ข่าว

ตั้งกก.รายวัน! คณะอนุกก.ปชส.กองทุนพรรคการเมือง

ตั้งกก.รายวัน! คณะอนุกก.ปชส.กองทุนพรรคการเมือง

08 มี.ค. 2560

มติกกต. ตั้งคณะอนุกก.ปชส.กองทุนพรรคการเมือง หวัง ดึงปชช.มีส่วนร่วมพรรคการเมือง ถูกวิจารณ์แซด ไม่สอดคล้องหลักกม.

 

          8 มี.ค.60 - รายงานข่าวแจ้งว่า นอกจาก กกต.จะมีการตั้งคณะกรรมการพัฒนาพรรคการเมืองดังกล่าว ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 28 ก.พ. นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองและประธานกรรมการกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง ก็ได้มีคำสั่งตั้งคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์กิจกรรมของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง โดยมีนายแสวง บุญมี รองเลขาธิการกกต.ด้านกิจการพรรคการเมืองเป็นประธาน และมีตัวแทนพรรคการเมืองอาทิ นายกมล บันไดเพชร สมาชิกพรรคเพื่อไทย น.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ นายสยมภู เกียรติสยมภู สมาชิกพรรคกิจสังคม และนักวิชาการร่วมเป็นกรรมการ มีหน้าที่กำหนดแนวทาง รูปแบบ วิธีการ เนื้อหา หรือเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์บทบาทของพรรคการเมือง กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง และสำนักงานกกต. ให้คำปรึกษา ข้อเสนอแนะ ในการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับพรรคการเมือง การส่งเสริม ให้ประชาชน สมาชิกพรรคการเมืองเข้ามามีส่วนร่วมหรือสนับสนุนพรรคการเมือง ตรวจสอบการดำเนินการของพรรคการเมืองเพื่อให้พรรคการเมืองพัฒนาเป็นสถาบันทางการเมืองอย่างแท้จริง กระตุ้นให้ประชาชนและสมาชิกพรรคการเมืองตระหนักถึงความสำคัญในบทบาทของตนเองที่มีต่อพรรคการเมืองและความสำคัญของพรรคการเมืองที่มีต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  
          ทั้งนี้ การตั้งกรรมการทั้งสองคณะดังกล่าวของกกต. กำลังถูกตั้งข้อสังเกตว่าสอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปพรรคการเมืองของคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มาตรา 258 เรื่องการปฏิรูปด้านการเมือง ได้เน้นให้การดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองเป็นไปโดยเปิดเผย สามารถตรวจสอบได้ มีกลไกความรับผิดชอบของพรรคการเมือง ขณะที่ตาม ร่างพ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 73 ก็ให้มีการสัดส่วนตัวแทนพรรคการเมืองออกจากการเป็นกรรมการกองทุน และมาตรา 77 ก็กำหนดว่าเมื่อพรรคได้เงินกองทุนพัฒนาพรรคการเมืองไปแล้ว ก่อนจะใช้ในกิจกรรมใดต้องแจ้งกกต.ล่วงหน้าก่อนทำกิจกรรม เพื่อให้กกต.ได้ตรวจสอบและประเมินผล สะท้อนว่าหลักการใหม่ของกฎหมาย ต้องการให้กกต.ทำหน้าที่ในการตรวจสอบพรรคการเมืองอย่างเข้มข้น ไม่ใช่ให้ทำงานร่วมกันอย่างที่กกต.กำลังดำเนินการอยู่ และการนำตัวแทนพรรคการเมืองมาร่วมเป็นกรรมการพัฒนาพรรคการเมือง แม้ผู้ได้รับแต่งตั้งจะกระทำในนามส่วนตัว แต่ก็มีสถานะเป็นสมาชิกพรรค การจะเสนอความคิดก็ยากที่จะไม่ตกอยู่ในอาณัติของพรรคการเมือง   
          ส่วนการตั้งอนุกรรมการประชาสัมพันธ์กิจกรรมของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองนั้น เมื่อพิจารณาอำนาจหน้าที่แล้วเป็นการให้น้ำหนักกับการประชาสัมพันธ์พรรคการเมือง ซึ่งก็เป็นบทบาทที่พรรคการเมืองกระทำอยู่แล้ว อีกทั้งในขณะนี้การเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองก็ไม่สามารถทำได้ แล้วเหตุใด กกต.จึงจะต้องไปสูญเสียงบประมาณไปเพื่อให้คนของพรรคการเมืองมาประชาสัมพันธ์พรรคการเมืองตัวเอง.