ข่าว

“ปึ้ง”ร่ายยาว 4 ชม.หนังสือเดินทางทักษิณ

“ปึ้ง”ร่ายยาว 4 ชม.หนังสือเดินทางทักษิณ

16 มี.ค. 2560

“ปึ้ง”ใช้เวลา 4 ชั่วโมงแก้ข้อกล่าวหา ป.ป.ช.ปมออกหนังสือเดินทางให้”แม้ว”  

          ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.ทำหน้าที่ประธานการประชุม  เพื่อพิจารณากระบวนการถอดถอน นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรมว.ต่างประเทศออกจากตำแหน่งกรณีออกหนังสือเดินทาง ให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีโดยไม่ชอบตามมาตรา 6 วรรสองของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ประกอบมาตรา 64 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 โดยเป็นขั้นตอนการเปิดแถลงคดี  ทั้งนี้นายสุรพงษ์ขออนุญาตนำเก้าอี้ส่วนตัวมานั่งในห้องประชุม  โดยอ้างว่ามีอาการกล้ามเนื้อขาอ่อนแรงต้องใช้เก้าอี้พิเศษช่วยเป็นการเฉพาะ ซึ่งนายสุรชัยก็อนุญาตให้นำเข้ามา

        จากนั้นน.ส.สุภา  ปิยะจิตติ กรรมการป.ป.ช. เป็นตัวแทนป.ป.ช.แถลงเปิดสำนวนว่า เรื่องดังกล่าวมีที่มาจากการที่นายทักษิณถูกฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีที่ดินรัชดา และถูกห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ต่อมานายทักษิณขออนุญาตเดินทางออกนอกประเทศชั่วคราวระหว่างวันที่ 31 มี.ค.-10 ส.ค.2551แต่นายทักษิณไม่เดินทางกลับเมื่อถึงเวลาที่กำหนด ทำให้นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ขณะนั้นเพิกถอนหนังสือเดินทางนายทักษิณ 2 ฉบับคือ หนังสือเดินทางการทูตในวันที่ 12ธ.ค.2551 และหนังสือเดินทางธรรมดาในวันที่ 12 เม.ย.2552

        น.ส.สุภา กล่าวว่า  ต่อมาสมัยนายสุรพงษ์เป็นรมว.ต่างประเทศ  นายทักษิณได้ยื่นคำร้องขอหนังสือเดินทางธรรมดาต่อสถานทูตไทยที่เมืองอาร์ดูอาร์บี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์  เมื่อวันที่ 25ต.ค.2554 ซึ่งในวันเดียวกันสถานทูตไทยเมืองอาร์ดูอาร์บี ได้เสนอเรื่องมายังกระทรวงต่างประเทศและนายสุรพงษ์ได้สั่งท้ายหนังสือถึงกรมการกงสุลว่า นโยบายรัฐบาลปัจจุบันเห็นว่า การคงอยู่ต่างประเทศต่อไปของนายทักษิณไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศไทย ดังนั้นขอให้ยกเลิกคำสั่งยกเลิกหนังสือเดินทางของนายทักษิณในสมัยรัฐบาลที่แล้ว และให้ออกหนังสือเดินทางธรรมดาคืนแก่นายทักษิณ ในที่สุดกรมการกงสุลจึงคืนหนังสือเดินทางให้นายทักษิณ เมื่อวันที่ 26 ต.ค.2554 ใช้เวลาดำเนินการวันเดียวจบ ป.ป.ช.พิจารณาแล้วเห็นว่า ไม่ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง ที่ไม่ตรวจสอบความถูกต้องและสถานะผู้ร้องขอหนังสือเดินทาง เพราะนายทักษิณถูกออกหมายจับหลายคดีอาทิ คดีที่ดินรัชดา คดีหวยบนดิน คดีเอ็กซิมแบงก์ คดีแปลงสัญญาณสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต คดีก่อการร้าย  และจากการตรวจสอบนโยบายรัฐบาลสมัยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่พบว่า ในคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภามีเรื่องการคืนหนังสือเดินทางแก่นายทักษิณอยู่ในนโยบายรัฐบาล

          น.ส.สุภา กล่าวว่า นอกจากนี้ยังพบว่า ไม่มีหน่วยงานใดแจ้งต่อรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า การที่นายทักษิณอยู่ต่างประเทศจะไม่เป็นอันตรายต่อประเทศไทย ขณะเดียวกันนายทักษิณมีชื่ออยู่ในบัญชีบุคคลที่ต้องตรวจสอบการออกหนังสือเดินทาง ซึ่งเป็นหน้าที่กระทรวงต่างประเทศต้องตรวจสอบให้เรียบร้อยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่นายสุรพงษ์ กลับออกหนังสือเดินทางให้ภายในวันเดียว จึงขัดต่อระเบียบตามระเบียบข้อบังคับของกระทรวงต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง ถือเป็นการใช้อำนาจตามอำเภอใจ และปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ทำให้เกิดความเสียหายต่อกระทรวงต่างประเทศและกระบวนการยุติธรรมไทย เป็นการช่วยให้นายทักษิณไม่ยอมเดินทางกลับมาเมืองไทยเพื่อฟังคำพิพากษาคดีต่างๆ

        ต่อมานายสุรพงษ์  โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรมว.ต่างประเทศ  แถลงเปิดสำนวนว่า  ไม่ขอความเห็นใจจากทุกคน เพราะทราบว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ที่มาชี้แจงเพื่อให้จบตามพิธีกรรมของสนช. ยืนยันว่า ตลอดชีวิตการทำงานยึดมั่นกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ ไม่เคยก้าวก่ายแทรกแซง สั่งการข้าราชการทำสิ่งผิด และการบรรจุวาระถอดถอนตนใช้เวลา 1 เดือน เป็นการเร่งรีบจัดการกับตน จะปฏิเสธว่าไม่มีใบสั่งคงไม่ได้  ทุกคนรู้แก่ใจกันดี   อย่ายัดเยียดความผิดตน เพราะอยู่พรรคเพื่อไทย หรือมีเจ้านายชื่อทักษิณ ทำให้ลืมตัวบทกฎหมาย  หวังจำกัดตนอย่างไม่เป็นธรรม ขอชี้แจงใน 5 ประเด็นอาทิ คำร้องของนายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์  ที่เข้าชื่อส.ส.139 คนถอดถอนตน ถือว่าไม่ครบถ้วนตามกฎหมาย เพราะไม่มีการลงลายมือชื่อแนบสำเนาบัตรประชาชนของผู้เข้าชื่อ เอกสารจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย อีกทั้งนายภักดี โพธิศิริ อดีตกรรมการป.ป.ช. ถือว่าขาดคุณสมบัติเป็นกรรมการป.ป.ช. เนื่องจากไม่ได้ลาออกจากการเป็นกรรมการในองค์การเภสัชกรรมเมอริเออร์ชีววัตถุ จำกัด ภายในเวลาที่กำหนด จึงถือว่าไม่มีคุณสมบัติเป็นกรรมการป.ป.ช.ตั้งแต่ต้น

           นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ส่วนที่ป.ป.ช.ระบุว่า ตนใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบคืนหนังสือเดินทางให้นายทักษิณ ขอชี้แจงว่า ตามระเบียบกระทรวงต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง  พ.ศ.2548 ข้อ 48 ระบุว่า ปลัดกระทรวงต่างประเทศเป็นผู้มีหน้าที่โดยตรงในการออกหนังสือเดินทาง มิได้เป็นอำนาจของรมว.ต่างประเทศดำเนินการ  แม้รมว.ต่างประเทศจะให้นโยบายเช่นใด แต่ถือเพียงเป็นข้อพิจารณาเพื่อประกอบการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ในการออกหนังสือเดินทางให้ผู้ร้องเท่านั้น  

         ทั้งนี้บันทึกความเห็นที่เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องในการออกหนังสือเดินทางอาทิ ปลัดกระทรวงต่างประเทศ อธิบดีกรมการกงสุล อธิบดีกรมสนธิสัญญา ที่ได้พิจารณาคำร้องขอหนังสือเดินทางของนายทักษิณ ส่งมาให้ตนระบุว่า เหตุผลที่นายกษิต ภิรมย์ อดีตรมว.ต่างประเทศ ยกเลิกหนังสือเดินทางของนายทักษิณใช้อำนาจตามข้อ 23(7)ระเบียบกระทรวงต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง ระบุว่า หากผู้ถือหนังสือเดินทางอยู่ในต่างประเทศอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศไทย  ซึ่งเหตุผลดังกล่าวไม่ใช่ข้อวินิจฉัยทางกฎหมาย แต่เป็นข้อวินิจฉัยด้านข้อเท็จจริงและการตัดสินใจด้านนโยบายที่อาจเห็นแตกต่างกันได้  หากผู้วินิจฉัยมีความเห็นเป็นอย่างอื่น ตนจึงแสดงความเห็นโดยบริสุทธิ์ใจว่า การอยู่ต่างประเทศของนายทักษิณไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศไทย  ให้คืนหนังสือเดินทางแก่นายทักษิณ

         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นายสุรพงษ์ใช้เวลาแถลงเปิดสำนวนยาวเหยียดยาว ยืนชี้แจงนานถึง 4 ชั่วโมงเต็มตั้งแต่เวลา 11.30 น. ถึง 15.30 น. แม้จะแจ้งว่ามีอาการกล้ามเนื้อขาอ่อนแรง ต้องขอนำเก้าอี้พิเศษส่วนตัวมาใช้ในห้องประชุมก็ตาม แต่นายสุรพงษ์ก็ไม่ได้สั่งเก้าอี้ดังกล่าว  ทั้งนี้หลังจากนี้ป.ป.ช.และนายสุรพงษ์แถลงเปิดสำนวนเสร็จแล้ว ที่ประชุมสนช.ได้ตั้งคณะกรรมาธิการซักถาม จำนวน 7 คน อาทิ พล.ร.อ.ธราธร  ขจิตสุวรรณ นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล พล.ต.อ.พงศพัศ  พงษ์เจริญ  นายยุทธนา ทัพเจริญ นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์   นายวิทยา ฉายสุวรรณ  มาทำหน้าที่ซักถามคู่กรณีทั้งสองฝ่ายให้มาตอบข้อสงสัยจากสมาชิกสนช.ในวันที่ 23 มี.ค.ต่อไป