ข่าว

นายกฯดูงานปราจีน 9 มี.ค.

นายกฯดูงานปราจีน 9 มี.ค.

07 มี.ค. 2560

ครม.ผ่านร่างพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติเข้มพวกทำลายป่า “นายกฯ"กำชับแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ย้ำต้องไม่มีคนของรัฐอยู่ในวงจรทวงหนี้ จ่อดูงานด้านสาธารณสุข จ.ปราจีน 9 มี.ค

       7  มี.ค. -- พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในที่ประชุมครม. พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ระบุถึงนโยบายของรัฐบาลในการดูแลผู้พิการว่าจะต้องบริการและดูแลอย่างทั่วถึง จึงสั่งการในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรุงเทพมหานคร และกระทรวงมหาดไทย ให้สร้างลิฟต์ให้กับผู้พิการ เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้บริการขนส่งสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟใต้ดิน หรือรถไฟฟ้า เพราะผู้พิการยังมีความไม่สะดวกในการเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนเหล่านั้น  จึงต้องแก้ไขและอำนวยความสะดวกให้ผู้พิการให้ได้มากที่สุด   

          มท.- ทส. ร่วมตั้งศูนย์บัญชาการ แก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ                      

          พ.อ.หญิงทักษดา กล่าวว่า ในที่ประชุมครม. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้ชี้แจงเรื่องการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันประจำปี 60 ของกระทรวงมหาดไทยว่า ปัจจุบันสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ 9 จ.ภาคเหนือ มี 2 จุดที่น่าเป็นห่วง คือ ต.พระบาท อ.เมือง และ ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ที่มีค่าฝุ่นละอองอยู่ในระดับสูง ทางจังหวัดได้ร่วมบูรณาการกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้มีการจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดโดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการสั่งการและระดมกำลังแบบบูรณาการ 

            ส่วนการแก้ไขนั้นกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้เตรียมรถฉีดพ่นละอองน้ำแรงดันสูงรถยนต์ดับไฟป่า รถยนต์บรรทุกติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกล และรถยนต์บรรทุกน้ำไปสนับสนุนภารกิจของ 9 จังหวัดภาคเหนือด้วย เพื่อดำเนินการดับไฟป่าและฉีดพ่นละอองน้ำลดปริมาณหมอกควัน ทั้งนี้สำหรับ อีก 56 จังหวัดที่มีพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าและหมอกควัน ทางกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับการป้องกันและเตรียมความพร้อมในการเฝ้าระวัง รวมถึงการบริหารจัดการ และประสานการทำงานในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาหมอกควันที่จะลุกลามและรุนแรงต่อไป 

          “นายกฯ"กำชับแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ย้ำต้องไม่มีคนของรัฐอยู่ในวงจรทวงหนี้                      

           พ.อ.หญิงทักษดา กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ได้กำชับในที่ประชุมครม. ถึงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างยั่งยืน ให้ทุกฝ่ายช่วยกวดขันเรื่องเจ้าหนี้และลูกหนี้ โดยเฉพาะลูกหนี้ไม่ให้ก่อหนี้ใหม่อีก และกำชับให้ฝ่ายความมั่นคงคอยจับกุมเจ้าหนี้ที่ปล่อยเงินกู้เกินอัตรา และกวดขันอย่าให้มีกำลังพลหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ เข้าไปร่วมอยู่ในวงจรการทวงหนี้นอกจากนี้นายกฯ ทั้งนี้นายกฯยังขอขอให้ช่วยประชาสัมพันธ์โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ช่วงเดือน เม.ย.นี้ เพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิประโยชน์อย่างทั่วถึง

          นายกฯจ่อดูงานด้านสาธารณสุข จ.ปราจีน 9 มี.ค.                                  

           พ.อ.หญิงทักษดา  กล่าวว่า ในวันที่ 9 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. จะลงพื้นที่ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี เพื่อตรวจราชการ และเยี่ยมชมคลินิกหมอครอบครัว สาขาศาลาไทย ของกระทรวงสาธารณสุข พร้อมพูดคุยกับผู้ที่มารับบริการ ซึ่งนโยบายหมอครอบครัวเป็นการส่งแพทย์เข้าถึงประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้ความรู้เรื่องสาธารณสุขพื้นฐานเบื้องต้นแก่ประชาชนในการป้องกันโรคต่างๆ ทำให้ประหยัดงบประมาณในการรักษาพยาบาล หลังจากนั้นนายกฯจะเดินทางไปโรงเรียนปราจิณราษฎรอำรุง เพื่อพบปะประชาชน ก่อนจะเดินทางไปยังโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อตรวจระบบการรักษาพยาบาลและดูความก้าวหน้าของโครงการเมืองสมุนไพร ก่อนจะเดินทางกลับมายัง กทม. ในช่วงบ่าย                 
            “ครม.”ไฟเขียวติดดาบคกก.หมู่บ้านรับ“ประชารัฐ”หลังถูกฝุ่นเกาะนาน                                      

             พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัตร ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ครม.มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ เรื่องการจัดระเบียบการบริหารหมู่บ้าน โดยใช้กลไกของคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) เพื่อให้เกิดเอกภาพ และการบูรณาการตามแนวทางประชารัฐ สืบเนื่องจากมติครม.เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 52 เห็นชอบหลักการแนวทางปฏิบัติการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกม.แต่กระทรวงมหาดไทยเห็นว่าปัจจุบันยังมีส่วนราชการต่าง   ที่ยังคงจัดตั้งมวลชน หรืออาสาสมัครในพื้นที่ขึ้นมารับผิดชอบงานต่าง  ตามภารกิจของหน่วยในหมู่บ้านโดยไม่ใช้กม. เป็นกลไก                                

          ผู้ช่วยโฆษกฯ กล่าวต่อไปว่า สำหรับแนวทางปฏิบัติได้แบ่งเป็น 2 ระยะ คือ 1.ระยะเร่งด่วน ให้จัดระเบียบอาสาสมัครมวลชน เครือข่าย หรือมวลชนซึ่งเรียกเป็นชื่ออื่นใดที่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ที่ตั้งขึ้นในหมู่บ้าน ให้เป็นหน่วยงานที่ได้การยอมรับ และ2.ระยะต่อมาในอนาคต ให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และอปท. นำแผนพัฒนาหมู่บ้านที่จัดทำโดย กม. มาเป็นข้อมูลประกอบในการทำแผนพัฒนาท้องถิ่น อำเภอ จังหวัด และกลุ่มจังหวัด นอกจากนี้ให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และอปท. พิจารณากำหนดแผนงานโครงการกิจกรรมเพื่อสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของ กม. ให้สามารถทำหน้าที่อย่างเห็นผล                                                         “ขณะเดียวกันก็ได้มอบหมายให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบฯเป็นค่าใช้จ่ายในการอำนวยการตามภารกิจของกม. ตามหลักเกณฑ์ที่กอ.รมน. กระทรวงกลาโหม และกระทรวงมหาดไทย โดยให้เสนอความเห็นชอบต่อกระทรวงการคลังก่อน รวมถึงให้กระทรวงมหาดไทยไปแก้ไขระเบียบกฎหมายให้กม.เป็นศูนย์กลางในระดับหมู่บ้านในการบริหารจัดการและบูรณาการนโยบาย งบประมาณ การวางแผน และการจัดทำแผนพัฒนาหมู่บ้าน แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่บูรณาการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกม.ให้เกิดประสิทธิภาพ และกำหนดหลักสูตรอบรมเจ้าหน้าที่ของกม.อีกด้วย นอกจากนี้จะมีการแก้ไขระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้กม.เปิดบัญชีของหมู่บ้านที่สามารถรองรับงบประมาณ เงินอุดหนุนจากรัฐบาล ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ อปท. และองค์กรอื่นๆได้”พ.อ.อธิสิทธิ์กล่าว                                
           ฉลุย“ร่างพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ - สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า” ปรับให้เหมาะกับปัจจุบัน เข้มพวกทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ดึงปชช.ร่วมภาครัฐทำงาน

            พ.อ.อธิสิทธิ์  กล่าวว่า  ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ และร่างพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ที่มีรายละเอียดคล้ายกัน ซึ่งพ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับนี้ถูกใช้เป็นเวลานาน ซึ่งมีบางมาตราไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ทำให้ไม่สามารถคุ้มครองรักษาทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามการทำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจุบัน และบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ โดยจะต้องให้ประชาชน ชุมชนที่อยู่ในท้องถิ่น และเอกชน มีส่วนร่วมกับภาครัฐในการอนุรักษ์ คุ้มครอง บำรุงรักษา ฟื้นฟู และจัดการการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ นอกจากนี้ยังต้องให้มีความสอดคล้องกับข้อตกลง หรือพันธะสัญญากับประเทศต่างๆที่ไทยเป็นภาคีสมาชิก เช่น อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ หรืออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น                                                          

          สำหรับสาระสำคัญในร่างพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ ได้กำหนดความหมายของอุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน และสวนรุกขชาติ เป็นการกำหนดในที่ดินที่มีสภาพธรรมชาติน่าสนใจ ควรค่าแก่การอนุรักษ์ คุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)มีส่วนร่วมในการตรวจสอบแนวเขตหรือช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ด้วย นอกจากนี้ยังได้กำหนดบทบัญญัติข้อห้ามเด็ดขาดไม่ให้กระทำการใดๆในเขตอุทยานแห่งชาติ และกำหนดให้การกระทำใดๆนอกเขตอุทยานแห่งชาติที่ส่งผลกระทบเสียหายในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติ ถือว่าเป็นการกระทำความผิด และได้มีการกำหนดเขตต่างๆขึ้นมา เช่น เขตสงวนสภาพธรรมชาติ ห้ามมีการเปลี่ยนแปลงสภาพธรรมชาติเดิมโดยเด็ดขาด เขตศึกษาธรรมชาติ สามารถอนุญาตให้กระทำได้บางกรณี เช่น การท่องเที่ยว นันทนาการ การบริการ ภายใต้หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชได้กำหนดไว้ ตามความเห็นชอบของรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม                                   

        “นอกจากนี้ในร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ยังได้เพิ่มอำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ สามารถให้ผู้ใดผู้หนึ่งออกจากเขตอุทยานแห่งชาติได้ และสามารถสั่งเป็นหนังสือให้ผู้กระทำความผิดต่อพ.ร.บ.นี้ รื้อถอน แก้ไข ทำให้กลับสู่สภาพเดิม หรือทำอื่นใดแก่สิ่งปลูกสร้าง หรือสิ่งอื่นใดที่อาจเป็นอันตรายทำให้พื้นที่เสื่อมสภาพได้ ส่วนผู้กระทำผิดจะต้องชดใช้ หรือออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติให้กลับมาเหมือนเดิม สำหรับบทเฉพาะกาลจะมีการกำหนดรองรับการแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่ป่าไม้ตามมาตรการและแนวทางเหมาะสมเพื่อช่วยเหลือประชาชน หรือมีที่ทำกินอยู่แล้วในอุทยานแห่งชาติ โดยประชาชนกลุ่มนี้จะต้องขึ้นทะเบียนกับกรมอุทยานแห่งชาติฯก่อนพ.ร.บ.นี้จะบังคับใช้ และมอบอำนาจให้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯจัดทำโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของอุทยานแห่งชาติเสนอครม.พิจารณาต่อไป" พ.อ.อธิสิทธิ์ กล่าว                                         

         ผู้ช่วยโฆษกฯ กล่าวอีกว่า ส่วนร่างพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า มีหลักการเหตุผลคล้ายๆกัน ในสาระสำคัญได้กำหนดการคุ้มครองสัตว์ป่า ห้ามไม่ให้ผู้ใดครอบครอง นำเข้า ส่งออก และนำผ่านสัตว์ป่าสงวน คุ้มครอง ซากสัตว์ป่าสงวน คุ้มครอง เว้นแต่เป็นไปตามที่พ.ร.บ.บัญญัติไว้ สำหรับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าได้กำหนดที่ดินที่ยังไม่มีใครมีกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครองครองเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อีกทั้งให้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายกำกับดูแลกฎหมายว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติ  และกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ขณะที่บทเฉพาะกาล จะเป็นเช่นเดียวกับร่างพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ