
“มีชัย” ย้ำสาระกม.คดีนักการเมือง เป็นธรรม
“ปธ.กรธ.” แจงสาระร่างกม.คดีนักการเมือง กำหนดให้พิจารณาลับหลัง ใช้แทนการไม่นับอายุความ
9 มี.ค. 60 – นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ยืนยันต่อการเขียนบทบัญญัติในร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งกำหนดให้มีการทำคดีลับหลังจำเลย โดยผู้ที่ถูกกล่าวหาไม่มาปรากฏตัวต่อศาล ว่า เนื้อหาไม่ได้ลิดรอนสิทธิในการต่อสู้คดีของผู้ที่ถูกฟ้องร้อง หากผู้ถูกกล่าวหาต้องการต่อสู้คดีสามารถเดินทางมาศาลได้ แต่กรณีที่บัญญัติให้กระบวนการสามารถทำลับหลังจำเลยได้นั้นเพื่อไม่ให้มีปัญหาต่ออายุความของคดี ทั้งนี้ ที่ผ่านมาคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เคยเสนอให้ขยายอายุความของคดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และใช้การพิจารณาลับหลัง ร่วมกัน แต่กรธ. เห็นว่ากรณีขยายอายุความนั้นอาจไม่เป็นธรรม เพราะเมื่ออายุความเลื่อนไปจำนวนมาก การพิจารณาคดีอาจหาความจริงได้ยาก และคนที่ถูกฟ้องจะลำบาก เนื่องจากพยานอาจเสียชีวิตไปแล้ว ดังนั้นการกำหนดให้สามารถพิจารณาคดีได้ทันที จึงเป็นประโยชน์มากกว่า ขณะที่ประเด็นของการให้อุทธรณ์นั้นตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนดให้กระทำได้ ซึ่งผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดซึ่งคดีถูกตัดสินไปแล้วก่อนหน้านี้เมื่อต้องการอุทธรณ์สามารถทำได้ ซึ่งหลักการดังกล่าวเป็นไปตามหลักนิติธรรมทั่วไปที่การบังคับใช้กฎหมายย้อนหลังนั้นต้อเป็นคุณ ทั้งนี้มีเงื่อนไขคือการอุทธรณ์ผู้ที่ต้องคดีต้องมาแสดงตัวต่อศาล
“เนื้อหาของร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่ใช้บังคับกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่เมื่อถูกตรวจสอบพบความผิดให้ส่งศาลชั้นฎีกา ถือเป็นกรณีพิเศษ เพราะผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อมีอำนาจ และได้กระทำความผิด จะกระทบกระเทือนต่อบ้านเมืองอย่างรุนแรง หากใช้กระบวนการตามปกติจะทำให้การบังคับใช้กฎหมาย หรือการดูแลประโยชน์ของประเทศทำได้ยาก ดังนั้นกลไกนี้จึงกำหนดไว้ 20 ปีแล้ว และทุกคนยอมรับ ส่วนกรณีที่นักการเมืองทุจริตจนร่ำรวยและหนีไป การบังคับคดีก็ทำไม่ได้ ขณะเดียวกันยังใช้สิทธิทางศาลฟ้องคนอื่นได้ ซึ่งไม่เป็นธรรมกับคนทั่วไป” นายมีชัย กล่าว
นายมีชัย กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีของการกำหนดประเภทคดีที่มีอายุความนาน จะมีกรณีที่กำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คือ กรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแปรญัตติงบประมาณประจำปีเพื่อให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้รับประโยชน์จากการใช้งบประมาณ จะกำหนดให้สามารถเรียกเงินคืนได้ ภายใน 20 ปี จากเดิมที่กฎหมายแพ่งกำหนดอายุไว้ 10 ปี.



