
“นักกิจกรรม” โร่แจ้งความตามหาหมุด
“นักกิจกรรม” แจ้งความให้ตามหาหมุด ยัน ผิด ม.31 เบียดบังโบราณวัตถุ ลักทรัพย์ ระบุหมุดคณะราษฎรเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์
19 เม.ย. 60 - เมื่อเวลา 9.00 น. ที่สถานีตำรวจนครบาลดุสิต นายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ นักกิจกรรมการเมืองและนักอนุรักษณ์ธรรมชาติ นำประชาชนที่ไม่เห็นกับกรณีหมุดคณะราษฎรสูญหายไปจากตำแหน่งเดิม เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี ฐานการกระทำผิดเบียดบังเอาโบราณวัตุเป็นของตน โดยระบุว่า เนื่องจากหมุดคณะราษฎรถือเป็นโบราณวัตถุ ตามมาตรา 4 พ.ร.บ.โบราณสถานฯ ผู้ที่ขโมยไปจึงมีความผิดตามมาตรา 31 ซึ่งผู้ใดเก็บได้ซึ่งวัตถุ หรือศิลปะวัตถุที่ซ่อนหรือฝัง หรือทอดทิ้งโดยพฤติการณ์ซึ่งไม่มีผู้ใดสามารถอ้างว่าเป็นเจ้าของได้และเบียดบังเอาโบราณวัตถุ หรือศิลปวัตถุมาเป็นของตนหรือผู้อื่น ต้องระวังโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกิน 700,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งกระทำผิดฐานลักทรัพย์ ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะ เพราะหมุดของคณะราษฎรเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของการอภิวัฒน์สยามเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า โดยความผิดทั้ง 2 ข้อหาเป็นอาญาแผ่นดินและเป็นเรื่องที่กระทบกับเพื่อนจิตใจและได้รับความสนใจจากประชาชนวงกว้าง ตนจึงได้เข้ามาแจ้งความกล่าวโทษเพื่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสุดสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยด่วนและให้นำเอาของปลอมมารักษาไว้เพื่อเป็นของกลางประกอบการดำเนินคดี
ทั้งนี้หลังจากแจ้งความเสร็จสิ้นแล้ว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับเรื่องเอาไว้ ซึ่งเราก็ขอว่า ให้หาผู้กระทำความผิดมาลงโทษ และนำหมุดคณะราษฎรของเก่ามาไว้ที่เดิม ซึ่งหลังจากนี้จะมีการสอบปากคำเพิ่มเติม ตนก็จะนำหลักฐานต่างๆมายื่นประกอบด้วย หลังจากนี้จะเดินทางไปยังศาลาว่าการ กทม. เพื่อทำเรื่องขอเอกสารขอดูกล้องวงจรปิดในบริเวณนั้นต่อไป
ขณะที่ น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หนึ่งในผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนย้ายหมุดคณะราษฎร กล่าวถึงกรณีที่กรมศิลปากรระบุว่าหมุดคณะราษฎร ไม่ใช่โบราณวัตถุตามนัยของ พ.ร.บ.โบราณสถานฯ ว่า หมุดดังกล่าว ถูกฝังโดยมีพิธีฝังหมุดตามความเชื่อในวันที่ 10 ธ.ค. 2479 โดยมีพระยาพหลพลพยุหเสนา นายกฯในสมัยนั้น และเป็นหัวหน้าคณะราษฎร ซึ่งเป็นผู้อ่านประกาศของคณะที่จุดนั้น และมีคำประกาศชัดเจนในพิธีฝังหมุดด้วย การที่กรมศิลปากรจะบอกว่าหมุดนี้ไม่ถือเป็นโบราณวัตถุ ก็คงต้องต้องตั้งคำถามถึงหลักวิชาการของพวกท่านเอง ดังนั้นโบราณวัตถุแม้จะไม่ขึ้นทะเบียน ก็ต้องนับเป็นโบราณวัตุถุได้หากมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เหตุการณ์นี้ถือเป็นอาญาแผ่นดินที่ใครจะแจ้งความก็ได้ และยืนยันว่าหมุดคณะราษฎรอันเก่าคือโบราณวัตถุ โดยไม่ต้องตีความอะไรมากมาย ทั้งนี้คนที่เอาหมุดเก่าไป ก็น่าจะเป็นคนเดียวกันกับที่ฝังหมุดใหม่ ซึ่งถือเป็นของกลางที่ควรเก็บรักษาโดยเร็ว
ด้านนายธัชพงศ์ แกดำ หนึ่งในผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนย้ายหมุดคณะราษฎร กล่าวว่า หมุดคณะราษฎรเป็นสมบัติของชาติที่เราทุกคนมีสิทธิเรียกร้องในส่วนนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีคุณค่าแก่การเรียนรู้ ไม่ว่าความคิดเห็นต่เรื่องหมุดจะมีหลากหลายมาก แต่สิ่งที่เรามาในวันนี้ เราต้องการจะบอกว่าถ้าเราจะศึกษาประวัติศาสตร์ของประชาธิปไตย จุดเริ่มต้นเราควรจะเริ่มตรงไหน เราไม่ได้ยึดติดในตัววัตถุ แต่เรายึดในคุณค่าของวัตถุชิ้นนั้น ดังนั้นหมุดคือสมบัติของแผ่นดินที่เรามีสิทธิเรียกร้องให้ตามหา เราจึงมาแจ้งความถึงเรื่องนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว แกนนำกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ ได้เข้ามาให้กำลังใจกับผู้ที่มายื่นแจ้งความ แต่เนื่องจากติดตรวจพยานหลักฐานที่ศาลทหาร ในคดีฝ่าฝืนเงื่อนไขการปล่อยตัวของผู้ถูกกักตัวตามกฎอัยการศึก ตามประกาศ คสช. 40 / 2557 จึงไม่ได้ร่วมเข้าแจ้งความด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศโดยรอบพื้นที่ลานพระราชวังดุสิต มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ สลับสับเปลี่ยนกำลัง คอยเฝ้าดูแลความสงบเรียบร้อยอยู่ตลอด และไม่อนุญาตให้ประชาชนเข้าไปถ่ายรูปหรือเซลฟี่ร่วมกับหมุดใหม่ โดยอ้างว่าเป็นพื้นที่เขตพระราชฐาน และไม่ต้องการให้เกิดความวุ่นวาย ส่วนรั้วที่ได้นำมาล้อมหมุดไว้เมื่อคืนนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้นำเอาออกไปแล้วตั้งแต่ช่วงเช้ามืด เพื่อเปิดทางให้รถยนต์สัญจรไปมาได้ และจะนำรั้วมาปิดกั้นอีกครั้งในช่วงเวลากลางคืน.



