะที่ล่อแหลม ตนคิดว่ารัฐบาลควรจะกลับมาทบทวนว่าเราจะเดินนโยบายอย่างไร
“วันนี้ผมได้ฟังคำสัมภาษณ์จากทางรัฐบาลว่าเรื่องนี้ เรื่องนั้นไม่มีกระทบ ผมไม่สบายใจเลย เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นที่ต่างประเทศอย่างไรก็มีผลกระทบอยู่ดีไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ในแง่ของปัญหาที่เกิดขึ่นในเกาหลีเหนือนั้นคงไม่มีผลกระทบทางตรงกับไทย แต่ว่าเรื่องนี้จะสร้างผลกระทบทางอ้อมกับประเทศไทยได้หลายกรณีมาก เช่นเวลามีท่าทีว่าจะเกิดสงคราม สินค้าโภคภัณฑ์จะมีราคาสูงขึ้น อาหารราคาสูงขึ้น น้ำมันขึ้น ทองขึ้น คนเริ่มจะสะสมอาวุธมากขึ้น เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้นั้นเป็นได้ทั้งโอกาสและความเสี่ยง ดังนั้นตนอยากให้ทางฝ่ายรัฐบาลก่อนที่จะตอบคำถามถึงเรื่องผลกระทบนั้นขอให้วิเคราะห์ในเรื่องปัจจัยเหล่านี้ให้ดีเสียก่อน อย่าตอบคำถามเป็นรูปแบบตายตัว โดยกลัวว่าพูดอะไรออกไปแล้วคนจะตื่นตระหนก” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว
นายเกียรติ กล่าวอีกว่า ตนเห็นว่าต้องคิดให้ดีก่อนพูด คำพูดเราเป็นนายเรา แต่ขอให้คิดให้ดีเสียก่อน เรื่องนี้จะต้องมีการบริหารจัดการให้ดี ปัญหาเกาหลีเหนือนั้นต้องจับตาดูให้ดี อย่ากระพริบตาและในขณะเดียวกันก็ต้องมีสติ ไม่แตกตื่น ไม่ขี้ตกใจ ซึ่งนี่เป็นโทนของรัฐบาลที่จะต้องสื่ออกมาให้ประชาชนเห็นว่าไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น เราเอาอยู่ เราดูแลได้ แต่อย่าไปบอกว่าไม่มีอะไร เพราะทุกคนที่อยู่ในวงการก็รูดีว่ามันมีผลกระทบไม่ตรงก็อ้อม ไม่มากก็น้อย



